มุมชวนคิดเพื่อสร้างสรรค์สิ่งพิมพ์ยุคใหม่

Posted by Creative Thailand | 2 กุมภาพันธ์ 2561 | Creative Resource
473
Loading...

71YEGfgNKzL.jpg

(Featured Book)
Visionaire

ถ้าต้องการเพียงถ่ายทอดเรื่องราวหรือเนื้อหา สิ่งพิมพ์อาจไม่ใช่ทางเลือกแรกอีกต่อไป และหากเข้าใจเป้าหมายดีพอ ยังมีอีกหลายช่องทางในการส่งข้อความเหล่านั้นไปยังผู้รับ ปัจจุบันช่องทางออนไลน์ถูกเข้ามาแทนที่ช่องทางทางกายภาพอื่นๆ ผนึกกำลังกับสื่อหลากหลายรูปแบบ สร้างประสบการณ์และการรับรู้สารนั้นได้ดีกว่า แล้วหนังสือสิ่งพิมพ์ที่เป็นตัวเล่ม จับต้องได้ ยังคงมีคุณค่าอะไรเหลืออยู่อีกบ้าง

Visionaire บอกว่าพวกเขาคือคนเล่าเรื่อง แต่สิ่งที่เขาทำมากกว่าคือเขาใช้สิ่งพิมพ์เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างประสบการณ์ ร่วมกับช่องทางอื่นๆ หนังสือ Visionaire ถูกออกแบบมาอย่างสร้างสรรค์สุดจินตนาการ เพื่อสะท้อนแนวคิดที่แตกต่างกันโดยไม่ยึดติดกับรูปแบบ ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกับนักเขียน ศิลปิน และนักออกแบบที่มีชื่อเสียงระดับโลก ตีความโจทย์ที่เปิดกว้างในการแสดงความคิด ทั้งเรื่องศิลปะ แฟชั่น ภาพยนตร์ และวัฒนธรรมร่วมสมัย โดยได้รับการถ่ายทอดออกมาอย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน

ทั้งหมดนี้ทำให้ Visionaire ยังคงยืนหยัดอยู่ได้มากว่า 26 ปี ด้วยความแตกต่างของแต่ละเล่มหนังสือเล่มแรกได้รับการตีพิมพ์ในปี 1991 โดยเซซิเลีย ดีน (Cecilia Dean) และเจมส์ คาลิอาร์ดอส (James Kaliardos) พวกเขาเริ่มต้นจากความต้องการสร้างพื้นที่ในการนำเสนอเรื่องราว ไอเดีย และความคิดสร้างสรรค์ของศิลปินไปสู่วงกว้าง ซึ่งถ้านำเสนอในแกลเลอรี่แน่นอนว่าย่อมสร้างประสบการณ์ได้ดีกว่า แต่ทั้งคู่ไม่ต้องการให้พื้นที่มาเป็นข้อจำกัดในการเข้าถึง และด้วยความที่ในสมัยนั้นยังไม่มีอินเทอร์เน็ต พวกเขาจึงเลือกนำเสนอเนื้อหาในรูปแบบสื่อสิ่งพิมพ์ และพัฒนาประสบการณ์โดยไม่จำกัดเทคนิคและรูปแบบ ซึ่งโซเชียลมีเดียหรือโลกดิจิทัลให้ไม่ได้ จนกลายเป็นคุณค่าและเอกลักษณ์สำคัญของ Visionaire

67Fetish_Issue_Hover_960x540px-520x312.jpg

ทั้งคู่ทำหนังสือมาแล้วทุกรูปแบบ บางเล่มมีกลิ่นหอม บางเล่มเปิดให้ได้ลองชิมรสชาติ บางเล่มกลายเป็นของเล่น บางเล่มเป็นการพิมพ์บนเสื้อ บางเล่มสูงเท่าตัวคน และเล่มล่าสุดคือเล่มที่ 67 ภายใต้ธีม Fetish ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกับศิลปินช่างถ่ายภาพระดับตำนานอย่างสตีเวน ไคลน์ (Steven Klein) ซึ่งตีพิมพ์เพียง 200 เล่มเท่านั้น 

ปัจจุบัน Visionaire กลายเป็นเสมือนของสะสม บางฉบับยังมีการประมูลกันในตลาดหนังสือมือสองในราคาสูงกว่า 5,000 เหรียญสหรัฐฯ เลยทีเดียว

how to make a book with steidl.jpg

(Documentary)
How to Make a Book with Steidl
กำกับโดย: Jörg Adolph, Gereon Wetzel 

แม้จะอยู่ในช่วงที่การพิมพ์หนังสือลดน้อยลง แต่แกร์ฮาร์ด ชไตเดิล (Gerhard Steidl) เจ้าของโรงพิมพ์ที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในเยอรมนี กลับยังคงได้รับการว่าจ้างให้ออกแบบและผลิตหนังสืออย่างต่อเนื่อง สารคดีนี้เล่าเบื้องหลังขั้นตอนการสร้างสรรค์หนังสือแบบเฉพาะตามความต้องการของลูกค้าหลายประเภท ตั้งแต่ช่างภาพชื่อดัง แบรนด์หรู ตลอดจนชีคจากตะวันออกกลาง การผลิตที่พิถีพิถันทั้งการสัมผัส ความละเอียดในการเลือกเฉดสี เนื้อกระดาษ เทคนิคการพิมพ์ หรือแม้กระทั่งกลิ่นและเสียงพลิกของหน้ากระดาษ รวมออกมาเป็นผลงานคุณภาพซึ่งเกิดจากประสบการณ์ในการพิมพ์มากว่า 40 ปี และความหลงใหลในงานอย่างแท้จริง

Books a living history.jpg

(Book) 
A Living History
โดย: Martyn Lyons

แม้จะมีการคาดการณ์ว่าตลาดหนังสือจะถูกลดขนาดลง เพราะผู้คนหันไปพึ่งพาการอ่านแบบดิจิทัลมากขึ้น แต่สถิติ 12 วันของงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งล่าสุด คือมีผู้เข้าร่วมงานถึง 1.8 ล้านคน ยอดจำหน่ายรวม 600 ล้านบาท ทำให้เกิดคำถามว่า ทำไมความต้องการสิ่งพิมพ์ยังไม่หมดไปในยุคที่เราสามารถอ่านอีบุ๊กได้ง่ายกว่า Books: A Living History ได้อธิบายภาพรวมของการวิวัฒนาการของหนังสือ ตั้งแต่ต้นกำเนิด จากกระดาษปาปิรุสไปสู่หน้าจอแท็บเลตในปัจจุบัน แต่ละขั้นของการพัฒนานั้นมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ทำให้เรามองเห็นความผูกพันระหว่างมนุษย์กับหนังสือที่มีการก้าวข้ามผ่านยุคต่างๆ มาพร้อมกันจนไม่สามารถแยกออกจากกันได้

Print Is dead long live print.jpg

(Book) 
Print Is Dead: Long Live Print : The World's Best Independent Magazines
โดย: Ruth Jamieson

เมื่อนิตยสารที่เราคุ้นเคยหลายฉบับได้ปิดตัวลง ประโยคที่ว่า Print Is dead จึงสามารถเห็นได้เด่นชัดขึ้นทุกที แต่ในขณะที่นิตยสารบางหัวซึ่งตีพิมพ์มากว่าหกสิบปีต้องปิดตัวลง ก็มีนิตยสารหัวใหม่ๆ เกิดขึ้นเช่นกัน ผู้เขียนพาเราสำรวจแผงหนังสือที่เปลี่ยนแปลงไป ในอดีตแนวทางของเนื้อหาพยายามเข้าถึงกลุ่มคนหมู่มาก แต่นิตยสารอิสระรุ่นใหม่ได้เลือกนำเสนอเรื่องราวที่เจาะลึกสู่ตลาดเฉพาะกลุ่มที่ไม่สามารถหาอ่านได้ทั่วไปมากขึ้น ช่วยให้เห็นว่า นิตยสารต่างๆ อาจไม่ได้ตายลงทั้งหมด แต่อาจเป็นการคัดกรองให้มีการปรับตัวและจับตลาดให้ตรงจุดมากขึ้นเท่านั้น

เรื่อง : เลอชาติ ธรรมธีรเสถียร และ ชลดา เจริญรักษ์ปัญญา



Creative Thailand

เกี่ยวกับ Creative Thailand

โครงการ "Creative Thailand สร้างเศรษฐกิจไทยด้วยความคิดสร้างสรรค์" จัดตั้งขึ้นโดยศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) มีวัตถุประสงค์ในการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการผลักดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีนิตยสารและเว็บไซต์ Creative Thailand เป็นแกนหลักในการนำเสนอและเผยแพร่องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง


บทความล่าสุด