สุดยอดนวัตกรรมโลก ตอนที่ 1

Posted by Creative Thailand | 11 มกราคม 2561 | บทความอื่นๆ
1734
Loading...

มันคือเรื่องราวของโลกยุคใหม่ และมันคือ “เกม” อันเข้มข้นระหว่างเรากับห้างสรรพสินค้า

img.jpg
©theodysseyonline.com

พร้อมกับความเป็นเมืองที่พัฒนาตามกันกับการปฏิวัติอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ 19 คือการขยายตัวของชนชั้นกลางและทุกอย่างที่ตอบสนองความต้องการของพวกเขา

ห้างกลายเป็นเครื่องนำทางสำหรับวิถีชีวิตชนชั้นกลาง และเป็นหัวใจของมหานครสำหรับผู้มาเยือน ไม่แปลกที่ห้างสรรพสินค้าจะพยายามอ้างตนว่านำเสนอสิ่งที่มากกว่าสถานที่ท่องเที่ยว

ห้าง Selfridges ประกาศตนว่ามีขนาดใหญ่กว่าหอคอยลอนดอน ส่วน Bon Marche นั่นไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำให้มหาวิหารนอทเทอร์ดามในปารีสเล็กลงไปถนัดตา

เป็น Bon Marche นี้เองที่ถือเป็นอาคารที่เจาะจงสร้างขึ้นเพื่อเป็นห้างสรรพสินค้าแห่งแรกของโลก นำเสนอสินค้านับหมื่นชนิด ดึงดูดผู้มาจับจ่ายวันละ 15,000 คน นี่คือความบันเทิงอันน่าตื่นตาตื่นใจในวันนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย

BonMarche2011.jpg
©feedsmartfood.com

//

แน่นอนว่าสิ่งที่มาพร้อมกับความเฟื่องฟู ก็คือนวัตกรรม

สำหรับห้างสรรพสินค้า มันคือนวัตกรรมการจับจ่ายอันไม่สิ้นสุด 

สารคดี Seduction in the City: A Modern Game (2011) ที่แพร่ภาพทางช่อง SBS TV ของออสเตรเลีย บอกเล่าวิวัฒนาการของนวัตกรรมที่ว่านี้ไว้อย่างน่าสนใจ

นโยบายรับคืนสินค้าคือหนึ่งในนั้น ในวันที่เต็มไปด้วยการประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ นโยบายนี้คือเครื่องมือชั้นดีในการกระตุ้นให้ผู้คนยอมจับจ่ายเพื่อสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนแบบไม่ลังเล

แต่ในขณะที่มันใช้ได้ผลในการสร้างยอดขายจาก “คุณนายหนี้สิน” ที่ตื่นตาตื่นใจกับทุกอย่าง มันก็ต้องต่อสู้กับ “คุณนายแม่บ้าน” ที่จะซื้อเมื่อลดราคา และอาจนำมาคืนหลังจากซื้อไปแล้ว 1 ปี หรือแม้แต่ 5 ปี ที่นำมาสู่นวัตกรรมถัดมาอย่าง “โปรแกรมความภักดี” (loyalty program) ซึ่งส่วนหนึ่งใช้สำหรับการชี้ตัวผู้เอาเปรียบห้างด้วยการนำสินค้าไปใช้แล้วเอามาคืน แน่นอนว่าทั้งนโยบายรับคืนสินค้าและโปรแกรมความภักดียังใช้การได้ดีอยู่จนถึงทุกวันนี้


smart-shopping-cart-designboom-01.jpg
©designboom.com

แต่นั่นก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมการจับจ่ายอีกนับไม่ถ้วนที่จะเต้นเข้าจังหวะไปกับความปรู๊ดปร๊าดของสังคมสมัยใหม่ ที่รถยนต์และรถไฟกำลังแล่นฉิว พร้อมกับสินค้าล้ำสมัยและการตกแต่งประดับประดาที่สร้างตัวตนอันโฉบเฉี่ยวไฉไลให้กับห้างสรรพสินค้า ไม่ว่าจะเป็นหน้าต่างโชว์สินค้าที่เปิดไฟตลอดคืน การมีโทรศัพท์ในรถเข็นคอยให้บริการลูกค้า แต่ที่ตื่นตาตื่นใจสุดก็คือ “บันไดเลื่อน” ที่ช่วยขับเคลื่อนลูกค้าได้มากกว่าชั่วโมงละหมื่นคน และทำให้การช็อปปิ้งเป็นชั้นๆ กลายเป็นเรื่องสนุกสนานโดยปราศจากความเหน็ดเหนื่อย

แต่นั่นก็ยังไม่ใช่สุดยอดนวัตกรรมห้างสรรพสินค้าอยู่ดี

นวัตกรรม “วันพิเศษ” ต่างหากที่เป็นเหมือนการเตะลูกค้าเข้าประตูคนแล้วคนเล่า วันแล้ววันเล่า ปีแล้วปีเล่า จนถึงทุกวันนี้

//

ก่อนหน้าที่จะมีห้างสรรพสินค้า การมอบของขวัญวันคริสต์มาสนั้นมีการทำกันอยู่บ้างแล้ว แต่มันไม่เคยเป็นเทศกาลแห่งการมอบของขวัญเหมือนกับที่มันเป็นอยู่ในวันนี้

ผู้บุกเบิกความคิดนี้ก็คือ จอห์น วานาเมเกอร์ พ่อค้าชาวฟิลาเดเฟียผู้ก่อตั้งห้างสรรพสินค้า Wanamaker บนถนนสาย 13 ของนิวยอร์ก ซึ่งในเวลาต่อมากลายเป็นที่ตั้งของสาขาห้างสรรพสินค้า Macy’s

ในฐานะผู้สอนศาสนาอีกหนึ่งตำแหน่ง เขาเชื่อว่าการบริโภคไม่ใช่เรื่องเลวร้าย แต่เป็นการสร้างงานให้อเมริกาต่างหาก ไม่น่าแปลกใจที่ในทางหนึ่งผู้คนรู้จักวานาเมเกอร์ในฉายา “จอห์นผู้สัตย์ซื่อ” ส่วนในอีกทางหนึ่ง นักเขียนชื่อดังชาวอเมริกันอย่างมาร์ก ทเวน กลับเรียกเขาว่า “หัวขโมยที่แอบปล้นชาวบ้านด้วยคำสอนเหลวไหลในโรงเรียนสอนศาสนาวันอาทิตย์”

วานาเมเกอร์ไม่เพียงสร้างคริสต์มาสให้เป็นเทศกาลจับจ่ายของขวัญอันเอิกเกริกจนความคิดนี้แพร่หลายไปทั่วโลก แต่เขาดัดแปลงวันหยุดสำคัญทางศาสนาวันอื่นๆ อย่างเช่นอีสเตอร์ รวมถึงเทศกาลยิบย่อยทางศาสนาอย่างวาเลนไทน์สและฮาโลวีนให้เป็นเทศกาลขายของด้วยเช่นกัน

macys-black-friday-money_cnn_com.jpg
©money.cnn.com

แน่นอนว่านั่นทำให้เขามีรายได้มหาศาล และทำให้ห้างสรรพสินค้าทั่วโลกนำความคิดนี้ไปใช้กันอย่างเอิกเกริก ได้ประโยชน์กันถ้วนหน้า ในบางปี ห้าง Selfridges ในลอนดอนถึงกับให้ซานตาคลอสมาบินวนอยู่เหนือห้างเลยทีเดียว

สิ่งสำคัญคือต้องมีวาระให้ลูกค้าได้จับจ่ายกันตลอดเวลา และนั่นรวมถึงการคิดค้นเทศกาล “วันแม่” ที่อเมริกาไม่เคยมี โดยกำหนดให้อยู่ระหว่างเทศกาลอีสเตอร์กับฤดูร้อนที่การจับจ่ายซบเซา ในวันอาทิตย์ที่สองของเดือนพฤษภาคม แน่นอนว่าเป็นความคิดของจอห์น วานาเมเกอร์ คนเดิม

//

แต่ “วันพิเศษ” ก็ยังไม่ใช่นวัตกรรมที่ทรงพลังที่สุด แล้วมันคืออะไร ติดตามได้ในบทความสุดเข้มข้น สุดยอดนวัตกรรมโลก ตอนที่ 2 เร็วๆ นี้

หมายเหตุ: สถานีโทรทัศน์ Thai PBS แพร่ภาพสารคดีชิ้นนี้ในรายการสารคดีท่องโลกกว้าง ตอน “ย้อนรอยทาง ห้างสินค้าโลก

เรื่อง : Little Thoughts



Creative Thailand

เกี่ยวกับ Creative Thailand

โครงการ "Creative Thailand สร้างเศรษฐกิจไทยด้วยความคิดสร้างสรรค์" จัดตั้งขึ้นโดยศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) มีวัตถุประสงค์ในการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการผลักดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีนิตยสารและเว็บไซต์ Creative Thailand เป็นแกนหลักในการนำเสนอและเผยแพร่องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง


บทความล่าสุด