มุมชวนคิดเพื่อสร้างสรรค์สังคมผู้สูงอายุ

Posted by Creative Thailand | 4 เมษายน 2561 | Creative Resource
413
Loading...

ชาญชรา.jpg

[Featured Book]
ชาญชรา ก้าวสู่สังคมสูงวัยด้วยความรู้และปัญญา
โดย วรเวศม์ สุวรรณระดา

ตามนิยามขององค์การสหประชาชาติ สังคมสูงวัย (Aging Society) คือการมีปริมาณสัดส่วนผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากรทั้งหมด ซึ่งประเทศไทยได้เข้าสู่ภาวะนี้ตั้งแต่ปี 2547 และตามสถิติที่คาดการณ์ไว้ ในปี 2574 อาจมีสัดส่วนผู้สูงวัยเพิ่มขึ้นจนถึง 20 เปอร์เซ็นต์

ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ประชากรวัยทำงานลดลง และภาวะเด็กเกิดใหม่มีแนวโน้มลดลงนั้น คือปัจจัยที่ทำให้อัตราของประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับประชากรทั้งหมด สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งเป็นเพราะความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยให้เรายืดเวลาการใช้ชีวิตได้ยาวนานขึ้น อีกส่วนคือการเลื่อนช่วงอายุการใช้ชีวิตของคนรุ่นถัดมา จากแต่ก่อนที่หลายคนเริ่มต้นทำงานตั้งแต่เรียนจบชั้นประถม จากนั้นก็แต่งงาน และมีครอบครัวตั้งแต่วัยต้น 20 แต่เมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น เราก็ใช้เวลากับการศึกษานานขึ้น อายุเมื่อเริ่มทำงานหรือเริ่มสร้างครอบครัวจึงขยับตามออกไปอีก ทำให้จำนวนประชากรรุ่นหลังลดลงไปด้วย ชาญชรา ก้าวสู่สังคมสูงวัยด้วยความรู้และปัญญา ได้รวบรวมของงานวิจัยเกี่ยวกับผู้สูงอายุในแง่ต่างๆ พร้อมบทสัมภาษณ์จาก ศ.ดร.วรเวศม์ สุวรรณระดา อนุกรรมการการส่งเสริมการขยายโอกาสด้านอาชีพและการทำงานสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อให้เห็นผลกระทบในทุกมิติของภาวะสังคมสูงวัยที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งผลกระทบของสถานการณ์นี้มีอยู่ 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ผลต่อระดับบุคคล คือการที่ผู้สูงอายุที่ไม่มีลูกหลานจะขาดค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตส่วนหนึ่งไป ทำให้รายได้ไม่เพียงพอ ผลต่อระดับเศรษฐกิจ คือการที่จำนวนผู้เข้าสู่ตลาดแรงงานน้อยกว่าผู้ที่เกษียณออกไป ทำให้ขาดแรงงานในการผลิต และผลต่อภาครัฐที่จะต้องนำงบประมาณจำนวนมากเข้ามาดูแลในด้านสวัสดิการต่างๆ เช่น ค่ารักษาพยาบาล และเงินบำนาญ

เห็นได้ชัดว่าโครงสร้างของประชากรส่งผลอย่างมากต่อภาพรวมของทั้งประเทศ การปรับตัวจึงเป็นเรื่องสำคัญ งานวิจัยนี้จึงเป็นเสมือนตัวช่วยย่นระยะเวลาที่ทำให้เรามุ่งหาวิธีรับมือได้อย่างรวดเร็วและตรงจุดมากขึ้น เช่น การเสนอการขยายเวลาทำงาน หรือการยืดอายุการเกษียณออกไปเพื่อลดปัญหาการขาดแรงงาน การส่งเสริมการออม ส่งเสริมการเกิดที่มีคุณภาพ การสร้างหลักประกันยามชรา ไปจนถึงการสำรวจความพร้อมและการปรับตัวของภาคการผลิตพร้อมกับการสนับสนุน ซึ่งจะเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่ทำให้เราร่วมกันก้าวสู่สังคมสูงวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ


mattiashollwich-newaging.png
[Book]
New Aging: Live smarter now to live better forever
โดย Matthias Hallwich

ความน่าสนใจอย่างแรกคือ หนังสือเล่มนี้ออกแบบโดย Bruce Mau Design กราฟิกดีไซน์สตูดิโอชื่อดัง ที่เลือกเปลี่ยนเนื้อหาหนักๆ ซึ่งมีพื้นฐานเชิงวิจัยทางวิชาการ ให้เป็นหนังสือที่เต็มไปด้วยไอเดียน่าสนใจ อ่านสนุกด้วยภาพประกอบสวยงาม และจัดวางรูปเล่มโดยเน้นให้ตัวหนังสือกระตุ้นประเด็นชวนให้คิดตลอดทั้งเล่ม ผู้แต่งอย่างมาเธียส ฮอลล์วิช (Matthias Hollwich) ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทสถาปนิก Hollwich Kushner นั้น มีความสนใจในประเด็นการใช้พื้นที่ร่วมกันระหว่างคนต่างเจเนอเรชัน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่กับผู้สูงอายุในลักษณะ Co-Living จึงได้รวบรวมและถ่ายทอดแนวคิดนี้ลงในหนังสือเพื่อปลุกเร้าให้เราคิดถึงวันที่เรามีอายุมากขึ้น ไปจนถึงวิธีการใช้ประสบการณ์ที่มีเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ การปรับตัว การรวมตัวกัน และการเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ ตลอดจนไอเดียที่เป็นไปได้แบบที่สามารถหยิบจับไปพัฒนาเป็นธุรกิจได้ทันที

young_old_rfs.jpg

[Book]
Young-old: Urban Utopias of an Aging Society
โดย Deane Simpson

วัยชรา คำที่เราได้ยินจนชินหูเมื่อนึกถึงผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป แต่วัยชราน้อย (Young-old) คือกลุ่มคนสูงวัยที่ยังมีพละกำลังและประสบการณ์เต็มเปี่ยม หนังสือเล่มนี้เจาะลึกข้อมูลเชิงสถาปัตยกรรมเมืองที่ศึกษาด้านสังคม วัฒนธรรม การเมือง และเศรษฐกิจอันเกี่ยวเนื่องกับกลุ่มคนเหล่านี้ โดยสำรวจย้อนไปตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1950 ที่ซันซิตี้ รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา ชุมชนเกษียณอายุที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม ทั้งส่วนเล่นกีฬา สันทนาการ และช้อปปิ้งมอลล์ จนนำไปสู่การเกิดเซ็กเมนต์ใหม่ๆ ของอสังหาริมทรัพย์เพื่อคนชราน้อย และกลายเป็นปรากฏการณ์ที่น่าจับตา อาทิ เดอะวิลเลจที่รัฐฟลอริดา ชุมชนเมืองที่คอสตาเดลโซ ของสเปน และ เฮาส์ เทน บอช ในจังหวัดนางาซากิบนเกาะคิวชู ความเก๋ไก๋ของหนังสือเล่มนี้คือสีสันและภาพประกอบที่ฉายภาพการเกิดกลุ่มสถาปัตยกรรมเมืองอย่างไม่เป็นทางการตามลักษณะการใช้ชีวิตของคนในพื้นที่ ภาพข่าวหนังสือพิมพ์ ภาพกิจกรรม ไทม์ไลน์การพัฒนาเมือง และอินโฟกราฟิกที่แสดงความสัมพันธ์ของจำนวนประชากรกับกิจกรรมและงานสถาปัตย์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้อ่านง่ายและกลายเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดให้ต้องพลิกดูแทบทุกหน้า

40337-fc-m.jpg

[Book]
Forever: On the art of longevity (Abstrakt)
โดย W.I.R.E.

ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) แต่หากมองไปยังอนาคต เราอาจกำลังเข้าสู่สังคมไร้อายุ (Ageless Society) แล้วก็เป็นได้ ยุคที่เทคโนโลยีทางการแพทย์ล้ำสมัย เพื่อมุ่งสู่การใช้ชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดี W.I.R.E. คลังสมองออนไลน์ที่รวบรวมข้อมูลวิจัยและความรู้เฉพาะด้านทางธุรกิจ สังคม และวิทยาศาสตร์การดำรงชีวิต หันมาสนใจประเด็นนี้และจัดทำหนังสือดีไซน์สวยลำดับที่ 14 ของชุด ABSTRAKT ในธีมที่ว่าด้วยความเป็นนิรันดร์ โดยสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ อาทิ นักปรัชญาชาวสวิส บาบาร่า ไบรสซ์ ที่ตั้งคำถามชวนคิดว่า อะไรคือสิ่งที่ทำให้เราอยากมีชีวิตต่อไป ในขณะที่มนุษย์มีแนวโน้มที่จะอยู่บนโลกได้ยาวนานขึ้น ในเล่มยังมีการนำเสนอแนวคิดคู่แย้งที่นำมาใช้เป็นกลยุทธ์ในการเอาตัวรอดได้อย่างยั่งยืน อาทิ ความคล่องแคล่วว่องไว (Agility) กับวิสัยทัศน์ (Vision) เมื่อการมีเป้าหมายและมองไปข้างหน้าช่วยสร้างจุดยืนในการทำสิ่งต่างๆ ได้อย่างมั่นคง แต่การปรับตัวได้รวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ ก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้และต้องดำเนินไปด้วยกันแบบคู่ขนาน เป็นต้น และนี่เป็นเพียงตัวอย่างสำหรับแนวทางที่ทำให้เราก้าวเดินได้มั่นคงอย่างไม่หยุดยั้ง บนโลกที่ให้เราจะอยู่ได้นานเท่าที่จะเป็นไปได้


เรื่อง : ชลดา เจริญรักษ์ปัญญา และโครงการ Designing Impact Program 

Creative Thailand

เกี่ยวกับ Creative Thailand

โครงการ "Creative Thailand สร้างเศรษฐกิจไทยด้วยความคิดสร้างสรรค์" จัดตั้งขึ้นโดยศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) มีวัตถุประสงค์ในการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการผลักดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีนิตยสารและเว็บไซต์ Creative Thailand เป็นแกนหลักในการนำเสนอและเผยแพร่องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง


บทความล่าสุด