Movie/ Book/ Magazine/ Featured Book

1 เมษายน 2557 | Creative Resource
1777
Loading...

พบกับ Creative Resource ได้ที่ TCDC Resource Center

MOVIE
Autumn Spring

กำกับโดย
Vladimir Michalek

autumn-spring-movie-poster-2001-1020273799.jpg

ภาพชายชรานั่งหงอยเหงาเพื่อรอวันสุดท้ายมาถึง คงเป็นภาพที่ดูสวนทางอย่างสุดโต่งกับภาพยนตร์จากสาธารณรัฐเช็กเรื่องนี้ เพราะแค่เพียงโปสเตอร์ก็ทลายภาพหนุ่มใหญ่วัยผมสีดอกเลาด้วยท่าทางขี้เล่นสนุกสนาน ล้อไปกับบทที่ช่วยส่งให้วลาสติมิล บรอดสกี ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติอย่าง Czech Lion จากการรับบทฟานดาที่เลือกใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายด้วยการวางแผนเล่นสนุกกลั่นแกล้งคนอื่นๆ ร่วมกับเพื่อนคู่หูโดยไม่สนใจว่าคนรอบข้างจะคิดอย่างไร พฤติกรรมของทั้งคู่ต่างจากภรรยาของฟานดาที่ทุกวันหมกมุ่นอยู่กับการเก็บเงิน วางแผน และคิดถึงบทอำลาอาลัยของตัวเองและสามี ความร่วงโรยตามวัยอาจมาพร้อมกับการปลดระวางตัวเองหรือแม้กระทั่งการใช้ทุกนาทีอย่างมีคุณค่าจากประสบการณ์ที่ผ่านมานับสิบปี ในชีวิตจริง บรอดสกี ถือเป็นนักแสดงฝีมือดีรุ่นลายครามที่โลดแล่นอยู่ในแวดวงละครมาตั้งแต่อายุ 20 ปี และเข้าสู่วงการแผ่นฟิล์มครั้งแรกในปี 1950 การรับบทอันเข้มข้นและประสบการณ์การแสดงส่งผลให้เขาได้รับรางวัลมามากมาย และแสดงให้เห็นว่าความเก๋าระดับมืออาชีพไม่ได้ใช้เวลาชั่วข้ามคืน แต่ล้วนมาจากการสั่งสมประสบการณ์ จนได้ชื่อว่าเป็นตำนานและได้รับการยอมรับจากผู้ชม


MAGAZINE
Viewpoint No.33

โดย
David R.Shah

12071-fc-m.jpg

ความชราไม่ได้เป็นปฏิปักษ์หรืออยู่คนละฝั่งกับแฟชั่น บทความจากนิตยสาร Viewpoint กล่าวว่ากลุ่มลูกค้าซึ่งมีอายุมากกว่า 55 ปีที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม Silver Market นี้เป็นคนชรารุ่นใหม่ซึ่งมีวิถีชีวิตค่อนข้างทันสมัย ใช้เทคโนโลยีได้อย่างคล่องแคล่ว ทั้งยังเป็นกลุ่มตลาดที่น่าสนใจ เพราะมีกำลังซื้อสูงและกำลังขยายตัว หากแต่ผู้ผลิตสินค้าแฟชั่นไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก ตัวเลือกสำหรับสินค้าแฟชั่นในกลุ่มนี้จึงน้อย หรือมีแค่สีและแบบเดียวกันไปหมด และเรียกรวมๆ ว่าสินค้าสำหรับคนสูงวัย ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว ลูกค้ากลุ่มนี้มีสไตล์และความต้องการที่หลากหลายไม่ต่างจากวัยอื่นๆ ทั้งเสื้อผ้าสำหรับการทำงานและเสื้อผ้าสำหรับการเข้าสังคมในโอกาสต่างๆ ดังนั้นคงจะเป็นเรื่องดี ถ้านักออกแบบรุ่นใหม่หันมาผลิตสินค้าแฟชั่นเพื่อตอบสนองคนกลุ่มนี้มากขึ้น ซึ่งจะถือเป็นการเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคและทิศทางตลาดที่เปลี่ยนไปของโลกอย่างแท้จริง


BOOK
Transgenerational Design: Products for an Aging Population

โดย
James J. Pirkl

Transgen.jpg

เจมส์ โจเซฟ เพิร์คล์ (James Joseph Pirkl) ศาสตราจารย์เกียรติคุณและอดีตคณบดีภาควิชาออกแบบอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยซีราคิวส์ (Syracuse University) กล่าวถึงการออกแบบข้ามสายพันธุ์เพื่อเชื่อมความต้องการระหว่างผู้ใช้สอยกับดีไซเนอร์ นักวิทยาศาสตร์กับผู้ออกแบบบริการ หรือแม้กระทั่งเชื่อมความต้องการของคนต่างวัยเข้าไว้ด้วยกัน ผ่านตัวอย่างการคิดค้นอุปกรณ์มากมาย เช่น เครื่องครัวรูปแบบใหม่ๆ ไปจนถึงรองเท้าที่คำนึงถึงการรักษาสุขอนามัยและได้รับการออกแบบให้เหมาะกับรูปเท้าของผู้สวมใส่ ทั้งหมดนี้ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานหลักสามประการ หนึ่งคือดีไซเนอร์ต้องเข้าใจวิธีการใช้สอยผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นอย่างถ่องแท้ สองคือผลิตภัณฑ์ที่จะต้องช่วยลดข้อจำกัดและเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่มนุษย์ และสามคือการคำนึงถึงสภาพแวดล้อมที่จะถูกนำไปใช้งานในระดับที่ละเอียดลึกซึ้ง (Microenvironments) ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับคนทุกเพศทุกวัย


FEATURED BOOK
Secret Knowledge: Rediscovering the Lost Techniques of the Old Masters

โดย
David Hockney

DavidHockney.jpgHockneyComparison1.jpg

มีสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งนอกเหนือจากฝีมือที่วิจิตรบรรจงของเหล่าศิลปินผู้ทำให้ผลงานศิลปะกลายเป็นผลงานทรงคุณค่าและเพิ่มมูลค่าตัวมันเองมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็บั่นทอนคุณค่าของผลงานศิลปะชิ้นนั้นไปพร้อมๆ กัน สิ่งแปลกประหลาดนั้นคือ กาลเวลา

ผลงานศิลปะจากฝีมือศิลปินชั้นเอกที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ไม่ว่าจะเป็นผลงานของคาราวัจโจ เวลาสเควซ ดา วินชี หรือศิลปินก้องโลกคนอื่นๆ มักถูกสะสมโดยนักสะสมผลงานศิลปะ ทั้งที่เป็นพิพิธภัณฑ์ มหาเศรษฐี หรือแม้แต่นักขโมยงานศิลปะ พวกเขาตามล่าหาซื้อชิ้นงานศิลปะมาเก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัว สร้างความภาคภูมิใจให้กับเจ้าของ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าภาพเขียนหรือผลงานประติมากรรมชิ้นนั้นทำขึ้นในยุคสมัยเก่าแก่หรือมีเพียงชิ้นเดียวในโลก กาลเวลาจึงทำให้มันกลายเป็นสิ่งที่มีคุณค่า หายาก ไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้ใหม่ หรือซ่อมแซมให้ดีดั่งเดิมด้วยฝีมือของช่างสมัยปัจจุบัน ขณะเดียวกัน กาลเวลาก็ทำให้เทคนิคที่ผ่านการคิดค้นด้วยกระบวนการลองผิดลองถูก จนกลายเป็นเทคนิคเฉพาะตัวนั้นขาดการส่งต่อสืบทอด และแม้เทคนิคบางเทคนิคจะถูกส่งต่อ แต่ก็มักจะลางเลือน สูญหาย หรือเกิดความเข้าใจผิด เมื่อชิ้นงานศิลปะถูกเก็บอยู่ในมือของผู้ที่ขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องการดูแลรักษาอย่างแท้จริง

เดวิด ฮอคนีย์ คือศิลปินอังกฤษหนึ่งในหัวเรี่ยวหัวแรงของขบวนการศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานป็อปอาร์ตจนทำให้เกิดปรากฏการณ์ศิลปะนิยมในทศวรรษ 1960 เขาสร้างสรรค์ผลงานชื่อดังอย่าง We Two Boys Together Clinging (1961) และ A Bigger Splash (1973) ซึ่งต่อมากลายเป็นสมบัติของ Tate Collection ประเทศอังกฤษ ฮอคนีย์มีข้อสงสัยในผลงานภาพเขียนของเหล่ามาสเตอร์ชื่อก้องต่างๆ ที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติในกรุงลอนดอนว่า เหตุใดภาพเขียนของศิลปินระดับปรมาจารย์เหล่านั้นถึงดูละเอียดและมีชีวิตชีวาสมจริงเหลือเกินในขณะที่ศิลปินหลายๆ คนหรือแม้แต่ตัวเขาเองยังประสบปัญหาด้านเทคนิคเพื่อให้ได้มาซึ่งความละเอียดเหล่านั้น สองปีหลังจากนั้น ฮอคนีย์ในวัย 63 ปี จึงตัดสินใจวางพู่กัน หยุดวาดภาพด้วยเทคนิคของเขาเอง และเริ่มแกะรอยวิธีการเขียนวาดภาพและลงสีของบรรดาศิลปินสมัยโบราณ การวางพู่กันของฮอคนีย์ถือเป็นข่าวครึกโครมอยู่ช่วงหนึ่งที่สื่อให้ความสนใจ ก่อให้เกิดบทสนทนาระหว่างนักวิทยาศาสตร์ นักประวัติศาสตร์ศิลปะ และภัณฑารักษ์ทั่วโลก

ฮอคนีย์เปิดเผยบทเรียนประวัติศาสตร์และเทคนิคการวาดภาพจากบรรดามาสเตอร์ต่างๆ เป็นครั้งแรกในหนังสือเล่มนี้ในปี 2001 เขาเล่าเรื่องของตัวเองที่ค่อยๆ แกะรอยจากภาพสู่ภาพ จากชั้นสีสู่อีกชั้นสี โดยใช้ภาพเขียนที่หลงเหลืออยู่ในปัจจุบันเป็นเครื่องมือ สายตาอันเฉียบคมที่ได้มาจากการฝึกปรือเขียนภาพทำให้เขาเข้าใจถึงแก่นที่ว่า เพราะเหตุใดเหล่าศิลปินใหญ่ถึงใช้แว่นขยายและเลนส์ขนาดใหญ่เป็นเครื่องมือให้วาดรูปได้เสมือนจริง จนกลายมาเป็น Secret Knowledge: Rediscovering the Lost Techniques of the Old Masters ที่ถ่ายทอดเทคนิคของผลงานของศิลปินต่างๆ ที่โลกชื่นชอบให้คนยุคปัจจุบันได้นำมาปรับใช้กับงานของตัวเอง

เรื่อง: ศุภาศัย วงศ์กุลพิศาล และ กริยา บิลยะลา




บทความล่าสุด