Articles

« Back to Result | List

3 มิติเปลี่ยนโลก ตอนที่ 1

ในยุคที่เทคโนโลยี 3 มิติมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดนวัตกรรมทั้งผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ อย่างหลากหลาย อาทิ ภาพยนตร์ โทรทัศน์ โทรศัพท์มือถือ แมกกาซีน หรือแม้กระทั่งเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่ปัจจุบันไม่ได้เพียงแค่พิมพ์กระดาษเท่านั้น แต่เทคโนโลยีก้าวไปจนถึงขั้นพิมพ์บ้านทั้งหลังกันแล้ว!

“หากสังเกตสิ่งรอบตัวแล้วจะเห็นว่า สิ่งของต่างๆ รอบตัวเราไม่ว่าจะเป็นปากกา รองเท้า ล้วนเป็นสิ่งที่หล่อขึ้นมาเป็นรูปร่างโดยอัติโนมัติ เหตุผลที่เราไม่มีบ้านที่สร้างโดยอัตโนมัตินั้น ก็เพราะว่าเรายังขาดเครื่องพิมพ์ที่ขนาดใหญ่พอนั่นเอง” Behrokh Khoshnevis ผู้อำนวยการศูนย์ Center for Rapid Automated Fabrication Technologies (CRAFT) แห่งมหาวิทยาลัย Southern California กล่าว

Behrokh คือต้นคิดไอเดีย “Contour Crafting” ซึ่งวิธีการทำงานอาจอธิบายได้แบบคร่าวๆ โดยขอให้คุณลองนึกภาพปริ้นเตอร์ไซส์ยักษ์ ที่มีคอนกรีตไหลออกมาแทนที่จะเป็นหมึก และคอนกรีตเหล่านี้ถูกพิมพ์ออกมาเรื่อยๆ จากเส้น 2 มิติ กลายเป็นเส้น 3 มิติ และกลายเป็นกำแพงไปในที่สุด ด้วยขีดความสามารถที่พัฒนาให้สูงขึ้น ปริ้นเตอร์สามมิตินี้สามารถพิมพ์กำแพง 1 ตารางฟุตได้ในเวลาเพียง 20 วินาที และสร้างบ้านสองชั้น เนื้อที่ 2,000 ฟุต ได้ใน 1 วัน นอกจากนี้ยังสามารถสร้างบ้านได้หลายรูปแบบ พร้อมทั้งทำสายไฟ ท่อน้ำ ท่อแอร์ ไปพร้อมกันได้อีกด้วย โดยไม่ต้องใช้แรงงานจำนวนมาก เพียงเชื่อมแปลนบ้านในรูปไฟล์ดิจิตัลเข้ากับเครื่องพิมพ์แล้วสั่งให้เครื่องปริ้นเตอร์ทำงานไป

เทคโนโลยีที่ปรับเปลี่ยนได้ของ “Contour Crafting” ทำให้เราสามารถใช้วัสดุที่มีอยู่ในแต่ละพื้นที่ในการก่อสร้าง จึงช่วยประหยัดวัสดุและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งได้มาก ทั้งยังช่วยลดค่าแรงงานและความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการก่อสร้างอีกด้วย

เป็นเรื่องน่ายินดีที่ทีมออกแบบตั้งใจนำเทคโนโลยีนี้ไปช่วยสร้างที่อยู่อาศัยให้กับคนยากจนตามชุมชนแออัดทั่วโลก ซึ่งมีอยู่ถึงกว่าพันล้านคน ตามข้อมูลของโครงการพัฒนาการตั้งถิ่นฐานมนุษย์ของสหประชาชาติ คนเหล่านี้ต้องอาศัยอยู่ในบ้านที่ทำมาจากไม้อัดหรือกล่องลัง ซึ่งไม่สามารถปกป้องพวกเขาได้เลยจากความชื้น ความเหน็บหนาว หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติ เราหวังว่านวัตกรรมเครื่องพิมพ์บ้านนี้จะเป็นทางออกที่ดีสำหรับชุมชนแออัดทั่วโลก

ที่มาจาก www.archdaily.comwww.unhabitat.org


« Back to Result

  • Published Date: 2012-10-02
  • Resource: www.tcdc.or.th