ในปี 2018 นี้ เรามาดูกันว่าเทรนด์ธุรกิจสิ่งพิมพ์นั้นมีอะไรน่าสนใจบ้าง" /> เทรนด์วงการหนังสือต่างประเทศปี 2018

เทรนด์วงการหนังสือต่างประเทศปี 2018

Posted by Creative Thailand | 2 กุมภาพันธ์ 2561 | The Subject
3514
Loading...

unsplash copyright waterjournal.jpg
©unsplash.com

เทรนด์ยังเป็นประเด็นที่น่าสนใจเสมอ โดยเฉพาะการวิเคราะห์เทรนด์ธุรกิจสิ่งพิมพ์ปี 2018 ที่สำนักข่าวต่างประเทศหลายรายได้คาดการณ์ไว้ หลายข้ออาจไม่น่าแปลกใจ แต่ก็ยังมีเทรนด์บางอย่างที่น่าสนใจควรแก่การบอกเล่าให้อ่านกัน 

1. คนจะเริ่มเกิดอาการ “เซ็งโลกออนไลน์” (Digital Fatigue)
อีบุ๊กอาจยังไม่เสื่อมความนิยมก็จริง แต่ผู้อ่านจำนวนไม่น้อยจะเริ่ม ‘เหนื่อย’ ที่วันๆ ใช้เวลาหลายชั่วโมงอยู่กับหน้าจอโทรศัพท์มือถือ และคอมพิวเตอร์ คนส่วนหนึ่งจึงเริ่มหันมาหา ‘เพื่อนเก่า’ อย่างหนังสือ ที่หยิบอ่านได้ทุกเวลา สบายตากว่า และได้ความรู้สึกที่ดีกว่า (อย่างน้อยก็สำหรับนักอ่านจำนวนหนึ่ง) ยอดขายส่วนใหญ่ของนวนิยายผู้ใหญ่ในปี 2016 คือยอดขายในรูปแบบอีบุ๊ก แต่มีแนวโน้มตกลง สอดคล้องกับที่ยอดขาย ‘หนังสือ’ ทุกประเภท ส่วนแบ่งของอีบุ๊กก็ลดลงเช่นกันเมื่อเทียบกับหนังสือเล่ม 

2. Indie Publishing และ Hybrid Publishing จะเป็นที่นิยม
Indie Publishing หมายถึง นักเขียนเขียนเอง พิมพ์เอง ขายเอง ส่วน Hybrid Publishing หมายถึง เอาหลายๆ วิธีมาใช้ร่วมกัน (เช่น เอเย่นต์ที่เคยมีหน้าที่ติดต่อสำนักพิมพ์ เพื่อให้พิมพ์งานของนักเขียน เปลี่ยนมาตั้งสำนักพิมพ์เพื่อพิมพ์หนังสือที่ตัวเองเห็นว่าดี แต่หาสำนักพิมพ์พิมพ์ให้ไม่ได้ หรือ นักเขียนใช้วิธีระดมทุนมวลชน (Crowdfunding) เพื่อมาจัดพิมพ์หนังสือของตนเอง

ข้อมูลปี 2016 ระบุว่า เป็นครั้งแรกที่ส่วนแบ่งตลาดของหนังสือที่นักเขียนจัดพิมพ์เอง หรือพิมพ์โดยสำนักพิมพ์เล็กๆ แล่นแซงหน้าสำนักพิมพ์ยักษ์ใหญ่ สาเหตุที่นักเขียนนิยมทำงานเองโดยไม่พึ่งสำนักพิมพ์อย่างเดิม เป็นเพราะเมื่อไม่ต้องแบ่งรายได้ให้สำนักพิมพ์เป็นค่าผลิตหนังสือ นักเขียนจึงได้เงินมากขึ้น อีกทั้งยังมีอิสระเต็มที่ในการผลิต (เช่น กำหนดวิธีจัดหน้าหรือออกแบบปก)

3. จำนวนปกหนังสือมากขึ้น แต่ตลาดผู้อ่านของหนังสือแต่ละเล่ม จะแคบลง
ตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา หนังสือที่พิมพ์ออกสู่ท้องตลาดมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ปริมาณผู้อ่านไม่ได้เพิ่มขึ้น (ประมาณ 73% ของอเมริกันชนอ่านหนังสืออย่างน้อยปีละเล่ม เป็นตัวเลขที่ไม่เปลี่ยนแปลงมากนักตั้งแต่ปี 2012) เท่ากับว่า ต้องทำงานหนักกว่าเดิมเพื่อให้หนังสือของตนเป็นที่รู้จัก เช่น พยายามสร้างกลุ่มนักอ่านเฉพาะของตนขึ้นมาผ่านโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้ นักเขียนที่พิมพ์งานเองหลายคนก็ถูกวิจารณ์เรื่องคุณภาพต้นฉบับที่แย่ลง (เพราะอาจไม่มีบรรณาธิการคอยตรวจแก้ต้นฉบับ) และรูปลักษณ์ของหนังสือ (ที่แย่ลงเช่นกัน) จึงมีคำแนะนำว่า การทำงานด้วยความประณีต ยังเป็นโอกาสให้โดดเด่นอยู่เสมอ

ข้อมูลเหล่านี้ อาจช่วยให้เหล่านักเขียนและคนทำหนังสือตัดสินใจได้ว่า ปีนี้จะสร้างงานแบบไหนดี 


ที่มา
บทความ “5 Publishing Trends for 2018” (16 ตุลาคม 2017) โดย Tim Mcconnehey จาก izzardink.com/publishing-trends
บทความ “2018 Book Publishing Predictions - Are Indie Authors Losing their Independence?” (5 มกราคม 2018) โดย Mark Coker จาก huffingtonpost.com

เรื่อง : กรณิศ รัตนามหัทธนะ 



Creative Thailand

เกี่ยวกับ Creative Thailand

โครงการ "Creative Thailand สร้างเศรษฐกิจไทยด้วยความคิดสร้างสรรค์" จัดตั้งขึ้นโดยศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) มีวัตถุประสงค์ในการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการผลักดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีนิตยสารและเว็บไซต์ Creative Thailand เป็นแกนหลักในการนำเสนอและเผยแพร่องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง


บทความล่าสุด