เมืองแห่งการ (re) invention

City of (Re)invention

โลกที่เป็นหนึ่งเดียว
A UNIFIED WORLD

เบอร์ลิน

หลังกำแพงเบอร์ลินถูกตีแตกเป็นเสี่ยงๆ ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2532 ยุคมืดที่เบอร์ลินถูกแบ่งขั้วระหว่างคู่ทุนนิยมและคอมมิวนิสต์กว่า 28 ปีก็สิ้นสุดลง เบอร์ลินที่หลอมรวมขึ้นใหม่อีกครั้งได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางแห่งอิสรภาพและเสรี ที่ดึงดูดให้หนุ่มสาวชาวเยอรมันและชนชั้นสร้างสรรค์จากทั่วโลกต่างหลั่งไหลเข้ามาอาศัยในย่านทั้ง 12 ย่านที่ค่าครองชีพยังไม่สูงมากนัก ด้วยจำนวนผู้อาศัยราว 3.4 ล้านคน เบอร์ลินเป็นบ้านของศิลปิน นักดนตรี และนักออกแบบ รวมถึงคนที่รู้สึกไม่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมและพวกช่างผจญภัยจากประเทศต่างๆ กว่า 150 ชาติ แม้ผลลัพธ์ของการอพยพย้ายถิ่นแบบพหุวัฒนธรรมนี้จะยังระบุไม่ได้แน่ชัด แต่อย่างน้อยก็ได้สร้างภาพรวมอันตื่นตาตื่นใจให้เบอร์ลินเป็นศูนย์กลางความหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนา และวิถีการใช้ชีวิต รวมถึงเป็นตัวแทนความฝันและความหวังในชีวิตที่ดีกว่าอันสะท้อนเห็นได้ในดวงตาของทุกคน

Berlin

The Berlin Wall was torn apart on 9 November 1989, ending 28 dark years of separatism between the capitalist and communist sides. Berlin was reunited again and became the city of independence and freedom that attracted a flood of German youth and creative people from all over the world, who moved into the 12 districts where the cost of living was low. With its 3.4 million inhabitants, Berlin is home to artists, musicians, designers, the social misfits, and the adventurous from over 150 nations. Although its result is yet to be clearly identify, this multicultural inflow has already painted an exciting image of Berlin as the center of diversity in race, religion, and lifestyle. Berlin represents the dream and hope for a better life, as can be seen reflected in the eyes of its residents.