Creative Knowledge

« Back to Result | List

Mononome ตาวิเศษแห่งโลกดิจิทัล

ความเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์นวัตกรรมและการออกแบบสินค้าใหม่ๆ ของประเทศญี่ปุ่นนั้นไม่เคยทำให้ตลาดโลกผิดหวัง เช่นเดียวกับที่งาน Tokyo Designers Week เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม – 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้จัดแสดงต้นแบบผลิตภัณฑ์และสินค้าดีไซน์สุดล้ำมากมายละลานตา

หนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ที่ดึงดูดสายตาและเป็นที่สนใจของผู้เยี่ยมชมมากที่สุด เป็นวัตถุสีขาวทรงรีขนาดประมาณฝ่ามือที่มีจอ LED เป็นรูปดวงตา 1 คู่ ชื่อว่า  Mononome (โมโนะโนะเมะ ในภาษาญี่ปุ่น แปลว่า ดวงตาของสรรพสิ่ง) ซึ่งดูเผินๆ ก็เหมือนของเล่นทั่วไป แต่เจ้าดวงตาดิจิทัลนี้มีความสามารถกว่าที่หลายคนคิด

Mononome.jpg
 
Mononome คือแก็ดเจ็ทประเภท Neurowear หรืออุปกรณ์ที่สั่งการด้วยคลื่นสมองมนุษย์และสามารถตอบสนองกับปฏิกิริยาทางกายภาพของมนุษย์ได้ แต่พิเศษกว่านูโรแวร์ทั่วไปตรงที่ไม่ได้รับคำสั่งการจากคลื่นสมองของผู้ใช้เพียงอย่างเดียว แต่สามารถทำให้วัตถุรอบตัวเราสามารถอ่านค่าความคิดของเราได้เช่นกัน โดยด้านหลังของดวงตาที่ว่านี้จะสามารถยึดติดเข้ากับวัตถุราบได้ทุกชนิด พร้อมมีระบบเซ็นเซอร์เพื่อบันทึกว่าเรามีปฏิสัมพันธ์กับวัตถุนั้นๆ บ่อยครั้งเพียงใด และเชื่อมต่อระบบเข้ากับสมาร์ทโฟน เพื่อที่จะโต้ตอบกับผู้ใช้ได้ราวกับวัตถุนั้นๆ มีชีวิตขึ้นมาเลยทีเดียว เช่น หากคุณติด Mononome ไว้บนขวดโหลใส่ลูกอม แล้วซิงค์ข้อมูลเข้ากับสมาร์ทโฟน เมื่อคุณหยิบลูกอมหลายๆ ครั้ง ที่หน้าจอจะขึ้นตัวอักษรคำว่า “No” พร้อมกับระบบสั่นเตือน เหมาะสำหรับใช้เตือนเด็กๆ ไม่ให้ทานลูกอมมากเกินไปจนฟันผุ

mononome_jar.jpg
 
หรือหากคุณนำมันไปติดไว้บนเครื่องดูดฝุ่น มันก็จะสามารถช่วยเตือนคุณได้ หากคุณไม่ได้ทำความสะอาดบ้านเลย หรือมันอาจบอกอุณหภูมิได้หากคุณติดมันไว้ที่ตู้เย็น หรือแม้แต่นำไปติดบนเฟอร์นิเจอร์อย่างเก้าอี้ หากไม่มีคนมานั่งเลยเป็นเวลานาน หน้าจอของเจ้า Mononome ก็จะแสดงแววตาสื่ออารมณ์เศร้าสร้อยออกมาเรียกร้องความสนใจได้อย่างน่ารักน่าชัง

อย่างไรก็ตาม เจ้าดวงตาอัจฉริยะที่นำมาจัดแสดงในเทศกาลงานออกแบบนี้ยังคงเป็นเพียงต้นแบบเท่านั้น โดยในอนาคตทางทีมผู้ผลิตวางแผนจะลดขนาดให้เล็กกะทัดรัด ซึ่งแน่นอนว่าต้องประหยัดพลังงาน และราคาไม่แพงด้วย ตามแนวคิดหลักของสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ นั่นคือ การใช้ชีวิตท่ามกลางโลกแห่งเทคโนโลยีโดยใส่ใจสิ่งต่างๆ รอบตัวให้มากขึ้นและมีความสุขกับการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมีอารมณ์ขันนั่นเอง



ข้อมูลและภาพจาก: neurowear.com, en.rocketnews24.com

« Back to Result

  • Published Date: 2014-11-25
  • Resource: www.tcdc.co.th