ชุดป้องกันโรค

1 มกราคม 2558 | Local Wisdom
4011
Loading...

LEPER-COSTUME.jpg
© commons.wikimedia.org

ในห้วงเวลาของความหวาดหวั่นที่ดูเหมือนว่าความเป็นและความตายอยู่ใกล้กันเพียงแค่เอื้อม การระบาดของโรคติดต่อเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันที่ทำให้มนุษย์คิดสร้างสรรค์ ทดลอง และปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่เพื่อความอยู่รอดบนพื้นฐานของความกลัวและความรู้ความเข้าใจตามบริบทของยุคสมัย เครื่องแต่งกายและเครื่องใช้ที่เกิดขึ้นใหม่จึงไม่เพียงปกป้องผู้สวมใส่จากโรคร้ายเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความเชื่อ ค่านิยม ความรู้ และมุมมองความเข้าใจที่มนุษย์ผู้รังสรรค์มีต่อโรคภัยที่อุบัติขึ้นอีกด้วย

LEPER COSTUME
• การเดินทางข้ามถิ่นของนักรบและนักแสวงบุญในสงครามครูเสดซึ่งยืดเยื้อเป็นเวลานับร้อยปี ทำให้พวกเขากลายเป็นพาหะนำโรคเรื้อนมาแพร่ระบาดทั่วยุโรปและตะวันออกกลางในช่วงปี 1095 - 1272 โดยเชื่อกันว่าโรคเรื้อนเป็นการลงโทษจากพระเจ้าและผู้ป่วยจะต้องผ่านพิธีกรรม “Separatio Leprosorum” เพื่อประกาศว่าบุคคลนั้นได้ตายไปจากโลกนี้และได้เกิดใหม่ในดินแดนของพระเจ้าแล้ว หลังจากนั้นจะถูกเนรเทศให้ไปอาศัยอยู่ในสถานสงเคราะห์ซึ่งคาดว่ามีอยู่เกือบ 19,000 แห่งทั่วยุโรป และต้องสวมใส่เครื่องแต่งกายพิเศษเพื่อบ่งบอกว่าเป็นโรคเรื้อนซึ่งมักเป็นชุดที่ทำจากผ้ากระสอบ ติดเครื่องหมายไม้กางเขนสีเหลือง และจะต้องสั่นกระดิ่งเมื่ออยู่ในที่ชุมนุมชนเพื่อเตือนไม่ให้ผู้อื่นเข้าใกล้

PLAGUE DOCTOR OUTFIT
• ร่างของหมอรักษากาฬโรคที่ปกคลุมอย่างมิดชิดด้วยชุดผ้าใบสีเข้มเคลือบแว็กซ์ยาวคลุมเท้า กางเกง รองเท้าบู้ต หมวก และถุงมือซึ่งล้วนทำจากหนัง คือภาพจำที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของการระบาดของกาฬโรคที่เกิดขึ้นหลายครั้งในช่วงยุคกลางของยุโรป โดยเฉพาะหน้ากากสวมหัวที่มีจะงอยแหลมเหมือนปากนก ภายในบรรจุสมุนไพร ดอกไม้แห้ง และเครื่องเทศ เช่น ใบสะระแหน่ กุหลาบ การบูร ยางไม้หอม รวมถึงฟองน้ำชุบน้ำส้มสายชู เพื่อดับกลิ่นลมหายใจของผู้ป่วยซึ่งเชื่อว่าเป็นสาเหตุของการติดโรค จนเป็นที่มาของชื่อ “หมอกาดำ (Beak Doctor)” 

• นักประวัติศาสตร์เชื่อว่าต้นแบบชุดของหมอกาดำคิดค้นขึ้นในปี 1619 โดยชาร์ลส์ เดอ ลอร์ม (Charles de l’Orme) แพทย์ชาวฝรั่งเศสผู้เป็นหัวหน้าคณะแพทย์ของกษัตริย์ฝรั่งเศสถึงสามพระองค์ และกลายเป็นที่นิยมมากเมื่อเกิดกาฬโรคระบาดในปี 1656 โดยหมอกาดำจะใช้ไม้เท้ายาวในการตรวจวัดการเต้นของหัวใจและวินิจฉัยโรค แทนการสัมผัสถูกเสื้อผ้าและผิวของผู้ป่วยโดยตรง เนื่องจากการรักษากาฬโรคเป็นงานที่มีความเสี่ยงสูง หมอกาดำซึ่งรับหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโดยไม่แบ่งชนชั้นฐานะเหล่านี้จึงได้รับค่าจ้างสูงกว่าหมอทั่วไปถึง 4 เท่า  

GAUZE MASK
• หน้ากากอนามัยผ้าก๊อซ (Gauze Mask) ที่เราคุ้นเคย เริ่มนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในปี 1918 ที่เกิดการระบาดครั้งใหญ่ที่สุดของไข้หวัดใหญ่สเปนที่คร่าชีวิตผู้คนไปถึงร้อยละ 5 ของประชากรโลก ซึ่งมากกว่าจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง โดยมีการกำหนดข้อบังคับให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดในหลายพื้นที่ เช่น ซานฟรานซิสโก ซานดิเอโก ฯลฯ การชุมนุมในที่สาธารณะและเดินทางท่องเที่ยวถูกจำกัด โบสถ์ โรงละคร ร้านค้า (ยกเว้นร้านอาหารและร้านยา) และสถานที่สาธารณะอื่นๆ ในหลายเมืองปิดให้บริการนานกว่าหนึ่งปี แม้แต่พิธีศพก็ถูกกำหนดให้ใช้เวลาได้ไม่เกิน 15 นาที

HAZMAT
แฮสแมต (Hazmat: Hazardous Material Suit) เป็นชุดป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPP: Personal Protective Equipment) แบบเต็มตัวที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในบุคลากรที่ต้องทำงานกับสารเคมีหรือสารชีวภาพในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม การระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาในปี 2014 ได้นำมาสู่ข้อวิพากษ์วิจารณ์ในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเรื่องประสิทธิภาพในการป้องกันและความสมเหตุสมผลของการเลือกใช้ชุดแฮสแมตที่หลายฝ่ายมองว่าเกินความจำเป็นและมีราคาสูงกว่าที่ประเทศในกลุ่มเสี่ยงจะแบกรับไหว เนื่องจากเชื้ออีโบลานั้นจะติดต่อระหว่างคนสู่คนผ่านทางการสัมผัสสารคัดหลั่ง เช่น เลือด น้ำลาย อุจจาระ ปัสสาวะ เหงื่อ ฯลฯ หรือการสัมผัสอวัยวะและเครื่องใช้ของผู้ที่ติดเชื้อเท่านั้น ไม่สามารถติดต่อทางอากาศหรือการหายใจได้ ชุดแฮสแมตแบบเต็มยศจึงอาจสร้างความตื่นตระหนกและความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องแก่ประชาชนที่พบเห็น

เรื่อง: ณัฏฐนิช ตัณมานะศิริ

ที่มา
บทความ “1918-1920: The Forgotten Epidemic” โดย Chris Wild จาก mashable.com
บทความ “Doctors of the Black Death” จาก doctorsreview.com
บทความ “Ebola Outbreak: Do Hazmat Suits Protect Workers, or Just Scare Everyone?” จาก livescience.com
บทความ “Hazmat suits: What are they and how do they protect medics against Ebola?” จาก independent.co.uk
บทความ “Philadelphia, Nurses, and the Spanish Influenza Pandemic of 1918” (2001) โดย Navy Medicine จาก history.navy.mil
บทความ “The Public Health Response” จาก virus.stanford.edu
บทความ “Why did doctors during the Black Death wear ‘beak masks’?” จาก historyanswers.co.uk
หนังสือ Leprosy: Hansen's Disease (2002) โดย Karen Donnelly
วิกิพีเดีย