A Little Review: สองผู้ยิ่งใหญ่

Posted by Creative Thailand | 13 ธันวาคม 2560 | บทความอื่นๆ
3100
Loading...

Robbo_s original artwork.jpg

มันคือสงครามระหว่างกราฟฟิตี้ กับสตรีทอาร์ต

ไม่บอกก็คงไม่รู้ว่า กราฟฟิ ตี้กับสตรีทอาร์ตนั้นแบ่งแยกกันอย่างชัดเจน ว่าแต่เรารู้หรือไม่ว่าอะไรคือกราฟฟิตี้ และอะไรที่ถือว่าเป็นสตรีทอาร์ต

สารคดี Graffiti Wars (2011) ที่แพร่ภาพทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 4 ของสหราชอาณาจักร บอกเล่าเรื่องราวของสงครามระหว่างตำนานเก่ากับตำนานใหม่

ตำนานเก่าที่เคยถูกหมายหัวจากทางการว่าผลงานของเขาเป็นอาชญากรรม กับตำนานใหม่ที่ได้รับการยอมรับจากสาธารณชน รวมถึงบรรดาเซเลบริตี้ และที่สำคัญคือเจ้าหน้าที่บ้านเมือง

ทั้งที่เป็นการพ่นสีใส่กำแพงเหมือนกัน

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นของเราเท่ากับว่า วงการศิลปะบนกำแพงนั้นมีเรื่องราวที่ซับซ้อนเกินกว่าที่เราคิด อะไรคือธรรมเนียมปฏิบัติ และอะไรคือการวัดกำลัง

ใครคือตัวจริง ใครล้ำเส้น ใครคือทีมร็อบโบ้ และใครคือทีมแบงก์ซีย์

ไม่ว่าเราจะเรียกสิ่งนี้ว่าศิลปะหรืออาชญากรรม งานกราฟฟิตี้ก็อยู่กับโลกนี้มาหลายทศวรรษ และเมื่อพูดถึงงานกราฟฟิตี้ของลอนดอน ไม่เคยมีใครยิ่งใหญ่ไปกว่าศิลปินกราฟฟิตี้ผู้ใช้ชื่อว่า คิง ร็อบโบ้ (King Robbo)

จนกระทั่งโลกได้รู้จักกับศิลปินคนใหม่ ที่มาแรงยิ่งกว่า ได้รับการยอมรับในวงกว้างกว่า ผู้ใช้ชื่อว่า แบงก์ซีย์ (Banksy)

มันอาจเป็นเรื่องธรรมดาของโลกที่คนใหม่จะมาแทนที่คนเก่า และอาจเป็นเรื่องธรรมดาของวงการศิลปะบนกำแพงที่งานใหม่จะถูกพ่นทับงานเก่า แต่นั่นไม่ใช่การพ่นทับงานใต้สะพานข้ามคลองรีเจนท์ของคิง ร็อบโบ้

และเมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้น มันจึงเป็นจุดเริ่มต้นของสงคราม

Timeline of Banksy and Robbo Battles.jpg

ในฐานะตำนาน คิง ร็อบโบ้ซ่อนหน้าตาอยู่ภายใต้ผ้าคลุมหน้ามากว่า 25 ปี เขาได้รับการยอมรับอย่างมากในทศวรรษ 1980s และงานของเขามักจะปรากฏอยู่เสมอบนรถไฟและสถานีรถไฟใต้ดินของลอนดอน

ก่อนหน้านั้น กราฟฟิตี้สำหรับลอนดอนถูกมองว่าเป็นของน่ารังเกียจที่นำเข้าจากอเมริกา และคิง ร็อบโบ้ซึ่งเป็นวัยรุ่นในตอนนั้นมองว่า มันเป็นเครื่องมืออันสร้างสรรค์สำหรับการต่อต้านอำนาจของทางการ และการพ่นสีบนรถไฟก็คือโอกาสอันดีในการทำให้คนจำนวนมากได้เห็นผลงานของเขา ศิลปะที่เคลื่อนไปตามล้อที่บดไปกับรางรถไฟ

ความมุ่งมั่นในการแอบเข้าไปสร้างงานบนผนังรถไฟ ซึ่งทำให้ชาวลอนดอนเข้าใจความหมายของศิลปะแบบใหม่ ส่งให้เขากลายเป็นทั้งศิลปินที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ และเป็นทั้งสัญลักษณ์ของกราฟฟิตี้สำหรับเมืองแห่งนี้ 

หลังจากสร้างงานไว้บนรถไฟทั่วลอนดอน ไปจนถึงรถไฟในยุโรป และในนิวยอร์ก ณ จุดสูงสุดของชื่อเสียง เขาตัดสินใจเกษียณอายุตัวเอง

เพราะกราฟฟิตี้ในสายตาของทางการคืออาชญากรรม งานที่คิง ร็อบโบ้ทำเอาไว้จึงค่อยๆ ถูกลบจนหายไปกับกาลเวลา แต่ไม่ใช่กับงานในปี 1985 ใต้สะพานซึ่งอยู่ด้านล่างที่ทำการสำนักงานตำรวจงานนั้น ที่ไม่มีใครคิดจะแตะต้อง และถูกทิ้งไว้ให้เป็นงานกราฟฟิตี้เก่าแก่ที่สุดที่ยังคงเหลือให้เห็นในลอนดอน และแน่นอนว่าเป็นอนุสรณ์สำหรับคิง ร็อบโบ้

700x496 (1).jpg

เพราะใช้เทคนิคการพ่นสีบนลายฉลุที่เตรียมไว้แล้ว บวกกับสไตล์ที่ค่อนไปในทางป๊อปคัลเจอร์ และการตั้งคำถามในเชิงสังคม งานของแบงก์ซีย์จึงเชื้อเชิญให้คนมีส่วนร่วมได้ไม่ยาก และกลายเป็นสตรีทอาร์ตที่ดึงดูดเม็ดเงินของคนที่สนใจลงทุนด้านศิลปะ

แต่ยิ่งแบงก์ซีย์ได้รับการยอมรับจากโลกภายนอกมากเพียงใด กลับดูเหมือนว่าเขาก็ยังไม่ได้รับการยอมรับจากโลกข้างกำแพงหรือกลุ่มศิลปินกราฟฟิตี้อยู่ดี

สำหรับศิลปินกราฟฟิตี้ การใช้เทคนิคลายฉลุไม่ถือว่ามีศักดิ์ศรีเท่ากับงานกราฟฟิตี้ที่อาศัยการพ่นจริงด้วยมือ และศิลปินกราฟฟิตี้ไม่สนใจการมีงานแสดงในแกลเลอรี

“กราฟฟิตี้คือเรื่องของอีโก้ ความเสียหาย และมีกฎในตัวของมันหลายอย่าง ลายฉลุก็คือการโกง”

แน่นอนว่าแบงก์ซีย์ไม่เล่นตามกฎของกราฟฟิตี้ และจะไม่มีวัน

Book London Handstyle.jpg

ในหนังสือ London Hand Style ซึ่งตีพิมพ์ในปี 2009 ร็อบโบ้ได้เล่าถึงความหยาบคายของแบงก์ซีย์และการวิวาทของทั้งคู่เอาไว้ และหลังจากที่หนังสือออกมาไม่นาน แบงก์ซีย์ก็ประกาศสงคราม

แน่นอนว่าการลบร็อบโบ้ออกจากประวัติศาสตร์ ด้วยการ “บอมบ์” หรือสร้างงานทับบนกราฟฟิตี้อนุสรณ์ของร็อบโบ้ที่ใต้สะพานนั้น ก็คือการประกาศศักดาที่อหังการ์ที่สุด

สิ่งที่ตามมาก็คือเสียงด่าและการผลัดกันบอมบ์งานของทั้งคู่ ซึ่งอาจจะไม่มีวันจบลงหากคิง ร็อบโบ้ไม่ได้ประสบอุบัติเหตุและศีรษะได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงในปี 2011 เขาอยู่ในอาการโคม่าจนกระทั่งเสียชีวิตลงในปี 2014

โดยแบงก์ซีย์ได้ไว้อาลัยให้แก่เขาด้วยภาพการจุดสเปรย์กระป๋องแทนเทียนไขใต้ชื่อร็อบโบ้ ซึ่งพ่นเลียนแบบงานออริจินัลที่เขาเคยบอมบ์ใส่ ณ ทำเลแห่งความขัดแย้งนั้นเอง

ก่อนที่แฟนๆ ของคิง ร็อบโบ้จะช่วยกันสร้างงานเหมือนออริจินัลขึ้นมาใหม่ และทุกคนน่าจะพร้อมใจกันปล่อยมันเอาไว้อย่างนั้นตลอดไป

แม้จะเป็นสงครามของอีโก้ แต่มันก็เป็นอีโก้ที่ตั้งคำถามสำหรับทุกคนที่พบเห็น ไม่ว่าสิ่งที่เราเห็นจะถือเป็นอาชญากรรมหรือศิลปะก็ตามที

เรื่อง Little Thoughts



Creative Thailand

เกี่ยวกับ Creative Thailand

โครงการ "Creative Thailand สร้างเศรษฐกิจไทยด้วยความคิดสร้างสรรค์" จัดตั้งขึ้นโดยศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) มีวัตถุประสงค์ในการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการผลักดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีนิตยสารและเว็บไซต์ Creative Thailand เป็นแกนหลักในการนำเสนอและเผยแพร่องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง


บทความล่าสุด