Aging 4.0 สตาร์ทอัพพันธุ์ใหม่ที่ไม่ได้มีแค่เจน Y กับ Z

Posted by Creative Thailand | 1 มกราคม 2560 | Creative Startup
46270
Loading...

boomerpreneur1.jpg
© fastcompany.com

หลายคนอาจติดภาพจำว่าเจ้าของธุรกิจสตาร์ทอัพจะต้องเป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรง อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีที่เข้ามาพลิกโฉมพฤติกรรมการบริโภค และประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 30 ปี แต่ผู้คนที่เดินเข้าออกกันอย่างคึกคักตามงานประชุมเสวนาเกี่ยวกับธุรกิจและสตาร์ทอัพในปีนี้ ยังรวมไปถึงเหล่าคนสูงวัยผมสีดอกเลาและเบบี้บูมเมอร์ด้วย อาจเพราะเทคโนโลยีในวันนี้เปิดกว้างให้คนต่างรุ่นต่างวัยได้เข้าถึงแหล่งข้อมูล แพลตฟอร์มการซื้อขาย และเครื่องมือการลงทุนอย่างเท่าเทียมกัน ที่สำคัญกลุ่มคนเหล่านี้ยังมาพร้อมกับความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่มีแต่ 'เวลา' เท่านั้นจะบ่มเพาะได้

การเปลี่ยนแปลงระลอกใหม่ในซิลิคอน วัลเลย์
มันอาจเริ่มต้นในปี 2013 ตอนที่บาร์บารา เบสไคนด์ (Barbara Beskind) ได้เห็นเดวิด เคลลี  (David Kelly) ผู้ก่อตั้ง IDEO บริษัทด้านการออกแบบชั้นนำของโลก ให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ว่าประสบการณ์และความหลากหลายของทีมงานนั้นสำคัญต่อการออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ตอนนั้นเธออายุ 89 ปี และตัดสินใจเขียนจดหมายสมัครงานไปยัง IDEO ทันที บาร์บาราเล่าประสบการณ์การทำงานของเธอตั้งแต่ตอนทำงานเป็นนักบำบัดในกองทัพ และอธิบายว่าเธอจะมีส่วนช่วยบริษัทในการออกแบบเพื่อสังคมผู้สูงอายุได้อย่างไร

บาร์บาราเคยให้สัมภาษณ์กับนิวยอร์กไทม์ว่า “ความคิดสร้างสรรค์คือยาอายุวัฒนะของชีวิต” และดูเหมือนเธอจะพิสูจน์ว่าเป็นเช่นนั้นจริง ปัจจุบันเธอมีอายุ 92 ปี และทำงานเป็นนักออกแบบที่ IDEO สาขาพาโล อัลโต รัฐแคลิฟอร์เนีย ร่วมกับคนหนุ่มสาวไฟแรงในซิลิคอน วัลเลย์ นอกจากจะดูแลโปรเจ็กต์บริการเดลิเวอรี่ของศูนย์สุขภาพ และร่วมออกแบบชุดดินสอสีน้ำสำหรับคนที่เป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมแล้ว บาร์บารายังมีแบรนด์อุปกรณ์ช่วยทรงตัวที่ชื่อ “เทรกเกอร์” โดยดัดแปลงจากไม้สกี พร้อมออกแบบที่จับให้กระชับมือและติดไฟแอลอีดีเพิ่มความปลอดภัย

เรื่องราวของนักออกแบบหญิงสูงวัยผู้นี้ไม่เพียงสร้างแรงบันดาลใจให้คนหลายรุ่นทั่วโลก แต่ยังเปลี่ยนมุมมองความคิดและทัศนคติต่อคนสูงอายุในปัจจุบัน จากที่เคยถูกมองข้ามหรือตัดสินว่าเป็นภาระของรัฐ ทุกวันนี้ ผู้สูงวัยเริ่มกลับมาทำงานหรือทำธุรกิจเล็กๆ ของตัวเองอย่างแอคทีฟ โดยไม่มองอายุเป็นอุปสรรค และการที่บริษัทชั้นนำอย่าง IDEO รับเธอเข้าทำงาน ก็ยิ่งสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารและทีมงานยุคใหม่ที่ไม่นำ ‘อายุ’ มาปิดกั้นทักษะ ความสามารถ และความคิดสร้างสรรค์ของพนักงาน ที่สำคัญ ทั้งบาร์บาราและทีม IDEO เองก็เชื่อว่า การแชร์ความรู้ความเข้าใจที่เธอมีเกี่ยวกับพฤติกรรมและความต้องการของผู้สูงวัย และเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบ (Co-creation) จะนำไปสู่การแก้ปัญหาและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อผู้สูงวัยอย่างแท้จริง

ไม่ใช่แค่บาร์บารา เบสไคนด์เท่านั้น ประตูของซิลิคอน วัลเลย์ ได้เปิดต้อนรับผู้สูงอายุและคนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ที่ตบเท้าเข้ามาในงานประชุมและเสวนาเกี่ยวกับธุรกิจสตาร์ทอัพ เช่น งานประชุม Silicon Valley Boomer Venture Summit ที่ก่อตั้งในปี 2004 โดยได้รับการสนับสนุนจากสมาคมผู้เกษียณอายุของสหรัฐอเมริกา (AARP)
    
แมรี่ เฟอร์ลอง (Mary Furlong) ผู้ร่วมก่อตั้งงานดังกล่าวเห็นว่าสังคมผู้สูงอายุเป็นประเด็นสำคัญระดับโลก เธอจึงต้องการชวนนักลงทุน แองเจิลอินเวสเตอร์ อินคิวเบเตอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรม นักออกแบบ และผู้ประกอบการ มาร่วมค้นหาความเป็นไปได้ทางธุรกิจและการออกแบบผลิตภัณฑ์/บริการสำหรับกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ที่เป็นกลุ่มผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่ทรงอิทธิพลในอเมริกา ตามแนวคิดเศรษฐกิจอายุวัฒน์ (Longevity Economy) ของเอเออาร์พี

หนึ่งในวิทยากรที่เข้าร่วมการบรรยายในปี 2016 คือ เคน ไดต์วัลด์ (Ken Dychtwald) นักจิตวิทยาอาวุโส ผู้เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุ เขาเป็นตัวแทนของคนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ที่ยังคงทำงานอยู่ด้วยวัย 66 ปี ในตำแหน่งซีอีโอของบริษัท Age Wave ให้คำปรึกษาและรายงานวิจัยเกี่ยวกับการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว เคนได้เดินทางไปบรรยายตามเวทีระดับโลก เช่น การประชุมสภาเศรษฐกิจโลก และการประชุมเกี่ยวกับสังคมสูงวัยที่ทำเนียบขาว เพื่ออธิบายโอกาสทางธุรกิจของเศรษฐกิจอายุวัฒน์ และสนับสนุนให้คนเปลี่ยนนิยามการเกษียณอายุเสียใหม่ เพราะผู้สูงอายุต้องการมีส่วนร่วมและพัฒนาตนเอง
    
นอกจากซิลิคอน วัลเลย์ แนวโน้มนี้เริ่มปรากฏชัดเจนยิ่งขึ้นในสหรัฐอเมริกา มูลนิธิคอฟฟ์แมน (Kauffman Foundation) ได้เปิดเผยผลสำรวจเกี่ยวกับการทำธุรกิจและสตาร์ทอัพในปี 1996-2014 พบว่า กลุ่มชาวอเมริกันอายุ 55-64 ปี ที่เริ่มทำธุรกิจใหม่ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นมากกว่ากลุ่มวัย 20-30 ปี และเกือบ 1 ใน 4 ของธุรกิจเกิดใหม่ในปี 2012 ล้วนก่อตั้งโดยผู้ประกอบการอายุ 55 ปี หรือมากกว่านั้น

boomerpreneur2.jpg
© flickr-photo-Knight-Foundation

Boomerpreneur จัดการความเสี่ยงด้วยประสบการณ์
ในสหราชอาณาจักร คนรุ่นเบบี้บูมเมอร์กำลังขานรับเทรนด์การประกอบธุรกิจแทนการปลดเกษียณ รายงานวิจัยโดย Future Laboratory เปิดเผยว่า เบบี้บูมเมอร์ยังคงต้องการมีปฏิสัมพันธ์กับสังคม และอยากสร้างสรรค์สิ่งที่มีประโยชน์ต่อสังคมด้วยทักษะและประสบการณ์ของตนเอง

รายงานดังกล่าวยังระบุว่า ปัจจุบัน คนวัยทำงานตอนปลายหันมาสนใจทำธุรกิจขนาดเล็กและสตาร์ทอัพ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวกับงานคราฟต์ เพราะเชื่อว่าการทำงานจะทำให้ตนยังคงแอคทีฟ โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 1.7 ล้านคนเป็น 2 ล้านคนในปี  2020

ไม่เพียงแต่เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ผู้สูงวัยในสหราชอาณาจักรกลับมาทำงานกันอีกครั้ง ส่วนหนึ่งเพราะการปรับนโยบายบางส่วนของรัฐบาล เช่น เงินบำนาญ และระบบไมโครไฟแนนซ์ที่สนับสนุนให้กลุ่มคนอายุ 50 ปีขึ้นไปมีธุรกิจของตนเอง และลดปัญหาการว่างงาน ขณะที่ภาคเอกชนเองก็ไม่พลาดที่จะตอบสนองอุปสงค์ดังกล่าว เช่น เปิดโครงการปั้นสตาร์ทอัพ เพิ่มบริการเกี่ยวกับการลงทุนสตาร์ทอัพในระยะเริ่มต้น จนถึงการกู้ยืมเพื่อขยายสเกลธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการสูงวัย

ปรากฏการณ์คล้ายกันนี้ยังเกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก อาทิ Tom Fath ประธานบริษัท FATH Group วัย 66 ปี ได้รับการยกย่องในฐานะผู้สนับสนุนสตาร์ทอัพตัวยง ผู้บริหารที่กล้าได้กล้าเสี่ยงและเป็นนักลงทุนมืออาชีพ เขายังถือหุ้นในบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยี อาทิ Quantum Silicon, Bertech, MTI  ขณะที่พอลลาและกอร์ดอน แม็กเนอร์เนย์ (Paula and Gordon McInerney) คู่สามีภรรยาชาวออสเตรเลียวัย 60 ตัดสินใจเปิดบล็อกท่องเที่ยวที่ชื่อ Contented Traveller หลังเกษียณ และมีแฟนๆ ติดตาม จนได้รับเชิญมาเขียนคอลัมน์ให้กับ USA Today ในปัจจุบัน ส่วนสมเกียรติ ชินธรรมมิตร์ ก็เป็นซีอีโอรุ่นราวคราวเดียวกันที่น่าจับตามองในธุรกิจสายฟินเทค จากการก่อตั้ง เวลธ์ เมจิก (Wealth Magik) บริการออนไลน์ที่รวบรวมเครื่องมือทางการเงินและการบริหารจัดการการลงทุนมาแนะนำให้นักลงทุนมือใหม่

ความเป็นไปได้ที่ว่าผู้ประกอบการสูงวัยจะมีแนวโน้มประสบความสำเร็จมากกว่าวัยรุ่น ทำให้นักลงทุนเริ่มจับตามองกลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีคนอายุเยอะเป็นผู้บริหารหรือที่ปรึกษา เพราะคนมีอายุย่อมมีประสบการณ์ความรู้ การบริหารจัดการ การลงทุน และมีเครือข่าย ไม่ได้มุ่งมั่นจะ 'เปลี่ยนแปลงโลก' ให้ได้อย่างคนเจเนอเรชั่นวายหรือเด็กรุ่นใหม่ หากรู้จักรับมือกับความเสี่ยงอย่างคนทำธุรกิจเป็น อย่างไรก็ตาม ข้อมูลวิจัยที่ออกมาสนับสนุนแนวคิดนี้ยังไม่สามารถยืนยันทฤษฎีดังกล่าวว่าเป็นจริง

วันที่โลกกำลังมุ่งหน้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ รายงานจากเอเออาร์พีระบุว่า กลุ่มประชากรที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเมื่อเจนเอ็กซ์และมิลเลนเนียลทั่วโลกเริ่มเข้าสู่ช่วงอายุดังกล่าว จะทำให้สัดส่วนของกลุ่มคนที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้นจาก 1.6 พันล้านคนในปี 2015 เป็น 3.2 พันล้านคนในปี 2050 ที่น่าจับตามองนับจากนี้ไปก็คือ เส้นแบ่งช่วงอายุจะค่อยๆ ถูกสลายไป และเกิดวัฒนธรรมการทำงานใหม่ ที่เน้นการทำงานระหว่างคนต่างรุ่น ต่างทักษะกับความถนัด และเติบโตมาในบริบททางสังคมที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

เรื่อง: ปิยพร อรุณเกรียงไกร

ที่มา:
ideo.com/people/barbara-beskind
รายงาน “The Kauffman Index 2015: Startup Activity | National Trends” โดย Kauffman Foundation จาก kauffman.org
รายงาน “The Longevity Economy: How People Over 50 Are Driving Economic and Social Value in the US” (กันยายน 2016) จาก aarp.org



Creative Thailand

เกี่ยวกับ Creative Thailand

โครงการ "Creative Thailand สร้างเศรษฐกิจไทยด้วยความคิดสร้างสรรค์" จัดตั้งขึ้นโดยศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) มีวัตถุประสงค์ในการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการผลักดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีนิตยสารและเว็บไซต์ Creative Thailand เป็นแกนหลักในการนำเสนอและเผยแพร่องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง


บทความล่าสุด