เมื่อข้าวไทยไปเป็นเหล้าญี่ปุ่น

Thai Rice for Japanese Liquor

บิด ปรับ แปลง
ADOPTING WITH ADAPTATION

เหล้าอะวาโมริ

สุรากลั่นชนิดแรกของญี่ปุ่นที่เป็นของขึ้นชื่อของเกาะโอกินาวะทางตอนใต้นี้ มีข้าวไทย (ข้าวเมล็ดยาวสายพันธุ์อินดิกา) เป็นส่วนประกอบหลัก โดยในคริสตศตวรรษที่ 15 ชาวหมู่เกาะริวกิวได้รับวิถีการกลั่นเหล้าขาวจากชาวสยามเมื่อติดต่อค้าขายกับกรุงศรีอยุธยา และนำไปปรับกรรมวิธีให้เข้ากับภูมิอากาศที่อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี 22 องศา ซึ่งแม้ไม่เหมาะจะผลิตสาเก กลับเหมาะอย่างยิ่งกับการผลิตเหล้าอะวาโมริได้ตลอดทั้งปี โดยมีตัวเลขนำเข้าข้าวไทยเพื่อผลิตเหล้าญี่ปุ่นเฉลี่ยปีละถึงสองหมื่นตัน เรื่องน่าคิดมีอยู่ว่าเมื่อใช้เชื้อราจากโคจิดำมาย่อยหมักข้าวแล้วนำไปบ่มในไหดินเผาหลายสิบปี ผลลัพธ์ที่ได้คือสุรารสนุ่มนวลชั้นดีที่ต่างจากเหล้าขาวในแบบไทยโดยสิ้นเชิง

Awamori Liquor

Japan’s first kind of liquor, which is a famous product from Okinawa Island in the southern part of Japan, is distilled from Thai rice (long grain indica rice). In the 15th century, the Ryukyu islanders learned the distillation process of ‘Lao Khao’ (literally, ‘white liquor’) from the Siamese through the contact in trade with The Kingdom of Ayutthaya. The process was further refined to suit the climate that has the average temperature of 22° C throughout the year -- which is not suitable for producing sake but ideal for production of awamori all year round. Japan imported on average twenty thousand tons of Thai rice annually for production of alcoholic beverages. Interestingly, awamori uses the black koji mold in the production process that also involves aging in clay pots for decades, resulting in a much mellower flavor than, and a far cry from, the Thai ‘Lao Khao’.