สุภาพสตรีของเมื่อวาน

The Charm of Traditional Clothes

ของเก่าเท่ากับคุณค่าใหม่ ของใหม่คลี่คลายโจทย์เก่า
NEW VALUE FROM OLD THINGS, NEW ANSWERS TO OLD PROBLEMS

แต่งกิโมโนเที่ยวชมเกียวโต

บนถนนสายเล็กๆ ในที่มุ่งหน้าขึ้นวัดคิโยมิสึ อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมแห่งสำคัญของเกียวโต หญิงสาวในชุดกิโมโนกลับเป็นภาพชินตาแม้แต่ในเวลาที่คนญี่ปุ่นสามารถทำแทบทุกอย่างผ่านสมาร์ทโฟน เมื่อความฝันครั้งใหม่ของหญิงสาวชาวญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยก็คือการสวมใส่ชุดกิโมโนเพื่อเดินเที่ยวในเมืองหลวงเก่าที่ยังคงบรรยากาศของความมั่งคั่งทางวัฒนธรรมจากเมื่อหลายร้อยปีก่อน กิโมโนยาวจรดปลายเท้าสำหรับหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานซึ่งอาจมีผ้าซ้อนทับกันไว้ถึง 6 ชั้น แถมยังมัดไว้อย่างแน่นหนาด้วยสายคาดเอวที่เรียกว่าโอบินี้ คืองานออกแบบจากบรรพบุรุษเพื่อปกปิดส่วนเว้าส่วนโค้งแห่งเพศหญิงตามค่านิยมแห่งวันเก่าที่กลับกลายมาเป็นความโรแมนติกในแบบใหม่ ด้วยข้อจำกัดของชุดที่สวมใส่บวกกับรองเท้าไม้ที่เป็นเครื่องแบบคู่กันทำให้พวกเธอไม่สามารถก้าวย่างได้กระฉับกระเฉงได้เหมือนอย่างเวลาเดินช้อปปิ้งอยู่ในย่านอันทันสมัยของโตเกียว หากเท้าที่ก้าวสั้นๆ และการเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังนี้เองที่เป็นนิยามของคำว่า “สุภาพสตรี” แห่งเกียวโต

Wearing Kimono On A Visit To Kyoto

On the small road leading up to Kyoto’s main cultural heritage, the famous Kiyomizu Temple, young women in kimono are a common sight even today when Japanese people can do almost everything via their smart phone. This is because the new dream of quite a number of Japanese women is to wear a kimono and walk through the old capital city that still exudes the charm of its centuries-old cultural richness. The ankle-long kimono for single ladies, which might require as much as six layers of clothing tied firmly with a sash called obi, is an ancestral legacy of design that aims to cover the feminine curves as dictated by the old values. These values have become romantic again today. The wooden sandals required for the kimono prevent the wearers from walk briskly as they usually do while shopping in modern areas of Tokyo and they have to mince. This gait is what defines the ‘ladies of Kyoto’.