ม.ล. ขวัญทิพย์ เทวกุล กินอยู่อย่างไทยในพุทธศักราช 2560

Posted by Creative Thailand | 4 ธันวาคม 2560 | The Creative
5053
Loading...

IMG_7130.jpg

อาหารไทยควรหวานแค่ไหน ความสะดวกกับความประณีตอยู่ด้วยกันได้หรือไม่ และหากบอกว่าอาหารไทยประยุกต์ได้ไม่ผิด แล้วทำไมผัดกะเพราใส่ซีอิ๊วดำจึงผิด?

“มาสเตอร์เชฟคือสัญลักษณ์ของความรอบรู้ ความชำนาญ และความประณีต” ประโยคเปิดตัวในรายการมาสเตอร์เชฟไทยแลนด์ที่ออกอากาศเป็นตอนแรก สำหรับเรา มันคือบทเปิดที่แนะนำตัวเธอเองได้ดีที่สุดด้วย

แม้การเป็นหนึ่งในกรรมการรายการดังกล่าว จะทำให้เธอกลายเป็นที่รู้จักในนาม “เชฟป้อม” แต่หม่อมหลวงขวัญทิพย์ เทวกุล ก็ยังคงถนัดกว่าที่จะเรียกตัวเองว่านักสร้างสรรค์อาหาร (Food Creator)

นอกจากเป็นนักสร้างสรรค์อาหาร เธอยังเป็นที่ปรึกษาให้กับร้านอาหารทั้งในและต่างประเทศ และเป็นเจ้าของคอลัมน์ “สำรับ” ตำราอาหารที่เขียนลงนิตยสารพลอยแกมเพชรเป็นเวลากว่าสิบปี รวมเล่มเป็นหนังสือได้ 5 เล่ม 250 สูตรด้วยกัน

แม้จะฝึกฝีมือการทำอาหารมาหลากหลาย แต่ภาพของเธอในวันนี้ก็คือผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารไทย ที่หลายคนอาจรู้สึกตรงกันว่ามันทั้งซับซ้อนและยากแก่การเข้าใจ เราจึงใช้โอกาสนี้ชวนเธอคุยตั้งแต่เรื่องเล็กๆ อย่างผัดกะเพรา ไปจนถึงเรื่องใหญ่อย่างการพาครัวไทยไปครัวโลก

โชคดีที่เธอไม่ได้เป็นคนเข้าใจยากแบบอาหารไทย ทั้งยังตอบทุกคำถามอย่างตรงไปตรงมา นั่นรวมถึงการยอมรับว่าเกี๊ยวกุ้งจากร้านสะดวกซื้อมันก็อร่อยเหมือนกัน

นักสร้างสรรค์อาหารคืออะไร
คือสร้างสรรค์จากโจทย์ที่ลูกค้าให้ บอกเรามา อยากได้อาหารประเภทไหน อยากได้ขนม อยากได้อาหารไทย อยากได้อาหารตะวันตก เราก็จะคิดให้ อย่างเช่นอยากได้กุหลาบ เราก็ต้องไปหาจนเจอกุหลาบหนูจากสวนออร์แกนิกที่เขาไม่ใช้สารเคมีเลย ได้มาแล้วก็ต้องดูเนื้อสัมผัสว่าทานได้เลยไหม หรือต้องเอาไปทำอะไรก่อน ก่อนจะนำมาคิดเป็นอาหารสักจาน

ความเกี่ยวข้องกับอาหารเริ่มต้นอย่างไร
เราเกิดมาในครัว มีบ้านเป็นเสมือนโรงเรียนกินนอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล บ้านเราเป็นครอบครัวที่ทำอาหาร ตั้งแต่คุณย่ากับแม่ครัวคู่ใจคุณย่า ซึ่งทำอาหารโบราณกับอาหารฝรั่ง ส่วนแม่ทำอาหารไทย แล้วก็แท็กทีมกันจับลูกหลานทำงานในครัว

มีสมมติฐานว่าเด็กในบ้านต้องทำครัวได้
เขาอยากให้เป็นอย่างนั้น แต่เขาก็มียุทธศาสตร์นะว่าเขาสอนตามอายุ หรือบางทีคุณย่าทำแป้งพายก็เหมือนให้เราไปปั้นดินน้ำมันเล่น คือพายของเราจะดำหน่อย เพราะว่าปั้นอยู่นั้นแล้วก็ซ้ำๆ แล้วก็คงจะเค็มพิเศษด้วย (ยิ้ม) ก็ได้เล่นมาตลอด 

จากการเล่นกลายมาเป็นคนเขียนตำราอาหารได้อย่างไร
เราคงจะมีนิสัยเป็นคนขี้เกียจ ไม่ชอบท่องหนังสือแล้วก็ไม่ชอบจำ ก็ไปจดอะไรไว้ของเรา

เริ่มจดตั้งแต่อายุเท่าไร
ก็ตั้งแต่พอเขียนหนังสือโย้เย้ แต่ก็ประถมแล้วนะ ตอนนั้นนึกด้วยว่าเก๋ มีตำราของตัวเอง จริงๆ คือขี้เกียจจำ 

แล้วเมื่อก่อนแม่เราทำร้านอาหารแล้วรับทำจัดเลี้ยงด้วย เครื่องแกงนี่แม่จะทำเองหมด ไม่ว่าจะเลี้ยงมากเลี้ยงน้อยก็ทำเองหมด เราเห็นแม่ปรุงเครื่องแกงทุกวัน ก็สงสัย…รู้ได้อย่างไรว่ามันเท่ากัน คือเรานั่งดูก็พอรู้โดยพื้นฐานว่าใส่อะไรบ้าง แต่ให้เราหยิบคงไม่รอด 

วันหนึ่งเราก็เลยให้แม่หยิบแล้วเราก็วัด โดยให้โจทย์แม่ว่าสมมติจะใช้เนื้อสัตว์หนึ่งกิโลกรัม แม่จะทำอย่างไรบ้าง เราก็ให้แม่หยิบ แล้วเราก็เตรียมเลย..ถ้วยตวง ช้อนตวง ตราชั่ง สูตรเราเลยจะแปลกๆ หน่อย ชั่งบ้างตวงบ้างแล้วแต่อารมณ์ อันไหนตวงได้ก็ตวง อันไหนชั่งไม่ได้ก็มาตวง อะไรแบบนี้

เสร็จแล้วก็ให้แม่หยิบใหม่ ปรากฏแม่หยิบเท่ากันเป๊ะ แม่ครัวคุณย่าก็เหมือนกัน หยิบกี่ทีก็เท่ากันเป๊ะ แม้กระทั่งเวลาทำกะปิเขาบอกเราว่าน้ำตาลปี๊บสี่ร้อยกรัมแต่เขาหยิบมือเปล่า กี่ครั้งเขาก็หยิบสี่ร้อยกรัม จนป่านนี้เรายังทำไม่ได้เลย สรุปก็เลยจับวัดทั้งแม่ ทั้งแม่ครัว แต่คุณย่านี่ไม่ได้วัด ไม่กล้าหือ 

IMG_7101.jpg

ทำอย่างนั้นอยู่นานแค่ไหน
ก็เก็บสูตรเรื่อยมาจนคุณย่าเสีย ส่วนแม่ครัวคุณย่าทีแรกไม่มีให้นะสูตรน่ะ นางขี้หวง จนคุณย่าเสียไปหลายปี แกแก่มากแล้ว ยังแอบลุกมาทำอาหารตอนเที่ยงคืนอยู่เลย ไม่ให้ใครรู้

คือคนรุ่นเก่าที่รู้จักทำอาหารโบราณจริงๆ จะติดนิสัยหวงวิชา อย่างแม่ครัวคุณย่านี่ที่บ้านจะเรียกว่าแม่ครัวมิดไนท์ คือสองทุ่มจะทำเป็นขึ้นไปนอน แต่เช้ามามีอาหารที่ทำเสร็จแล้ววางอยู่ คนอื่นเขาขึ้นไปนอนสี่ห้าทุ่มยังไม่เห็นว่ามี เช้ามาทำไมมี แล้วพอตีห้าหกโมงแกก็เดินลงมาเหมือนไม่มีอะไร ไม่แอบลุกมาทำตอนเที่ยงคืนแล้วตอนไหนล่ะ

แล้วทำอย่างไรจึงเก็บสูตรจากแม่ครัวคุณย่าได้
เราก็เลยหมั่นเปรยเข้าหู แก่จะตายแล้วยังเหนื่อยคนเดียว เดี๋ยวก็ตายไปกับตัว คือปากร้ายตั้งแต่เด็กไง (ยิ้ม) สุดท้ายจากที่แยงไปเรื่อยๆ  เธอก็บอก…ฉันจะสอนคุณป้อมคนเดียว แล้วตอนนั้นเราเริ่มเขียนหนังสือแล้ว (เขียนคอลัมน์ลงนิตยสารพลอยแกมเพชร) แล้วจะเหลือไหม 

แต่ก็ไม่ได้เลือกเรียนทางด้านอาหาร
การเป็นเด็กที่โดนบังคับมากๆ มันทำให้เราหนี เรียนอะไรก็ได้ที่จะไม่อยู่ในครัว เราถึงเป็นคนจับฉ่ายอย่างทุกวันนี้ ที่ทำได้หลายอย่างเพราะเราอยากเรียนไปหมดที่ไม่ใช่ครัว เรียนรัฐศาสตร์นี่ชอบที่ไหนเล่า ไม่ชอบท่องหนังสือเลย แต่โชคดีเป็นคนเรียนหนังสือแบบพอเอาตัวรอดได้ แต่พวกกิจกรรมนอกหลักสูตรนี่เก่งนัก

ทุกวันนี้สูตรที่เก็บทั้งหมดนิ่งหรือยัง
นิ่งไหม ที่เราเขียนใน “สำรับ” มันก็ยังใช้ได้อยู่ แต่อย่าลืมว่าอาหารเป็นสิ่งที่ไม่ตายนะ วันหนึ่งเราเคยต้องทำอาหารบางจานตั้งแต่ศูนย์ มาปัจจุบันมันมีให้เราครึ่งทางแล้ว เราก็นำมาใช้ หรือแทนที่เราต้องมาเคี่ยววัตถุดิบตัวนั้นตัวนี้เพื่อให้เป็นซอสขึ้นมา มันอาจจะมีอะไรที่สำเร็จหรือประหยัดเวลาเราได้มากกว่า นั่นคือสิ่งที่เปลี่ยนไป ซึ่งตัวเราเองเราก็ยังไม่หยุดเรียนนะยังอยากรู้ไปหมด 

อาหารไทยจริงๆ แล้วมีกี่แบบ อาหารชาววังกับชาวบ้านต่างกันอย่างไร
จริงๆ แล้วชาววังกับชาวบ้านกินเหมือนกัน แต่รสชาติกับความประณีตไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่างน้ำพริกปลาทู พอชาวบ้านจับปลามา จะปิ้ง เผา หรือทอด เขาก็ทำเลย ในขณะที่ชาววังต้องเลาะก้างออก พอจะกินผัก ชาวบ้านเด็ดมาสดๆ ใส่ชาม กินไปกัดไป แต่ชาววังตัดเป็นคำ ถ้าเป็นผักต้มก็มีการห่อ การผูก เรื่องเยอะ 

หรืออย่างเรื่องรสชาติ ชาวบ้านก็จะตำน้ำพริกรสชาติสะใจ แต่ชาววังจะใช้น้ำตาลเป็นตัวเชื่อมประสานรสเค็ม เผ็ด เปรี้ยวให้กลมกล่อม บางคนไม่เข้าใจก็ชอบบอกว่าอาหารชาววังหวาน จริงๆ แล้วสิ่งใดจะหวานก็หวาน สิ่งใดจะเปรี้ยวก็ต้องเปรี้ยวนำ 

เวลากินชาวบ้านก็สนุกสนานเฮฮาไป แต่ชาววังจะเน้นละเมียด มีทั้งรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส รูปก็คือสวยงาม รสต้องกลมกล่อม กลิ่นต้องหอมชวนกิน สัมผัสก็มีความกรอบ ความนุ่ม จะไม่มีความเหนียวให้ต้องมาดึงมาทึ้ง ส่วนเสียงสมัยก่อนก็จะมีวงมโหรีขับกล่อม 

มาถึงเดี๋ยวนี้ก็มีการประยุกต์ สมัยก่อนคุณไม่มีเนื้อแกะ คุณไม่มีเนื้อวากิว ไม่มีเนื้อมัตสึซะกะ แต่สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นวัตถุดิบชั้นดีที่จะเอามาประยุกต์ใช้ สมัยก่อนจะกินเนื้อก็มีแต่เนื้อวัวเนื้อควายเท่านั้น เหนียวซะไม่มี 

แต่เคยได้ยินว่าขัดใจเรื่องผัดกะเพราใส่ซีอิ๊วดำ
คือเราใช้คำว่าไม่มีผิดในอาหาร แต่ไม่มีผิดบนพื้นฐานของความถูกต้องใช่ไหม แกงเขียวหวานใส่พริกแดงมันจะเขียวไหม กลิ่นมันจะใช่ไหม แต่คุณจะเอาแกงเขียวหวานมาทำให้หวานขึ้นสักหน่อยก็ได้ หรือว่าคุณไม่อยากกินกะทิ คุณไปใช้นมก็ได้ ถ้าเข้าใจว่ารสพื้นฐานคืออะไร 

แต่นี่คุณสาดซีอิ้วดำเข้าไป คุณรู้ไหมเดิมผัดกะเพราสีเขามาจากอะไร มันมาจากพริก ลองเอาพริกแดงไปตำกับพริกเหลืองสิ นั่นคือสีของมัน แต่ซีอิ๊วดำมันคือกากซีอิ๊วเติมน้ำตาลไง แล้วกลิ่นมันได้ไหม ถ้าเป็น soy sauce (ซอสถั่วเหลือง) ยังโอเค กลิ่นมันยังหอม

ความสะดวกในยุคใหม่กับความประณีตอยู่ด้วยกันได้ไหม
ได้สิ คุณไม่ถึงกับต้องนั่งแกะสลักผักกินทุกมื้อ แต่ว่าหั่นให้มันเป็นคำซะบ้าง แล้วความสะดวกก็คือชีวิตของคนปัจจุบันที่มีเวลาน้อย ดังนั้นอะไรที่ย่นเวลาได้ก็ทำเถอะ เช่นใช้เครื่องทุ่นเแรง จะให้มานั่งโขลกเครื่องแกงอาจไม่ไหว มันมีเครื่องให้ใช้ก็ใช้ แต่คุณต้องรู้ว่าเครื่องมันปั่นได้ถึงแค่ไหน บางเครื่องปั่นได้ไม่ละเอียดพอ มันก็จะดูหยาบๆ แต่มันมีเครื่องปั่นที่ละเอียดและสวยได้ หรืออาจจะโขลกก่อนหน่อยหนึ่งให้มันแตกกลิ่น แล้วก็เอาไปปั่น 

เคยซื้ออาหารอุ่นไมโครเวฟจากร้านสะดวกซื้อไหม
ถามลูกสิ ดูถูกแม่สุดๆ เลย บอกแม่เกี๊ยวกุ้งอร่อย เราก็ลองชิมมันก็อร่อยจริงๆ นะ แต่อร่อยแล้วมันใส่อะไรบ้างละ ไว้ใจได้ไหม คือเรานิสัยไม่ดีไม่ชอบซื้ออาหารสำเร็จ ไม่มีอะไรก็กินแค่สลัด

ความยากของอาหารไทยอยู่ตรงไหน
ไม่ยาก แต่ยุ่ง มีความวุ่นวายในการเตรียมเยอะมาก เพราะนั่นคือวิถีชีวิตเมื่อก่อนไง ครอบครัวใหญ่ใช่ไหม แจกงานกันทำไป ซอยตะไคร้คนหนึ่ง ซอยหอมคนหนึ่ง เดี๋ยวก็เอามาโขลกแกงได้ 

สูตรมีความสำคัญแค่ไหน
จริงๆ มันเป็นเรื่องของรสมือ สูตรมีไว้ให้คนที่ไม่แน่ใจว่าตัวเองมีรสมือหรือเปล่า รสมือตรงนี้คือถ้าคุณไปกินก๋วยเตี๋ยว คุณมีรสมือปรุงก็อร่อยแล้ว ถ้าไม่มีก็ปรุงอยู่นั่นแหละ
คนที่มีรสมือจะรู้ว่าประมาณไหนอร่อย อยากได้เท่านี้ต้องเริ่มด้วยความเค็มเท่าไร อยากได้เท่านี้ใส่น้ำปลาช้อนเดียวก็เอาอยู่แล้ว อาจจะเกลืออีกสักหน่อย แต่บางคนขยอกเข้าไปครึ่งขวด กลัวไม่เค็ม หรือบางคนใส่ไปนิดเดียว เท่าไรก็ไม่เค็ม รสมือจึงเป็นประสบการณ์กับพรสวรรค์บวกกัน

อาหารไทยมีศักยภาพในทางเศรษฐกิจระดับไหน
ถ้าสนับสนุนในทางที่ถูกต้อง อาหารไทยเป็นที่ชื่นชอบของคนได้ทั่วโลกเลย ด้วยความที่มันมีหลากรสชาติ และคุณสามารถเลือกสิ่งที่ตัวคุณชอบได้ ผัดไทยกว่าจะได้สักจานคุณต้องบาลานซ์นู่นนี่นั่น เปรี้ยว เค็ม หวาน เต้าหู้ ถั่ว กุ้งแห้ง ไช้โป้ว ละเอียดจะตาย นี่อย่างไรทำไมคนถึงชอบอาหารไทย เพราะมันมีความลึกซึ้ง

IMG_7005.jpg

คิดอย่างไรกับการพาครัวไทยไปครัวโลก
บางเรื่องก็ไม่ง่ายนะ อย่างการมีมาตรวัดความอร่อย (เครื่องวัดความอร่อยที่จัดทำโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ) ลิ้นคนมันไม่เหมือนกัน แล้วมาตรความอร่อยมันมาจากลิ้นใครล่ะ 

หรืออย่างเราไปประชุมกับหน่วยงานภาครัฐ มีเชฟรุ่นใหญ่กับรุ่นเด็กมาคุยกัน ข้างพวกอาจารย์ผู้ใหญ่ก็บอก…ของไทยต้องแบบนี้ สมัยอยุธยาแบบนั้นนี้ ของแท้ต้องแบบนี้ พวกเชฟหนุ่มตอบกลับว่าอย่างไรรู้ไหม ด้วยความเคารพนะครับอาจารย์ ของอาจารย์ไม่ได้ผิด แต่ในอนาคตของผมก็เป็นของโบราณเหมือนกัน แต่เป็นอาหารไทยจากพุทธศักราช 2560 

ก็บอกแล้วไงว่าสมัยอาจารย์ไม่มีเนื้อวากิว ไม่มีมัตสึซะกะ แต่ในขณะเดียวกันอาจารย์รู้ไหม ทำยังไงให้แกะไม่มีกลิ่นสาป 

แปลว่าทุกคนก็ยังเข้าใจไม่ตรงกันในเรื่องอาหารไทย
ปัญหาอย่างหนึ่งคือคุณไม่ควบคุมการทำงานของกุ๊กไทย แล้วในปัจจุบันโซเชียลมีเดียมันเป็นอะไรที่เรากังวล เพราะมันให้ความรู้ผิดๆ เยอะ เหมือนที่เชฟเอียนเทไข่ตุ๋นให้ดูในรายการ คือเห็นในรูปมันสวยน่ากิน ถ้าเขาไม่เทออกมาคนนอกจอจะรู้ไหมว่ามันไม่ได้นึ่ง

หรืออย่างวิธีกิน หลังๆ มานี่จะพยายามบอกเขาไม่ให้กินเป็นคอร์สแบบฝรั่ง คือจะสอนให้เขาเห็นว่าคนไทยอยู่กันอย่างไร สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคุณคือข้าว ที่เหลือเรากินแบบแบ่งกัน

คือเราเคยไปเจอร้านอาหารไทยที่อังกฤษ เราสั่งข้าวกับแกงเขียวหวานแล้วก็ไข่เจียว ปรากฏว่าเขาเสิร์ฟไข่เจียวก่อน พอเราถามถึงจานอื่น เขาก็บอกว่าไข่เจียวเป็นจานเรียกน้ำย่อย เขารอให้เรากินไข่เจียวให้เสร็จก่อน เราจะกินพร้อมกันเขาบอกว่าไม่ได้ ก็มีเยอะนะร้านที่เสิร์ฟแบบคอร์ส แต่ทำไม่เป็น

อีกร้านเมนูยาวเหยียดเลย แต่ใช้ซอสผัดตัวเดียว มาตรฐานจากไหน น้ำมันหอยลุ่นๆ ดังนั้นทำอย่างไรเราจะดึงคนในสายอาหารทั้งหมดมาอยู่ในกรอบเดียวกันได้ แล้วยกระดับอาหารไทยให้สู่ระดับโลกด้วยอาหารไทยที่มีมาตรฐาน คือมีความแตกต่างกันไม่เป็นไร แต่อยู่บนพื้นฐานเดียวกันก่อน 

มีอะไรอยากฝากคนรุ่นใหม่ที่สนใจในเรื่องอาหาร 
ให้เลือกเชื่อ เลือกกินอย่างมีวิจารณญาณหน่อย เพราะตอนนี้เด็กๆ เสพสื่อเยอะมาก ซึ่งมันมีทั้งจริงและเท็จ แล้วการกินอาหารไทยไม่ใช่ไม่เก๋นะ ยิ่งคุณรู้จักอาหารโบราณ คุณยิ่งเก๋ใหญ่เลยนะ มันเหมือนคุณเป็นคนที่มีอะไรมากกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกัน 

ในขณะเดียวกันยุคสมัยมันเปลี่ยนไป คนที่ทำอาหารไทยก็สามารถทำให้รูปแบบมันเก๋ขึ้นได้ ให้การกินมันเก๋ขึ้นได้ จัดให้สวย ให้น่ากิน ให้ง่ายขึ้น มันทำได้

IMG_6889.jpg

Creative Ingredients

• ม.ล. ขวัญทิพย์ เคยเปิดร้านอาหารไทยในชื่อ “เดวา” นอกจากเมนูข้าวแช่วังเทวะเวสม์ซึ่งเธอสืบสานจากบรรพบุรุษมาโดยตรง เมนูเด่นอีกจานก็คือโรตีแกงเนื้อพริกขี้หนู ที่เธอฟาดโรตีเองทุกวัน เพื่อให้ได้โรตีเนื้อนุ่ม ส่วนแกงพริกขี้หนูเป็นสูตรของคุณแม่ ซึ่งใช้พริกขี้หนูสดลอยหน้าแกง ส่วนเครื่องแกงเป็นเครื่องแกงใต้ (คุณแม่ของเธอเป็นคนใต้) ใช้ขมิ้นกับพริกขี้หนูแห้ง หนักกะปิกับพริกไทย 

• หากให้เลือกร้านอาหารที่เธอชอบ “ครัวอัปสร” คือหนึ่งในนั้น เพราะรสชาติกลมกล่อม ไม่ได้หรูหราแต่ก็นั่งสบายระดับหนึ่ง โดยเมนูที่ชอบก็คือแกงเหลือง

• จากการพูดคุยกับเธอทำให้เรารู้ว่า นอกจากการงานด้านอาหาร เธอยังทำงานพิธีกร ร้องเพลง ขี่จักรยาน และเดินทางท่องเที่ยว

ขอขอบคุณสถานที่: SEVEN Café bkk และ Good space bkk 
ซ.พหลโยธิน 18/1 แยก 2 เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
081 901 8622
facebook.com/sevencafebkk

เรื่อง: กิรญา เล็กสมบูรณ์
ภาพ: ชาคริต นิลศาสตร์



Creative Thailand

เกี่ยวกับ Creative Thailand

โครงการ "Creative Thailand สร้างเศรษฐกิจไทยด้วยความคิดสร้างสรรค์" จัดตั้งขึ้นโดยศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) มีวัตถุประสงค์ในการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการผลักดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีนิตยสารและเว็บไซต์ Creative Thailand เป็นแกนหลักในการนำเสนอและเผยแพร่องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง