Made In Taiwan

Made In Taiwan
เราจะนึกถึงผลิตภัณฑ์ใดที่ Made in Taiwan เป็นอะไรเป็นอันดับแรก บ้างอาจพอคุ้นๆ กับตุ๊กตาบาบี้ในวัยเด็ก พอเปลี่ยนชุดเท่านั้น ก็จะทราบว่าไม่ได้ผลิตจากประเทศที่คนผมสีทอง หรือจะเป็นตุ๊กตาตัวนุ่มน่ากอดอย่างเจ้า MOOMINS ภาพวาดตัวการตูนที่คล้ายฮิบโปสีขาวชอบผจญภัย ทั้งที่ผู้ออกแบบอย่าง Tove Jansson อยู่ใกล้โพ้นถึงแถบสแกนดิเนเวียส่งไอเดียข้ามน้ำข้ามทะเลมาผลิตที่ประเทศนี้ แม้กระทั่งในภาพยนต์การ์ตูนอย่าง Toy Story (1995) ก็ยังมีการพูดถึงว่าของเล่นส่วนใหญ่ในโลกทำในประเทศไต้หวัน

จนกระทั่งในปี 1990 เป็นต้นมา ไต้หวันผันจากอุตสาหกรรมใช้แรงงานมาเป็นผู้นำด้านการผลิตสินค้าประเภทแล็ปท็อปและชิพคอมพิวเตอร์ของโลกเลยก็ว่าได้ สำหรับแฟนประจำเรื่องเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์อย่าง ACER ที่เป็นยี่ห้อแรกๆ ที่ทำ Net Book ออกจำหน่าย หรือ ASUS ต้องเคยตั้งอยู่บนโต้ะทำงานที่บ้านของใครหลายๆ คน หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่าง HTC ถือเป็นโทรศัพท์พกพารุ่นแรกที่บาง ทันสมัย กระทัดรัด มีระบบปฏิบัติการที่ง่ายต่อผู้ใช้เคยทำยอดซื้อที่สูงกว่าหลายๆ แบรนด์ในปัจจุบันมาแล้ว

ประเทศไต้หวันเป็นประเทศมีศักยภาพในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่มาเป็นเวลาช้านาน โดยเป็นผู้ผลิตไอเดียของคนอื่นให้กลายมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้ แต่เวลาผ่านไปตามกลไกทางการตลาด จะเห็นได้ว่าแบรนด์ต่างๆ เหล่านี้ได้รับความนิยมที่น้อยลงไปเนื่องจากมีคู่แข่งที่ตามไล่มาอย่างต่อเนื่อง นวัตกรรมและเทคโนโลยีอาจไม่ใช่เหตุผลหลักที่ต้องงัดขึ้นมาต่อสู้กันในเวลานี้

แต่คงเป็นราคาต้นทุนการผลิตที่ต่ำสู้ประเทศเพื่อนบ้านที่กำลังพัฒนาไม่ได้ซึ่งทำให้สินค้าอย่าง Iphone SAMSUNG หรือ MacBook Air มาแย่งชิงพื้นที่ในตลาดมากขึ้นเรื่อย รวมไปถึงการผลิตสินค้าอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นของเล่นหรือจักรยานจากอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานก็ประสบปัญหา เช่นเดียวกันเนื่องจากประเทศผู้ผลิตหันไปจ้างตลาดแรงงานราคาถูกอย่างประเทศจีนถือว่าเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวสำหรับหลายๆ ประเทศซึ่งร่วมถึงประเทศไทยด้วยเลยทีเดียว

Made BY Taiwanese n IN Taiwan
และสิ่งเหล่านี้เองที่เป็นแรงผลักดันให้รัฐบาลไต้หวันต้องเตรียมหามาตรการในการสร้างบรรทัดฐานของอุตสาหกรรมใหม่ที่อาศัยองค์ความรู้ที่เป็นต้นทุนจากวัฒนธรรมท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นขนบธรรมเนียม ประเพณี และชีวิตความเป็นอยู่ โดยสร้างจุดแข็งจากสิ่งที่มีเอกลักษณ์ ยากที่จะลอกเลียนแบบได้ มีตัวตนที่ชัดเจนให้มาเป็นแนวคิดในการส่งเสริมผลิตสินค้าและสร้างอุตสาหกรรมในปัจจุบันแทน

Challenge 2008 -“Industrialization of Culture and Culturalization of Industry”

ในปี 1995 Council for Cultural Affair เสนอแนวความคิด “Industrialization of Culture and Culturalization of Industry” – การสร้างอุสาหกรรมให้วัฒนธรรม และเพิ่มรายละเอียดของวัฒนธรรมลงไปในอุตสาหกรรมถูกความสำคัญให้เป็นลำดับแรกๆ ในแผนพัฒนาแห่งชาติ (2002-2007) มีการจัดประเภทของอุตสาหกรรมเชิงวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ (Cultural and Creative Industry) ประกอบด้วยอุตสาหกรรมเชิงวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ 13 ประเภท อันได้แก่ อุตสาหกรรมงานศิลปะ อุตสาหกรรมดนตรีและศิลปะการแสดง อุตสาหกรรมสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการจัดนิทรรศการทางวัฒนธรรม งานหัตถกรรม อุตสาหกรรมภาพยนต์ รายการสื่อสร้างสรรคต่างๆ ที่ให้บริการสื่อสารกับประชาชน อุตสาหกรรมสื่อสิ่งพิมพ์ อุตสาหกรรมโฆษณา อุตสาหกรรมแฟชั่นและการออกแบบ สถาปัตยกรรม อุตสาหกรรมนวัตกรรมด้านไลฟ์สไตล์ และอุตสาหกรรมดิจิตอลเอนเตอร์เทนเมนต์

TICCIE 2013
การดำเนินงานของรัฐบาลภายใต้แผนพัฒนนาแห่งชาติ (2002-2007) ได้จัดตั้งองค์กรที่จะอำนวยเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเชิงวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ให้เกิดผลตามเป้าหมายอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นแหล่งเรียนรู้สร้างแรงบัลดาลใจในการสร้างสรรค์และออกแบบผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ พิพิธภัณฑ์ศิลปะ ศูนย์การออกแบบ Creative Park หรือจะเป็นองค์กรภาครัฐใหม่ๆ เพื่อที่จะผลักดันหลักที่นโยบายและกำกับดูแลนโยบายเหล่านั้นให้เกิดขึ้นจริง ศูนย์การออกแแบบของประเทศไต้หวัน (Taiwan Design Center) หนึ่งในตัวอย่างองค์กรของประทศไต้หวันที่น่าสนใจ หากเปรียบกับประเทศไทยซึ่งจะมีหน้าที่และพันธกิจคล้ายๆ กับศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบ (Thailand Creative and Design Center (TCDC)) คือ มีพันธกิจหลักในการส่งเสริมการออกแบบสร้างสรรค์ของทรัพยากรแง่วัฒนธรรมและอุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันกับโลกภายนอก เริ่มให้บริการตั้งแต่ปี 2004 เป็นต้นมา ถึงจะเป็นองค์กรน้องใหม่แต่ผลงานที่ผ่านมาเป็นที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะงาน Taiwan International Culture & Creative Industry Expo 2013 ครั้งที่ 4 ถือได้ว่าเป็นงานนานาชาติที่งานเดียวของประเทศไต้หวันที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมและการสร้างสรรค์ ไม่ใช่แค่ตัวชี้บอกชีวิต ความเป็นอยู่ของคนไต้หวันเพียงอย่างเดียว ยังถือว่าเป็นเวทีแลกเเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านอุตสาหกรรมเชิงวัฒนธรรมและการสร้างสรรค์นานาชาติ ซึ่งเปิดโอกาสในการจับคู่ทางธุรกิจ และการจดสิทธิบัตรของผลิตภัณฑ์ใหม่อีกด้วย

IMG_0107.JPG 

ในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-25 พฤศจิกายน 2556 หัวข้อหลักในปีนี้คือ เรื่องของหัตถกรรมและการออกแบบ (Craft and Design) โดยแบ่งผลิตภัณฑ์ออกเป็น 1) Aesthetic Modern Living หรือผลิตภัณฑ์ที่ค่อนข้างเติบโตเต็มที่มีช่องทางในการขายไม่จำกัด ได้แก่ เฟอร์นิเจอร์และผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้าน ของชำร่วยและเครื่องเขียน เครื่องใช้ภายในบ้าน เครื่องปั้นดินเผา 2) ผลิตภัณฑ์หน้าใหม่ (premature) อันหมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่แอบซ่อนอยู่ตามชุมชนเล็กๆ ที่สะท้อนความเป็นท้องถิ่นอย่างชัดเจน และยังไม่เคยนำมาผลิตเป็นอุตสาหกรรม โดยใช้เวทีของ TICCIE เปิดโอกาสให้ทำการฟื้นฟู และสร้างช่องทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมนั้นๆต่อไป 3) ผลิตภัณฑ์ประเภทไลฟ์สไตล์นานาชาติ เป็นแหล่งรวมผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมและการสร้างสรรค์ของภูมิภาคต่างๆที่เข้าร่วม อาทิ อเมริกากลาง อเมริกาใต้ เอเชียตะวันออกเชียงใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ 4) ผลิตภัณฑ์ที่แสดงให้เห็นถึงไลฟ์สไตล์ของชาวจีนในประเทศไต้หวัน ซึ่งได้รางวัลจาก Taiwan Cultural and Creative Award 2013 และ 5) ไฮไลท์ของโชว์ในงานนี้ Annual Theme Pavillion ที่จัดขึ้นโดยสถาบันค้นคว้าและพัฒนาหัตถกรรมแห่งประเทศไต้หวัน โดยใช้ธรรมชาติ เป็นแนวคิดในการแสดงการพัฒนาเทคนิคการย้อมและทอผ้าของไต้หวัน ตามสถิติปีที่ผ่านมา TICCIE ในปี 2012 มีผู้เข้าร่วมถึง 84,000 คน และมูลค่าการตกลงทางธุรกิจที่เกิดขึ้นถึง 260 ล้านดอลล่าไต้หวัน นับว่าประสบความสำเร็จสูงสุดนับตั้งแต่จัดมาครั้งแรก

คุณขวัญหทัย ตัณฑ์เกยูร

นอกจากการแสดงงานที่น่าตื่นตาตื่นใจไปกับนวัตกรรมการออกแบบผลิตภัณฑ์ต่างๆ TICCIE ยังจัดให้มีกิจกรรมต่างๆ ที่สอดคล้องกับการพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงวัฒนธรรมและสร้างสรรค์อย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการจับคู่ทางธุรกิจ การแสดงผลิตภัณฑ์ที่เข้าร่วมและการแสดงด้านวัฒนธรรมบนเวที และการเผยแพร่องค์ความรู้อย่างเวทีอภิปราย Trend Forum เป็นที่น่ายินดีที่มีตัวแทนจากประเทศไทยภายใต้สังกัด TCDC ได้รับเชิญเข้าร่วมดูงานและเป็นวิทยากรของ Trend Forum ในหัวข้อ “Thailand Aesthetic life style Amazed the World” คุณขวัญหทัย ตัณฑ์เกยูร ผู้เชี่ยวชาญฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์และผู้จัดการร้านค้า ศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบ สำนักงาน OKMD ให้เกียรติกับ TCDC Connect มาเล่าสู่กันฟังในรายละเอียดของงานและประสบการณ์ที่ได้จากงานนี้

“ก็ต้องยอมรับว่าค่อนข้างประทับใจกับงานในครั้งนี้ ทั้งตัวงานและกิจกรรมที่เกิดขึ้น ที่สำคัญยังมีโอกาสได้พบปะบริษัทออกแบบต่างๆ รวมไปถึงการดูงานต่างๆ ที่ทางทีมงาน TICCIE จัดขึ้น ทำให้ได้ความรู้ใหม่ๆ และที่สำคัญเกิดความรู้สึกใหม่ๆ เกี่ยวกับประเทศไต้หวัน ถือว่าเปิดโลกทัศน์ของตัวเองเลยก็ว่าได้ และแน่นอนว่าหากมีโอกาสก็อยากกลับไปอีก” ขวัญหทัย เปิดบทสนทนาจากความประทับใจที่ได้รับ

Picture2.jpg

ขวัญหทัยได้สรุปเนื้อหาในหัวข้อ “Thailand Aesthetic life style Amazed the World” ไว้ว่า เทคนิคในการสร้างผลิตภัณฑ์เชิงวัฒนธรรมและการสร้างสรรค์ ควรคำนึงถึงการเพิ่มมูลค่า (Value Creation) ให้กับผลิตภัณฑ์ประเภทไลฟสไตล์ โดยอาศัยความเป็นมาของไทยในอดีต โดยเฉพาะในเรื่องวัฒนธรมการกินอยู่ให้เป็นส่วนประกอบในการสร้างผลิตภัณฑ์นั้นๆ ขวัญหทัย ผู้ที่สนุกกับการเห็นสิ่งใหม่อยู่เรื่อยๆ และต้องการใช้ความสร้างสรรค์ให้ผู้บริโภคได้สัมผัสกับความไม่จำเจในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ อธิบายหลักการดำเนินงานในฐานะที่ปรึกษาพัฒนาผลิตภัณฑ์ 4 ข้อคือ 1) Background - ใช้ทรัพยากรที่ผู้ผลิตมีอยู่ 2) Enhancing Possibilities - เพิ่มศักยภาพในการลงทุนของเจ้าของผลิตภัณฑ์ 3)Character - ดึงจุดเด่นออกมา 4) ให้ความรู้ในสิ่งที่ขาด - ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ Trend หรือสี การนำไปใช้ โดยยกตัวอย่าง บริษัท O.E.M ซึ่งเป็นบริษัทผลิตผ้าไหมและจะมีเศษผ้าไหมอยู่เป็นจำนวนมาก นำ “เศษ” มาเป็นจุดขายโดยเพิ่มมูลค่าจาก “เศษ” โดยมาทำการแบ่งประเภทกลุ่มสี และนำไปวัสดูบุทำเฟอร์นิเจอร์ จากแนวคิดนี้ทำให้บริษัทนำไปต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ และลอกเลียนแบบยาก กลายเป็นเอกลักษณ์ฉพาะของสินค้านี้ไป เป็นต้น

ขวัญหทัย ยอมรับว่า “ไต้หวันได้ผนวกความเป็นไลฟไสตล์ในการดำรงชีวิตของคนรุ่นใหม ซึ่งคล้ายคลึงกับสังคมในการบริโภคสิ่งของยุโรป โดยมีคำนึงถึงการออกแบบจากจากข้าวของที่ตัวเองใช้การดำรงชีวิต การออกแบบผลิตภัณฑ์ต่างๆ จะมีกลิ่นไอมาจากรากฐานทางวัฒนธรรมประเพณี ยกตัวอย่างเช่น การเติมความทันสมัยให้กับวัฒนธรรมการบริโภคชา แบบดั้งเดิมเข้ามาสู่ร้านอาหารของคนรุ่นใหม่ ทำให้เกิดอัตตลักษณ์ใหม่ถือว่าเป็นจุดขายที่สำคัญ”

13.jpg

รายงานจาก UNESCO (2006) บันทึกไว้ว่า หลังจากที่ประเทศไต้หวันส่งเสริมและผลักดันนโยบายอุตสาหกรรมเชิงวัฒนธรรมและการสร้างสรรค์ ทำให้เศรษฐกิจที่ชะลอตัวมานานนั้นมีการเปลี่ยนแปลง เห็นได้จากการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ และการสร้างงานที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังส่งผลสำคัญในการดำรงชีวิตของคนในชาติเลย กล่าวคือ การใช้ชีวิตที่ต้องคำนึงถึงเรื่องความคิดสร้างสรรค์ ศิลปะ วัฒนธรรมและการออกแบบให้เข้ามาเป็นเกณฑ์ในการที่จะเลือกบริโภคผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการดำรงชีวิตมากขึ้นกว่าเดิม ถือว่านโยบายอุตสาหกรรมเชิงวัฒนธรรมและการสร้างสรรค์ขับเคลื่อนเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมไต้หวันเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างความหลากหลายทางวัฒนธรรมชัดขึ้น ดังนั้น จะเห็นได้ว่ารัฐบาลในหลายๆ ประเทศตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เกิดขึ้นจากเศรษฐกิจสร้างสรรค์และได้พัฒนานโยบายเฉพาะด้านที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมเชิงวัฒนธรรมและการสร้างสรรค์ในช่วงทศวรรษนี้

เนื่องจากขวัญหทัย มีความเชี่ยวชาญในฐานะที่ปรึกษาด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์เป็นพิเศษ เธอยังได้รับมอบหมายให้เป็นที่ปรึกษาในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วย ทำให้ได้พบปะพูดคุย แนะนำเจ้าของผลิตภัณฑ์จากไต้หวันมากมายและได้เล่าถึงเวิร์คชอปที่เธอเข้าร่วมว่า การออกแบบของประเทศไต้หวันมีจุดเด่น เป็นเอกลักษณ์หลายประการ และยังมีความหลากหลายในประเภทสินค้า เนื่องจากอุตสาหกรรมเชิงวัฒนธรรมและสร้างสรรค์อยู่ในช่วงเจริญเติบโต เธอแนะว่า“ต้องใส่ใจในเรื่องงานดีไซด์ประเภทหัตถกรรมมากกว่านี้ โดยเฉพาะการตอบโจทย์ “What is Taiwan เราต้องเรียนรู้อัตตลักษณ์ของเราให้ลึกซึ้งเพื่อที่เราจะสามารถขายผลิตภัณฑ์ในเวทีโลกได้ “Know who you are, KNOW HOW you sell yourself”

ขวัญหทัยเสริมก่อนจบบทสนทนาว่า “การสร้างชุมชนนักออกแบบสร้างสรรค์ที่ชัดเจนของประเทศไต้หวันส่งผลให้งานดิไซด์ถูกขยายความเข้าสู่ชีวิตประจำวันมากกว่าที่เราคิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแพคเกจจิ้ง, ร้านค้าต่างๆ, และที่อยู่อาศัยทุกอย่างมีลัษณะสอดคล้องกลมกลืนไปในทิศทางเดียวกัน” อาทิ ย่านถนน Wuquan ไม่ไกลจาก National Taiwan Museum of Fine Arts เดิมเคยเป็นบ้านพักของทหารอเมริกัน ปัจจุบันคนรุ่นใหม่ทยอยย้ายเข้ามาทำกิจการ ไม่ว่าจะเป็นสตูดิโอออกแบบ คาเฟ่ แกลเลอรี่ อีกย่านหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับกลุ่มร้านของออกแบบที่เกาะรวมอยู่ด้วยกัน คือ ย่าน Calligraphy Greenway ก็จะมีช่องทางที่ขายความคิดสร้างสรรค์อย่าง Fantasy story: Green Ray เป็นโปรเจคล่าสุดของบริษัท Fantasy Story Inc. ซึ่งเป็นบริษัทที่พัฒนาพื้นที่ตึกเก่าๆ ให้กลายเป็นชุมชนการออกแบบและไลฟ์สไตล์ เดิมตึกของ Fantasy story: Green Ray เป็นหอพักร้างของพนักงานการประปาถูกนำมาพัฒนาเป็นสตูดิโอศิลปะและคาเฟ่ ส่วนชั้นสองได้รวบรวมร้านค้าสินค้าทำมือ สินค้าไลฟ์สไตล์ สตูดิโอสถาปนิก และร้านชาเป็นต้น

การสร้างธุรกิจจากวัฒนธรรมที่ไม่ไกลเเกินเอื้อม เพียงแค่นำสิ่งใก้ลตัวอย่างวัฒนธรรมมาผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์ให้เป็นแนวคิดหลักในการออกแบบธุรกิจและอุสาหกรรมใหม่ๆ นำต้นทุนความรู้ที่เป็นอัตลักษณ์ของประเทศมาเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเศรษฐกิจ เพราะเรื่องของวัฒนธรรมเป็นเรื่องของคนในชาติเป็นเอกลักษณ์ สามารถสร้างเป็นจุดแข็งของอุตสาหกรรมได้อย่างไม่ต้องสงสัย

สำหรับประเทศไทยเองได้ออกตัวรณรงค์เรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์มาเป็นประเทศแรกๆ ในภูมิภาค ทั้งๆ ที่เรามีรากฐานทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เข็มแข็งไม่แพ้ชาติในในโลก อย่างโครงการอย่าง OTOP แต่ยังไม่สามารถส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตของคนในชาติได้เท่าที่ควร ถึงเวลาหรือยังที่เราควรจริงจังในเรื่องการสร้างอัตลักษณ์ที่ชัดเจนในการออกแบบสินค้าและผลิตภัณฑ์ ใส่ใจการวิจัยและพัฒนาสามารถตอบโจทย์ความต้องการที่ชัดเจนของผู้บริโภคชาวไทยก่อนจะโกอินเตอร์ เพื่อที่จะรับมือตลาดภูมิภาคร่วมอย่าง AEC ที่กำลังจะโถมเข้ามาเป็นตัวแปรในเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต

--------------------------------------------------------------
WU M. C., “To Implement Cultural And Creative Industry Development Plan”, Bimonthly Journal for Research, Development and Evaluation, 27(4), 2003, 59-65.
“Cross-generation Dialogue of the Craft Design Industry prior to the 4th Taiwan International Cultural and Creative Industry” http://60.244.127.77/iccie/en/news.php?act=view&catId=1&no=3
“The Review of TICCIE” http://60.244.127.77/iccie/en/about.php?act=information
UNESCO & Global Alliance for Cultural Diversity, Understanding Creative Industries: Cultural Statistics for Public Policy making (2006)






« Back to Result