Tiger Coin เมื่อเงินดิจิทัลจะกลายเป็นเครื่องมือพิทักษ์สัตว์ป่า

Posted by Creative Thailand | 28 ธันวาคม 2560 | บทความอื่นๆ
1137
Loading...


Photo-tiger-700x496.jpg
©freeland.org/programs/surviving-together

ปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแสของบิทคอยน์ดึงดูดความสนใจของคนส่วนใหญ่ในแง่ของการลงทุนและเก็งกำไร แต่จริงๆ แล้วยังมีอีกหลายธุรกิจและโครงการที่นำเทคโนโลยีบล็อกเชนที่อยู่เบื้องหลังการสร้างสกุลเงินดิจิทัล (cryptocurrency) ไปต่อยอดกับโครงการเพื่อสังคม

จากการทำงานเคลื่อนไหวและต่อต้านการลักลอบค้าสัตว์ป่าในแอฟริกา สหรัฐอเมริกา จีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งประเทศไทย สตีฟ กลาสเตอร์ (Steve Galster) ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร Freeland Foundation พบว่า ปัจจุบันสัตว์ป่ากำลังเผชิญกับภาวะเสี่ยงสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ ด้วยฝีมือของกลุ่มธุรกิจลักลอบค้าสัตว์ป่าที่กุมอำนาจและเงินทุนมหาศาล ทั้งปัญหาโลกร้อนก็กำลังทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ ถึงแม้โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาจะประกาศกร้าวว่าไม่เชื่อในปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ (Climate Change) และไม่สนับสนุนความตกลงปารีส (Paris Agreement) ที่เป็นความตกลงตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่มีความพยายามในการลดภาวะโลกร้อนก็ตาม ที่สำคัญความเจริญของเมืองที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วยังรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ป่า จนทำให้แหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าร่อยหรอลงตามไปด้วย

ไม่ว่าจะมองทางไหน ปัญหาเหล่านี้ก็ไม่อาจนิ่งนอนใจได้อีกต่อไป

เขาตั้งคำถามว่าจะเป็นไปได้ไหมที่คนทั่วไปจะเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สัตว์ป่าได้สะดวกขึ้น แม้แต่นักธุรกิจก็สามารถร่วมลงทุนบริจาคให้กับกิจกรรมเพื่อสังคมที่ทำประโยชน์จริงๆ โดยที่ได้ผลตอบแทนกลับคืนในคราวเดียวกัน

โปรเจ็กต์การพัฒนาสกุลเงินดิจิทัล “Tiger Coin” จึงถือกำเนิดขึ้น ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง Freeland Foundation กับ อลัน ลอบสช์ (Alan Laubsch) หัวหน้าฝ่าย Natural Capital Markets Group ภายใต้บริษัท Lykke ฟินเทคสัญชาติสวิสที่ให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตรา รวมทั้งเงินสกุลดิจิทัลบนบล็อกเชน นอกจากนี้ ยังได้ นิก โกเกอร์ที (Nick Gogerty) ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพ Solar Coin ที่เน้นลงทุนในธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์มาร่วมทีมอีกแรง โดยที่เหรียญเงินดิจิทัลนี้จะสามารถขายและเทรดได้จริงในอนาคต ส่วนกำไรนั้นจะถูกนำไปใช้สนับสนุนโครงการ “Surviving Together” ของมูลนิธิ Freeland เช่น การจัดทำแคมเปญรณรงค์ และการวางแผนเชิงกลยุทธ์ในแต่ละพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือเสือโคร่งอินโดจีน ซึ่งเสี่ยงสูญพันธุ์และตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายทั้งในไทย ลาว  ซิมบับเว และประเทศอื่นๆ ที่กำลังประสบปัญหาเดียวกัน

ที่ผ่านมามูลนิธิ Freeland ได้ริเริ่มโครงการดังกล่าวในพื้นที่มรดกโลกป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ในประเทศไทย โดยเข้าไปทำงานกับกรมอุทยานแห่งชาติ เอ็นจีโอ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตลอดจนชาวบ้านในชุมชน ช่วยกันจัดกิจกรรมส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่า บอกเล่าถึงปัญหา และยับยั้งการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย อย่างไรก็ดี การจัดกิจกรรมเหล่านี้ต้องใช้เงินทุนพอสมควร อีกทั้งยังต้องต่อสู้กับกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลัง เขาจึงมองว่า การพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลจะช่วยให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้  โดยเหรียญเงิน Tiger Coin จำนวน 1 หน่วย จะมีมูลค่าเทียบเท่ากับพื้นที่คุ้มครองเสือ 1 ตารางเมตร

สาเหตุที่พวกเขาเริ่มจากโครงการอนุรักษ์เสือก่อน เพราะเสือเป็นหนึ่งในสัตว์ที่อยู่ระดับเหนือสุดของห่วงโซ่อาหาร เท่ากับว่าจะสามารถช่วยปกป้องรักษาระบบนิเวศและสัตว์ชนิดอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ในระบบนิเวศดังกล่าวได้ไปด้วย

ที่น่าทึ่งไปกว่านั้น ทีมงานยังเลือกใช้แฮชกราฟ (Hashgraph) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเจเนอเรชันใหม่ของบล็อกเชนที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า และใช้พลังงานในการขุดเหรียญน้อยกว่าเดิมหลายเท่าตัว เพื่อลดปัญหาการใช้พลังงานเกินจำเป็นนั่นเองCT

ที่มา:
การบรรยายหัวข้อ “How the new tiger money can save us all” โดยสตีฟ กลาสเตอร์ ในงาน Scratch Talks เทศกาลวันเดอร์ฟรุ้ต

เรื่อง: ปิยพร อรุณเกรียงไกร








Creative Thailand

เกี่ยวกับ Creative Thailand

โครงการ "Creative Thailand สร้างเศรษฐกิจไทยด้วยความคิดสร้างสรรค์" จัดตั้งขึ้นโดยศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) มีวัตถุประสงค์ในการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการผลักดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีนิตยสารและเว็บไซต์ Creative Thailand เป็นแกนหลักในการนำเสนอและเผยแพร่องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง