Wonderfruit เมื่อเทรนด์ของงานเทศกาลกำลังหันไปหาความยั่งยืน

Posted by Creative Thailand | 4 มกราคม 2561 | บทความอื่นๆ
1191
Loading...


WG16-29-HL-16-12-17--80.jpg
©wonderfruitfestival.com

เข้าสู่ช่วงปีใหม่ทั้งที คงไม่มีอะไรดีกว่าการใช้เวลาสังสรรค์ร่วมกับครอบครัวและบุคคลผู้เป็นที่รัก แต่บ่อยครั้งที่เทศกาลเฉลิมฉลองมักสิ้นสุดลงพร้อมกับกองขยะ ยังไม่รวมถึงการใช้ทรัพยากรและพลังงานมหาศาลในเทศกาลดนตรีและงานอีเวนต์ที่จัดขึ้นตามวาระต่างๆ ทั่วโลก ข้อมูลจากกรุงเทพมหานครระบุว่าปี 2560 ปริมาณขยะมูลฝอยใน 4 พื้นที่ยอดนิยมของการเล่นน้ำสงกรานต์รวม 3 วัน มีมากกว่า 195 ตัน ซึ่งถือว่าลดลงครึ่งหนึ่งจากปีก่อน

จะเป็นไปได้ไหมที่เราจะสนุกกับการเฉลิมฉลองได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากจนเกินไป

เว็บไซต์ Desert Sun เปิดเผยรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมว่า Coachella สุดยอดเทศกาลดนตรีและศิลปะระดับโลกที่จัดขึ้นเป็นเวลา 6 วันในรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้สร้างขยะมูลฝอยมากถึง 107 ตัน/วัน แม้ว่า Goldenvoice บริษัทผู้จัดงานได้ตั้งบูธรีไซเคิลขยะและพลาสติกภายในงานแล้วก็ตาม แต่รายงานดังกล่าวชี้ว่ามีเพียง 20% ของขยะทั้งหมดที่ถูกนำไปรีไซเคิล 

ขณะที่ผู้จัดคอนเสิร์ตรายใหญ่พากันประกาศศึกกับพลาสติก กระแสตื่นตัวต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมยังทำให้เกิดเทศกาลทางเลือกใหม่ๆ ที่คำนึงถึงความยั่งยืน เช่น Bonnaroo เทศกาลดนตรีและศิลปะในเทนเนสซีที่ได้จับมือกลุ่มพันธมิตร Plastic Pollution Coalition (PPC) จัดแคมเปญ Refill Revolution ส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมงานนำกระติกน้ำมาเอง และจำหน่ายแก้วรีฟิลล์เพื่อลดการใช้พลาสติกในงาน

1.jpg

เทศกาลวันเดอร์ฟรุ๊ต (Wonderfruit) เป็นตัวอย่างของเทศกาลทางเลือกที่ค่อนข้างใหม่สำหรับบ้านเรา จุดเด่นของเทศกาลนี้คือการรวมกิจกรรม ดนตรี ศิลปะ และไอเดียสร้างสรรค์ มาไว้ในที่เดียวกัน ภายใต้แนวคิดการส่งเสริมความยั่งยืนแบบจริงจัง การออกแบบโครงสร้างเวทีโดยใช้ไม้ไผ่และวัสดุธรรมชาติกลายเป็นไฮไลต์ของงานที่ทุกคนเฝ้ารอชม ในปีนี้ยังได้กลุ่ม PPC มาช่วยสนับสนุนนโยบายลดมลภาวะจากพลาสติกเช่นกัน ไม่ว่าจะใช้กระบอกน้ำแทนขวดพลาสติก พร้อมบริการจุดเติมน้ำดื่มฟรี และใช้จานภาชนะจากชานอ้อยซึ่งย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ

3.jpg

ยิ่งไปกว่านั้น เราสามารถพบผู้คนหลายกลุ่มหลายวัยได้ตามบริเวณต่างๆ ทั่วงาน ตั้งแต่เด็กเล็กที่มากับครอบครัว วัยรุ่น วัยทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุ และชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นความตั้งใจของทีมงานที่ต้องการจัดกิจกรรมและเสวนาเพื่อส่งเสริมสุขภาวะที่ดี ตลอดจนการเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น บูธ Sawasdee Craft ที่ทาง Local Alike ชวน 3 ชุมชนในจังหวัดชลบุรี มาจัดเวิร์กช็อปงานฝีมือกันอย่างคึกคัก เช่น เวิร์กช็อปทำมงกุฎและหมวกจากใบมะพร้าว และพุดดิ้งมะพร้าว ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อประจำชุมชนตะเคียนเตี้ย

เทศกาลนี้ยังโดดเด่นด้านการจับคู่ไอเดียของความยั่งยืนกับนวัตกรรม เช่น ระบบจ่ายเงิน-เติมเงินผ่านสายรัดข้อมือที่ใช้เทคโนโลยี RFID แทนเงินสด ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกและประหยัดเวลา ขณะเดียวกันก็สะท้อนถึงการโอบรับเทรนด์สังคมไร้เงินสดในอนาคตอันใกล้ นอกจากนี้ศิลปินและทีมงานยังได้มีส่วนร่วมในการชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนผ่านค่าตอบแทนที่เป็นเงินดิจิทัล “Tree Tokens” ซึ่งผู้ถือเหรียญเงินดิจิทัลนี้จะมีส่วนร่วมในการลงทุนปลูกต้นโกงกาง เพื่อฟื้นฟูป่าชายเลนในเมียนมาร์อีกด้วย

จริงอยู่ที่แนวคิดข้างต้นดูเป็นไลฟ์สไตล์ในอุดมคติเกินจริง แต่อย่างน้อยเทศกาลเหล่านี้ก็เปรียบได้กับพื้นที่ชั่วคราวให้ผู้คนเข้ามาทดลองและเรียนรู้ว่าการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนนั้นเป็นเรื่องสนุกสร้างสรรค์ได้เหมือนกัน และบางไอเดียก็ไม่ยากเกินจะนำไปปรับใช้ต่อได้ในชีวิตจริง

นี่อาจเป็นพลังและเสน่ห์บางอย่างที่มีแต่งานเทศกาลเท่านั้นที่ทำได้

ที่มา :
บทความ “กทม. เผยปริมาณขยะ 4 จุดหลัก ช่วงสงกรานต์ ข้าวสาร-สีลมลดลง 50%” จาก news.ch7.com
บทความ “Coachella Generates 107 Tons of Solid Waste Each Day. About 20% of It Gets Recycled” โดย Corinne S Kennedy จาก desertsun.com
บทความ “Coachella Music Festival Attendees Produce 107 Tons of Waste Each Day” จาก waste360.com
บทความ “The Music Industry's Battle against Plastic Junk” โดย Dianna Cohen จาก rollingstone.com
bonnaroo.com
wonderfruitfestival.com

เรื่อง : ปิยพร อรุณเกรียงไกร





Creative Thailand

เกี่ยวกับ Creative Thailand

โครงการ "Creative Thailand สร้างเศรษฐกิจไทยด้วยความคิดสร้างสรรค์" จัดตั้งขึ้นโดยศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) มีวัตถุประสงค์ในการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการผลักดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีนิตยสารและเว็บไซต์ Creative Thailand เป็นแกนหลักในการนำเสนอและเผยแพร่องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง