What 's on

« Back to Result

A Design Film Festival Bangkok 2015

  • เวลา: 18 - 26 กรกฎาคม 2558
  • สถานที่: โรงภาพยนตร์เอส เอฟ เวิล์ด ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 7 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

เปิดขายบัตรชมภาพยนตร์ด้านการออกแบบในเทศกาล A Design Film Festival Bangkok 2015 แล้ววันนี้!

Curated and Hosted by Anonymous Singapore and TCDC

ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ร่วมกับบริษัทแอนโนนิมัส สิงคโปร์ (Anonymous Singapore) ขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมเทศกาลภาพยนตร์เฉพาะด้านการออกแบบ A Design Film Festival Bangkok 2015 ที่จะพาไปเจาะลึกเบื้องหลังการทำงานของนักออกแบบระดับโลก พร้อมตามติดคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงที่กำลังก่อตัวขึ้นในแวดวงการออกแบบ และกำลังจะพลิกวิถีแห่งการทำงานออกแบบไปอย่างสิ้นเชิง โดยผ่านภาพยนตร์สารคดีด้านการออกแบบจำนวน 10 เรื่อง ในวันที่ 18-19 & 25-26 กรกฎาคม 2558 ณ โรงภาพยนตร์เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 7 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ตารางฉายภาพยนตร์


18 & 25 กรกฏาคม 2558 (เสาร์)

11.00-12.30Capital C (ประเทศสหรัฐอเมริกา ความยาว 86 นาที)จัดฉายครั้งแรกในเอเชีย
13.30-15.05
Time Zero: The Last Year of Polaroid Film (ประเทศสหรัฐอเมริกา ความยาว 95 นาที)จัดฉายครั้งแรกในเอเชีย
16.00-17.20
Human Scale (ประเทศเดนมาร์ก ความยาว 77 นาที)
18 ก.ค. - เต็มแล้ว
จัดฉายครั้งแรกในประเทศไทย
18.30-19.10
Tema Hima: Time, Work and Life in Tohoku, North East Japan (ประเทศญี่ปุ่น ความยาว 33 นาที)
18 ก.ค. - เต็มแล้ว
จัดฉายครั้งแรกในประเทศไทย
20.00-21.30 
Dior and I (ประเทศฝรั่งเศส ความยาว 89 นาที) เต็มแล้ว จัดฉายครั้งแรกในประเทศไทย


19 & 26 กรกฏาคม 2558 (อาทิตย์)

11.00-12.40
Print the Legend (ประเทศสหรัฐอเมริกา ความยาว 100 นาที)
จัดฉายครั้งแรกเอเชีย
14.00-15.00
The Naked Brand (ประเทศสหรัฐอเมริกา ความยาว 58 นาที)จัดฉายครั้งแรกในประเทศไทย
16.00-17.05
Maker (ประเทศสหรัฐอเมริกาและไต้หวัน ความยาว 65 นาที)-
18.00-19.00
Tadao Ando: From Emptiness to Infinity (ประเทศเยอรมัน ความยาว 52 นาที) เต็มแล้วจัดฉายครั้งแรกในประเทศไทย
20.00-21.10 
Hand Made with Love in France (ประเทศฝรั่งเศส ความยาว 68 นาที) เต็มแล้ว 
จัดฉายครั้งแรกในเอเชีย

*ภาพยนตร์ทุกเรื่องมีบทบรรยายไทย

การซื้อบัตรชมภาพยนตร์
- 150 บาท/เรื่อง สำหรับบุคคลทั่วไป
- 130 บาท/เรื่อง สำหรับสมาชิก TCDC (สมาชิกแต่ละท่านใช้สิทธิ์ซื้อบัตรชมภาพยนตร์ในราคาสมาชิกได้ไม่เกิน 10 ใบ)
- หากซื้อบัตรชมภาพยนตร์จำนวน 5 เรื่องขึ้นไปต่อ 1 ใบเสร็จ ท่านสามารถนำใบเสร็จรับเงินมาแลกรับถุงผ้าที่ระลึกงาน A Design Film Festival Bangkok 2015 ได้จำนวน 1 ใบ ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ TCDC ชั้น 5 ดิ เอ็มโพเรียม เวลา 10.30–21.00 น. (ปิดวันจันทร์) โทร 02 664 8448 ต่อ 213, 214 (ถุงผ้ามีจำนวนจำกัด)
- จำหน่ายบัตรชมภาพยนตร์ตั้งแต่วันอังคารที่ 23 มิถุนายน 2558 ทางระบบ TCDC Programs และที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ TCDC ชั้น 5 ดิ เอ็มโพเรียม

purchase-ticket.png

เกี่ยวกับ A Design Film Festival
A Design Film Festival (DFF) คือ เทศกาลภาพยนตร์เฉพาะด้านการออกแบบที่จัดขึ้นเป็นงานแรกในเอเชียในปี 2553 โดยบริษัทแอนโนนิมัส สิงคโปร์ (Anonymous Singapore) เทศกาล DFF มุ่งเน้นที่จะเผยแพร่ความรู้ด้านงานออกแบบและวัฒนธรรมย่อยสู่ผู้สนใจในระดับนานาชาติผ่านสื่อภาพยนตร์สารคดี ช่วงหลายปีที่ผ่านมามีการจัดเทศกาล DFF ตามเมืองต่างๆ ทั่วโลก เช่น เบอร์ลิน เกาสง ลัตเวีย พอร์ตแลนด์ โซล และไทเป

Social Media Hashtag
- #DFFBKK2015 #TCDC

เรื่องย่อภาพยนตร์ในเทศกาล A Design Film Festival
1. Capital C
“ภาพยนตร์สารคดีที่ผลิตขึ้นอย่างมืออาชีพเรื่องนี้ เต็มไปด้วยชีวิตชีวาที่นำความประหลาดใจมาสู่คณะกรรมการ นอกจากนี้ยังให้กำเนิดวิสัยทัศน์ใหม่แก่มนุษยชาติ ซึ่งมีพื้นฐานมาจากวิธีการระดมทุนชนิดใหม่นี้อีกด้วย” – สเตฟาน อาร์ดันท์, ประธานคณะกรรมการเทศกาลภาพยนตร์ซูริค และผู้อำนวยการผลิตภาพยนตร์เรื่องคลาวด์ แอทลาส

filmpic-01.jpg

เพียงไม่กี่ปีการระดมทุนสาธารณะทำให้บรรดาศิลปินรุ่นใหม่สร้างสรรค์ผลงานได้ในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน Capital C คือ ภาพยนตร์สารคดีขนาดยาวเรื่องแรกที่พูดถึงการระดมทุนสาธารณะ โดยเน้นประเด็นไปที่ความหวัง ความฝัน ความหวาดกลัว และหลุมพรางที่เหล่านักสร้างสรรค์อิสระต้องเผชิญในช่วงเริ่มต้นของยุคดิจิทัล ภาพยนตร์เรื่องนี้ติดตามความมานะบากบั่นของแจ็คสัน โรบินสัน นักออกแบบไพ่โป๊กเกอร์ แซค เครน ผู้เป็นฮิปปี้ และไบรอัน ฟาร์โก ผู้ผลิตวิดีโอเกมมากประสบการณ์ ในเรื่องการระดมทุนจากสังคมในอินเตอร์เน็ต ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขาตลอดไป

ผู้กำกับ: ยอร์ก คุนดิงเงอร์ และทิมอน เบียร์โคเฟอร์
หัวข้อ: การระดมทุนสาธารณะ การทำธุรกิจ
ตัวอย่างภาพยนตร์

2. Time Zero: The Last Year of Polaroid Film
“จับตามองผู้กำกับมากฝีมือ แกรนท์ ฮามิลทัน คนนี้ไว้ เขานำผู้ชมไปพบกับประสบการณ์อันน่าตื่นเต้น โดยไม่เพียงแต่นำเสนอทัศนคติของช่างภาพและอดีตพนักงานโพลารอยด์หลายคน หากแต่ยังพูดถึงคนกลุ่มเล็กๆ ที่ร่วมมือกันชุบชีวิตประสบการณ์การถ่ายแบบภาพคลาสสิคนี้อีกด้วย” –  เกร็ก อาร์เชอร์, ฮัฟฟิงทัน โพสต์

filmpic-02.jpg

ในปี 2008 บริษัทโพลารอยด์ประกาศยกเลิกการผลิตฟิล์มอินสแตนท์ Time Zero บอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปีสุดท้ายของฟิล์มชนิดนี้ และพูดถึงทีมงานกลุ่มเล็กๆ ที่ใช้ความหลงใหลและความมานะของตนในการฟันฝ่าอุปสรรค ต่อชีวิตให้กับฟิล์มอินสแตนท์ ภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ถือเป็นการเทิดทูนกล้องและฟิล์มอินสแตนท์ของบริษัทโพลารอยด์ ผู้ชมยังจะได้สัมผัสถึงมนต์เสน่ห์ของโพลารอยด์ผ่านทางมุมมองของช่างภาพโพลารอยด์และอดีตพนักงานของบริษัท

ผู้กำกับ: แกรนท์ ฮามิลทัน
หัวข้อ: การผลิตฟิล์มโพลารอยด์, การถ่ายภาพอินสแตนท์
ตัวอย่างภาพยนตร์

3. The Human Scale
“น่าแนะนำเป็นอย่างยิ่ง...The Human Scale กระตุ้นให้เราพิจารณากระบวนทัศน์ใหม่ในด้านการออกแบบเมืองที่อำนวยความสะดวกต่อการใช้ชีวิตในที่สาธารณะแทนที่จะทำให้เราลำบาก หลังจากชมภาพยนตร์ ผู้ชมอาจตั้งคำถามว่า ‘เราจะทำอะไรเพื่อช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตในสภาพแวดล้อมเมืองของเราให้ดีขึ้นได้บ้าง’” – เมลานี คลาร์ค, มหาวิทยาลัยเท็กซัสเท็ค, เว็บไซต์เอ็ดดูเคชั่นนอล มีเดีย รีวิวส์ ออนไลน์

filmpic-03.jpg

ร้อยละ 50 ประชากรโลกอาศัยอยู่ในเมือง และจะเพิ่มเป็นร้อยละ 80 ภายในปี 2050 ทุกวันนี้เราเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการที่กำลังการผลิตน้ำมันโลกมาถึงขีดสุด สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ความโดดเดี่ยว และปัญหาร้ายแรงด้านสุขภาพ ซึ่งล้วนเกิดจากวิถีชีวิตของมนุษย์ แต่สิ่งเหล่านี้เกิดจากอะไร? ญาน เกฮ์ล สถาปนิกชาวเดนมาร์ก ศึกษาพฤติกรรมมนุษย์ที่อาศัยอยู่ในเมืองมากว่า 40 ปี เขาเฝ้าบันทึกวิธีการที่เมืองสมัยใหม่จำกัดการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ และเสนอแนวคิดในการสร้างเมืองที่ให้ความสำคัญกับความต้องการของมนุษย์เรื่องการได้รับการยอมรับทางสังคมและการได้ใกล้ชิดสนิทสนมกัน The Human Scale ตั้งคำถามต่อสมมติฐานที่มีต่อความสมัยใหม่ โดยพยายามหาคำตอบว่าจะเกิดอะไรขึ้น หากเราให้มนุษย์เป็นแกนกลางของความสมดุล

ผู้กำกับ: อันเดรียส ดัลส์การ์ด
หัวข้อ: สถาปัตยกรรม, การวางผังเมือง
ตัวอย่างภาพยนตร์

4. Tema Hima: Time, Work and Life in Tohoku, North East Japan
“การออกแบบอย่างไม่เร่งรีบ: เรื่องราวเกี่ยวกับข้าวของในชีวิตประจำวันที่ทำให้เราต้องคิดทบทวนเกี่ยวกับวิถีชีวิตของเรา” – นิตยสารเจแปน ไทมส์

filmpic-04.jpg

ในเดือนเมษายน ปี 2012 ทาคุ ซาโต้ และนาโอโตะ ฟุกาซาว่า สองนักออกแบบแถวหน้าของญี่ปุ่น ร่วมกันจัดนิทรรศการ “Tema Hima: The Art of Living in Tohoku” ขึ้นที่พิพิธภัณฑ์ 21_21 Design Sight ใจกลางกรุงโตเกียว โดยจัดแสดงงานฝีมือจำนวน 100 ชิ้นของภูมิภาคโทโฮคุ ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแผ่นดินไหวในเดือนมีนาคม ปี 2011 ยู ยามานากะ และทอม วินเซนต์ สองผู้ผลิตภาพยนตร์ได้ผลิตภาพยนตร์สารคดีเรื่อง " Tema Hima: Time, Work and Life in Tohoku, North East Japan"  ซึ่งประกอบด้วยภาพยนตร์ขนาดสั้น 7 เรื่อง เพื่อจัดฉายในนิทรรศการดังกล่าว โดยถ่ายทอดให้เห็นถึงหัตถศิลป์รูปแบบดั้งเดิมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของญี่ปุ่น ที่ไม่เพียงแต่รอดพ้นจากภัยพิบัติ หากแต่ยังยืนหยัดท่ามกลางกาลเวลาที่แสนยาวนาน

ผู้กำกับ: ทอม วินเซนต์, ยู ยามานากะ
หัวข้อ: หัตถศิลป์,  โทโฮคุ, ญี่ปุ่น
ตัวอย่างภาพยนตร์

5. Dior and I
“เป็นภาพยนตร์สารคดีที่นำเสนอข้อมูลเชิงลึก อันน่าเหลือเชื่อเกี่ยวกับบุคคลสำคัญแห่งวงการแฟชั่น และควรอยู่ในอันดับหนึ่งของรายชื่อภาพยนตร์ที่ควรชม” – นิตยสารโวค สหราชอาณาจักร

filmpic-05.jpg

Dior and I นำผู้ชมเข้าสู่โลกแห่งห้องเสื้อคริสเตียน ดิออร์ โดยพาไปชมเบื้องหลังสุดพิเศษของการสร้างสรรค์โอต์ กูตูร์ คอลเลคชั่นแรกของราฟ ซิมงส์ ผู้กำกับศิลป์คนใหม่ของห้องเสื้อนี้ คอลเลกชั่นโอต์ กูตูร์ของราฟ ซิมงส์เป็นผลงานแห่งความรัก อันถือกำเนิดจากกลุ่มคนที่อุทิศตนให้กับแฟชั่นอย่างแท้จริง ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เพียงแต่หลอมรวมแง่มุมต่างๆ ของงานแฟชั่นที่เต็มไปด้วยแรงกดดันในแต่ละวัน เข้ากับเสียงสะท้อนอันลึกลับจากอดีตของห้องเสื้ออันโด่งดังแห่งนี้ หากยังเป็นการแสดงความเคารพต่อบรรดาช่างเย็บผ้าที่ทำหน้าที่ภายใต้วิสัยทัศน์ของราฟ ซิมงส์ด้วย

ผู้กำกับ: เฟรเดริค เช็ง
หัวข้อ: การออกแบบด้านแฟชั่น
ตัวอย่างภาพยนตร์

6. Print the Legend
“Print the Legend เป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ของผู้ประดิษฐ์เครื่องพิมพ์แบบสามมิติ” – หนังสือพิมพ์แอลเอ ไทมส์

filmpic-06.jpg

การพิมพ์แบบสามมิติ ตั้งแต่การพิมพ์แบบปืนและอวัยวะมนุษย์ ไปจนถึงการทดแทนโครงสร้างพื้นฐานทางอุตสาหกรรมด้วยการผลิตสินค้าที่บ้าน กำลังเปลี่ยนแปลงโลกไปถึงขั้นที่เรียกได้ว่าเป็น  “การปฏิวัติทางอุตสาหกรรมครั้งใหม่” Print the Legend ทำสิ่งที่ยังไม่มีภาพยนตร์สารคดีเรื่องไหนทำมาก่อน ซึ่งก็คือการสัมภาษณ์บรรดาผู้ที่ให้กำเนิดอุตสาหกรรมดังกล่าว รวมทั้งเล่าถึงเทคโนโลยีการพิมพ์แบบสามมิติในยุค ‘แม็คอินทอช’ และถ่ายทอดเรื่องราวอันน่าสนใจเกี่ยวกับปัจจัยที่จะช่วยพาเราไปสู่ความฝันแบบอเมริกัน ไม่ว่าคุณจะอยู่ในวงการใดก็ตาม

ผู้กำกับ: หลุยส์ โลเปซ, เจ. เคลย์ ทวีล
หัวข้อ: การพิมพ์แบบสามมิติ, การทำธุรกิจ, ทรัพย์สินทางปัญญา
ตัวอย่างภาพยนตร์


7. The Naked Brand
“The Naked Brand ผลักดันให้แบรนด์ต่างๆ กลายเป็นพลเมืองดี” – เว็บไซต์แอดเอจ

filmpic-07.jpg

The Naked Brand นำเสนอวิธีการที่บริษัทขนาดใหญ่สามารถทำเพื่อช่วยรักษาโลกใบนี้จากความพยายามขั้นเล็กๆ ทีละขั้น บริษัทขนาดใหญ่มีอิทธิพลอย่างมากต่อโลกที่เราอาศัยอยู่ จึงทำให้พวกเขาสร้างมลพิษได้อย่างมีอิสระ สมคบคิดกัน ปฏิบัติกับผู้บริโภคอย่างไม่ซื่อตรง และให้ข้อมูลผิดๆ แก่เรา แต่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้บริษัทเหล่านี้ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อทุกคน ไม่ใช่ต่อผู้ถือหุ้นเท่านั้น เนื่องจากทุกวันนี้ผู้คนสามารถศึกษาเกี่ยวกับข้อเท็จจริงของผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ และจริยธรรมของผู้ผลิตได้ตลอดเวลา แบรนด์ยักษ์ใหญ่ทั้งหลายจึงรู้ตัวว่าการมีภาพลักษณ์ที่ดีนั้นไม่เพียงพออีกต่อไป ถึงเวลาแล้วที่พวกเขาต้องเป็นบริษัทที่มีคุณภาพเยี่ยมจริงๆ

ผู้กำกับ: เจฟ โรเซนบลูม, เฉิง-ลี หวง
หัวข้อ: การโฆษณา, การสร้างแบรนด์, การออกแบบประสบการณ์
ตัวอย่างภาพยนตร์

8. Maker
“ทรงอิทธิพลอย่างไม่น่าเชื่อ! คุณจะได้เห็นถึงความรักและความหลงใหลที่เหล่าเมคเกอร์มีต่อสิ่งที่พวกเขาทำได้อย่างชัดเจน” – นาวิ ราดโจ, นิตยสารฮาร์เวิร์ด บิซิเนส รีวิว

filmpic-08.jpg

ความเคลื่อนไหวของเหล่าเมคเกอร์ในอเมริกา เป็นคลื่นแห่งความสร้างสรรค์ลูกใหม่ที่แตกแขนงออกมาจากแนวคิด ‘ทำด้วยตัวเอง’และ ‘ทำไปด้วยกัน’ โดยมีความหลงใหลในสิ่งที่ทำและเทคโนโลยีใหม่ๆ เป็นแรงผลักดัน Maker เจาะลึกประเด็นเรื่องระบบนิเวศของการออกแบบและการผลิต โดยจับตามองวิธีการที่คนกลุ่มนี้เลิกใช้วิธีผลิตสินค้าแบบเดิมๆ รวมไปถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยุคถัดไปในยุคอินเตอร์เน็ต โดยมีพื้นฐานอยู่บนหลักการใหม่ๆ ด้านการผลิตในท้องถิ่น การระดมทุนสาธารณะ การผลิตด้วยระบบดิจิทัล และโอเพ่นซอร์ส

ผู้กำกับ: มู-มิง ไซ
หัวข้อ: งานฝีมือ, วัฒนธรรม DIY, การทำธุรกิจ
ตัวอย่างภาพยนตร์

9. Tadao Ando: From Emptiness to Infinity
“Tadao Ando: From Emptiness to Infinity บอกเล่าเรื่องราวของทาดาโอะ อันโด สถาปนิกและผลงานของเขาได้อย่างมีศิลป์และครบถ้วนทุกแง่มุม ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความสมดุลอย่างพอเหมาะ ซึ่งไม่ทำให้เป็นสารคดีที่มีการสรรเสริญจนเกินจริง และก็ไม่ได้เป็นการบรรยายที่จืดชืดน่าเบื่อ” – เว็บไซต์อินดีไซน์ ไลฟ์ สิงคโปร์

filmpic-09.jpg

ทาดาโอะ อันโด เจ้าของสมญานาม ‘ปรมาจารย์ด้านมินิมัลลิสม์ของญี่ปุ่น’ และ ‘บิดาแห่งแนวคิดสถาปัตยกรรมไฮกุ’ คือหนึ่งในสถาปนิกที่ได้รับความนับถือมากที่สุดในปัจจุบัน เรื่องราวและชีวประวัติของเขาน่าทึ่งพอๆ กับผลงานอันโด่งดังของเขา ตั้งแต่สมัยเป็นนักมวย จนถึงช่วงที่ผันตัวเป็นสถาปนิกจากการเรียนรู้ด้วยตนเอง Tadao Ando: From Emptiness to Infinity ประกอบด้วยบทสัมภาษณ์และการติดตามการทำงานของสถาปนิกผู้ชนะรางวัลพริตซ์เกอร์ท่านนี้ เพื่อให้ผู้ชมเข้าใจถึงที่มาของแรงบันดาลใจซึ่งขับเคลื่อนตัวเขา และผลงานสถาปัตกรรมอันก้องโลกที่เขาสร้างขึ้น ผู้ชมจะได้รับชมแก่นของแนวคิดด้านสถาปัตยกรรมของทาดาโอะอย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นที่มาของแรงจูงใจอันสำคัญยิ่งในการสร้างความปิติยินดีให้แก่คนด้วยงานสถาปัตยกรรม

ผู้กำกับ: มาเธียส ฟริคก์
หัวข้อ: สถาปัตยกรรม วัฒนธรรมญี่ปุ่น
ตัวอย่างภาพยนตร์

10. Hand Made with Love in France
“เป็นการจับตามองเหล่าพ่อมดแห่งวงการแฟชั่นฝรั่งเศส” –นิตยสารสไตล์

filmpic-10.jpg

Hand Made with Love in France เชิดชูศิลปินแห่งแวดวงโอต์ กูตูร์ของปารีส อย่างชาแนล คริสเตียน ดิออร์ และอีฟส์ แซ็งต์ โลร็องต์ รวมทั้งยังเสนอมุมมองอันน่าคิดเกี่ยวกับอนาคตที่ไม่แน่นอนของบรรดาศิลปินมากความสามารถกลุ่มเล็กๆ กลุ่มนี้ ภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้เล่าถึงศิลปินสามคนคือ เจราด์ โลญง ผู้เชี่ยวชาญด้านการประดิษฐ์จีบพับด้วยมือ บรูโน เลอเชอรงผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบดอกไม้และขนนกประดิษฐ์ และลอเรนโซ เร ซึ่งเป็นหนึ่งในสามช่างทำหุ่นสำหรับออกแบบหมวกที่ยังหลงเหลืออยู่ ในโลกที่เวลาเป็นสิ่งสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่ได้รับความนิยมกลายเป็นของล้าสมัยภายในไม่กี่นาที งานฝีมืออันประณีตบรรจงต้องเผชิญกับความนิยมที่เสื่อมถอยลง แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับศิลปะแห่งโอต์ กูตูร์ ซึ่งเวลาในการสร้างสรรค์ผลงานยังคงเป็นสิ่งจำเป็น

ผู้กำกับ: จูลีย์ จอร์จีย์ แบร์นาด์
หัวข้อ: การออกแบบแฟชั่น, งานฝีมือ, การออกแบบเสื้อผ้า
ตัวอย่างภาพยนตร์

สอบถามข้อมูลได้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ TCDC โทร. 02 664 8448 ต่อ 213, 214 (ปิดวันจันทร์)

« Back to Result