YouPin เมื่อมวลชนจัดการเมืองด้วยข้อมูล

YouPin เมื่อมวลชนจัดการเมืองด้วยข้อมูล

Posted by Creative Thailand | 1 ตุลาคม 2559 | Creative Startup
11162
Loading...

youpin2.jpg

เพราะไม่อยากนิ่งเฉยกับปัญหาที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ฝาท่อชำรุด ฟุตปาธไม่เรียบ ปัญหาขยะในชุมชน สายไฟห้อยระโยงระยาง หรือแม้แต่น้ำท่วมขังรอการระบาย กลุ่มนักออกแบบ วิศวกร นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล และผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขา จึงรวมตัวกันสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์ "ยุพิน (YouPin)” ที่เปิดให้ทุกคนมาร่วมกันแจ้งปัญหาเกี่ยวกับเมือง ด้วยเชื่อว่าพลังของ “คราวด์ซอร์สซิง” (Crowdsourcing) จากเสียงบ่นของมวลชน จะเปลี่ยนแปลงชุมชนและเมืองให้ดีขึ้นได้ โดยไม่ต้องรอให้รัฐลงมือก่อน

เห็นปัญหา...Pin บอกป้ายุพิน
“ทุกคนรู้สึกว่าประเทศอื่นมีสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะที่ดี เราก็อยากได้แบบนั้นบ้าง” ฐิติพงษ์ เหลืองอรุณเลิศ หนึ่งในผู้ก่อตั้งยุพินเล่าถึงที่มาของโครงการนี้ให้ฟังว่า ในฐานะคนที่ร้องเรียนปัญหาไปยังสายด่วนของศูนย์รับแจ้งทุกข์ กทม. เป็นประจำ เขาและทีมงานพบว่าบริการเหล่านี้ในไทยยังมีช่องโหว่ เช่น การแจ้งปัญหาผ่านทางเว็บไซต์ต้องกรอกข้อมูลรายละเอียดเยอะ ขาดการประสานงานระหว่างผู้ร้องเรียนกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ ไม่ระบุวิธีแก้ไขปัญหา และไม่มีระบบฟีดแบ็กการทำงานแบบครบวงจร ทำให้หลายคนถอดใจกับระบบที่ล่าช้าและยุ่งยาก ทีมยุพินจึงพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับรับร้องเรียนปัญหาที่ทุกคนพบเห็นในกรุงเทพฯ โดยเน้นการใช้งานง่ายและเป็นมิตรที่สุด เพื่อชวนคนมาบ่นกันอย่าง 'ถูกที่ ถูกทาง' และเปลี่ยนเสียงบ่นของมวลชนเป็นแนวทางแก้ปัญหาเมืองที่แท้จริง โดยร่วมมือกับหน่วยงานมากมาย อาทิ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ TCDC บุญมีแล็บ เครือข่ายพลเมืองเน็ต และสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Agency: EGA)

youpin1.jpg
    
ช่องทางร้องทุกข์ของยุพินมีทั้งเว็บไซต์ youpin.city และแชตบ็อต (Chatbot) ฟีเจอร์ใหม่ในเฟซบุ๊กเมสเซ็นเจอร์ที่พร้อมจะตอบข้อความอัตโนมัติ ที่สำคัญ เราสามารถส่งรูปถ่าย ติดแฮชแท็กประเภทของปัญหา (เช่น #footpath, #safety) และปักหมุดหรือ Pin ตำแหน่งที่เกิดเหตุได้ทันที วิธีนี้จะทำให้ทีมงานสามารถจัดหมวดของปัญหาเพื่อส่งต่อข้อมูลเหล่านี้ไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบได้สะดวกขึ้น โดยทีมงานจะคอยเช็กและรายงานผลว่าปัญหาใดได้รับการแก้ไขแล้วบ้างด้วยการขึ้น verified บนรูปภาพที่ถูกส่งมา ขณะเดียวกัน การจัดการข้อมูลเกี่ยวกับเมืองอย่างเป็นระบบก็จะสะท้อนถึงภาพรวมของปัญหาในกรุงเทพฯ อย่างชัดเจน และส่งผลให้โปรเจ็กต์นี้ได้รับรางวัลชนะเลิศ สาขา Big Ideas Competition for Sustainable Cities and Urban Communities 2016 จากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Programme: UNDP)

"บริการบ้านเรามีปัญหาตรงระบบฟีดแบ็กเยอะมาก คนไทยชอบบ่น แต่ไม่บ่นให้มันถูกช่อง คนทำงานก็ไม่รู้ว่าคนบ่นเรื่องอะไร จริงๆ แล้วเขาก็อยากฟังปัญหาเหล่านี้เพื่อที่จะได้แก้ไขให้ดียิ่งขึ้น แต่ตอนนี้เราเลือกจะบ่นให้เพื่อนฟัง หรือบ่นในอินเทอร์เน็ต ซึ่งต้องใช้ Data Mining หรือการดึงข้อมูลจากแหล่งอื่นมาวิเคราะห์อีกทีว่าใครเจอปัญหาอะไร"

youpin3.jpg

ให้ Chatbot ช่วยตอบ
ยุพินถือเป็นกลุ่มคนแรกๆ ในไทยที่นำเทคโนโลยีแชตบ็อต (Chatbot) ของเฟซบุ๊กที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน มาใช้ในระบบรับแจ้งปัญหาเกี่ยวกับเมือง ทีมงานให้เหตุผลว่าพวกเขาต้องการเลือกช่องทางที่คนส่วนใหญ่ใช้กันเป็นประจำและเข้าถึงได้ผ่านมือถือ เฟซบุ๊กจึงตอบโจทย์กว่าการสร้างแอพพลิเคชั่นขึ้นใหม่ซึ่งมีต้นทุนสูงและมีมูลค่าการดาวน์โหลด โดยได้วิโรจน์ จิรพัฒนกุล นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลซึ่งเคยทำงานที่บริษัทเฟซบุ๊ก สหรัฐอเมริกา มาช่วยพัฒนาด้านนี้โดยตรง นอกจากแชตบ็อตจะช่วยประหยัดแรงในการโต้ตอบกับข้อความจำนวนมากที่ถูกส่งเข้ามาร้องเรียนทางกล่องข้อความเพจของยุพินแล้ว ยังเพิ่มสีสันและความสนุกให้กับการรายงานปัญหา ประกอบกับการออกแบบคาแรกเตอร์ ‘ป้ายุพิน’ ผู้ใช้งานจึงรู้สึกเหมือนกำลังบ่นความคับข้องใจที่มีต่อเมืองให้ป้าใจดีคนหนึ่งฟัง มากกว่าการรายงานกับระบบที่มีขั้นตอนยุ่งยากซับซ้อน "แชตบอตทำให้คนรู้สึกว่าการรายงานปัญหาไม่ใช่เรื่องยากลำบาก ถ้าเรามีฟีดแบ็กกลับไป คนก็จะกระตือรือร้นที่จะมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหามากขึ้น ที่ผ่านมา คนส่วนใหญ่คิดว่าปัญหาเหล่านี้แก้ไขไม่ได้ บ่นไปก็ไม่มีใครทำอะไร เลยไม่รายงาน เพราะคิดว่าหน่วยงานราชการพึ่งพาไม่ได้ ทั้งที่จริงๆ แล้ว หน่วยงานเหล่านี้เข้ามาทำงานและแก้ไขปัญหาจริง เพียงแต่ว่าช่องทางการติดต่อสื่อสารของเขาอาจจะไม่ดี"

"ผมว่าคนรุ่นเราโหยหาความเปลี่ยนแปลง แต่มันไม่มีที่ระบาย คนเลยสนใจโปรเจ็กต์นี้พอสมควร ถึงจะยังรายงานปัญหาเข้ามากันไม่เยอะ แต่เราก็จะพยายามทำต่อไป อย่างน้อยเราได้ลงมือทำแล้ว ถ้าคุณไม่รายงานปัญหากับยุพิน มันไม่มีข้ออ้างอื่นแล้วว่ารายงานยาก แต่เพราะคุณไม่ช่วยกัน ยังไงเราก็อยากให้คุณบ่นมาเถอะ เข้ามาแชตกับป้ายุพินในช่องทางนี้"

youpin4.jpg

เพราะเมืองเป็นเรื่องของเราทุกคน
ศูนย์รวมคำบ่นแห่งนี้ได้รับการออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์มเปิด (Open Platform) ไม่ว่าใครก็สามารถร้องเรียนปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตในเมืองเข้ามาได้ ที่สำคัญ เสียงบ่นเหล่านี้คือข้อมูลชั้นดีที่สะท้อนทั้งมุมมองและความคิดเห็นของประชาชนต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนและเมือง ทีมงานจึงต้องการเปิดเผยข้อมูลให้สาธารณชนและเครือข่ายองค์กรต่างๆ นำไปต่อยอดได้ (Open Data) รวมทั้งเปิดโอกาสให้อาสาสมัครร่วมเขียนโค้ดพัฒนาโปรแกรมนี้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น (Open Source) “เราอยู่ในยุคที่รัฐต้องเปลี่ยนบทบาทจากคนทำงานมาเป็นผู้สนับสนุนและเปิดเผยข้อมูล มีระบบข้อมูลสาธารณะ หรือ Open Data ที่ประชาชนเข้าถึง นำไปต่อยอด และใช้ร่วมกันได้ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยามีข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพดินฟ้าอากาศ อาจจะทำงานร่วมกับกทม. นำข้อมูลมาช่วยวิเคราะห์จัดการปัญหาน้ำท่วม ดูว่าช่วงนี้ฝนตกไหม ต้องเตรียมบุคลากรเพิ่มเท่าไร ทำอย่างไรให้ระบายน้ำทัน เราควรรู้ว่าสถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างไร จริงๆ หน่วยงานรัฐและเอกชนมีการจัดการข้อมูลอยู่แล้ว แต่ถ้าประชาชนอีกสิบล้านคนสามารถเข้าถึงได้ด้วย ทุกคนก็จะนำไปแก้ปัญหาในชุมชนของตนเองได้เร็วขึ้น หรือหันมาทำงานร่วมมือกันมากขึ้น”

youpin5.jpg

การพัฒนาเมืองในยุคแห่งข้อมูล ประชาชนนำ รัฐต้องหนุน
เป้าหมายของยุพินในตอนนี้คือการพัฒนาระบบฟีดแบ็กให้สมบูรณ์และครบวงจร คือ ระบบต้องเชื่อมโยงข้อมูลและการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้รายงานปัญหา กับแอดมินหรือคนรับเรื่องทางระบบหลังบ้านซึ่งเป็นทีมงานของยุพิน และหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลปัญหาดังกล่าวได้ครบลูป รวมทั้งสามารถรายงานให้คนที่ร้องเรียนได้รับทราบถึงผลการดำเนินงานเป็นระยะๆ โดยอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐอย่างเต็มที่ "ข้อดีของคราวด์ซอร์สซิง (Crowdsourcing) คือพลัง เราไม่สามารถส่งเจ้าหน้าที่ของกทม. ไปยังทุกที่ในเมือง แต่ทุกคนช่วยกันรายงานปัญหาที่เกิดขึ้นได้ และทุกคนก็อยากดูแลชุมชนของตนเองอยู่แล้ว ที่สำคัญ มันเป็นพลังที่ไม่ได้มีราคาแพงเลย ภาครัฐจะได้เครดิตจากการทำงานที่ดียิ่งขึ้น และชุมชนของเราก็ดีขึ้นด้วย มันก็ win-win”
    
ทีมยุพินเริ่มนำโมเดลนี้ไปปรับใช้จริงกับระบบการร้องเรียนปัญหาภายในคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดการแก้ปัญหาโดยอาศัยข้อมูลคราวด์ซอร์สที่รวบรวมจากการรายงานของนิสิตและบุคลากร และรายงานผลการทำงานกลับไปที่ระบบ ซึ่งโมเดลนี้จะเป็นต้นแบบของการพัฒนาระบบฟีดแบ็กที่ปรับใช้ได้กับธุรกิจและบริการอื่นๆ ตลอดจนเป็นแนวทางยกระดับเมืองให้ดียิ่งขึ้น
    
ทีมงานเผยว่า เมื่อผู้ใช้บริการมากขึ้น ทางทีมงานของยุพินจะนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์และประมวลผลเป็นชุดข้อมูลในเฟสต่อไป ผู้ใช้งานสามารถติดตามได้ว่าปัญหานี้รายงานเมื่อไร สิ้นสุดลงเมื่อไร ใช้ระยะเวลาแก้ไขนานแค่ไหน ยิ่งไปกว่านั้น ฐานข้อมูลเหล่านี้สามารถแสดงผลเชิงสถิติได้ว่าพื้นที่เขตไหนบ้างมีปัญหาขยะเยอะมากที่สุด เขตไหนประสบปัญหาน้ำท่วมเป็นประจำ หรือจัดการปัญหาทางเท้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
    
“บางเมืองในอเมริกาไม่ได้สะอาดมาก แต่รัฐบาลเขาค่อนข้างให้ความร่วมมือเต็มที่ นายกเทศมนตรีของเมืองบอสตันจะมาดู Mayor's Dashboard (กระดานข่าวสารดิจิทัลของเขา) ทุกๆ เช้าว่าเกิดอะไรขึ้นในเมืองบ้าง เช่น ฝาท่อชำรุด ฟุตปาธพัง นี่คือสิ่งที่ทำให้เขาทำงานง่ายขึ้น และตัดสินใจแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ประชาชนก็มีความสุข หรืออย่างในลอนดอน มีแอพพลิเคชั่น FixMyStreet สำหรับรายงานและติดตามการแก้ปัญหาเหมือนกัน ซึ่งประสบความสำเร็จมากและถูกนำไปใช้ที่ญี่ปุ่น เราก็คาดหวังว่าจะมีหน่วยงานที่นำแพลตฟอร์มนี้ไปใช้กับกรุงเทพฯ ทำให้เมืองของเราดีขึ้น"

เรื่อง: ปิยพร อรุณเกรียงไกร  ภาพ: ชาคริต นิลศาสตร์

ขอขอบคุณผู้ให้สัมภาษณ์:
ภูริพันธุ์ รุจิขจร
ฐิติพงษ์ เหลืองอรุณเลิศ ผู้ก่อตั้งบุญมีแล็บ
ศุภเสฏฐ์ ชูชัยศรี บจ. ลานเกียร์ เทคโนโลยี
วิโรจน์ จิรพัฒนกุล บ. Learn Corporation
รพี สุวีรานนท์ ผู้ก่อตั้งบุญมีแล็บ
ทีมงานยุพินและเครือข่ายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง



Creative Thailand

เกี่ยวกับ Creative Thailand

โครงการ "Creative Thailand สร้างเศรษฐกิจไทยด้วยความคิดสร้างสรรค์" จัดตั้งขึ้นโดยศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) มีวัตถุประสงค์ในการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการผลักดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีนิตยสารและเว็บไซต์ Creative Thailand เป็นแกนหลักในการนำเสนอและเผยแพร่องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง