Articles

« Back to Result | List

“รถเข็นและจักรยานยุคใหม่” การออกแบบเพื่อตอบโจทย์เศรษฐกิจ-สังคม-สิ่งแวดล้อม

เรื่อง: ชัชรพล เพ็ญโฉม

bi1.jpg

ถ้าจะให้ออกแบบรถเข็นข้างถนนเสียใหม่โดยมีการเพิ่มฟังก์ชั่น ความงาม ความสะอาด ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ฯลฯ งานนี้อาจไม่ได้รับความสนใจจากนักออกแบบมากนัก เนื่องจากรถเข็นที่ใช้งานกันอยู่ทุกวันนี้มันก็ดูโอเคอยู่แล้ว อีกทั้งยังฟังดูไม่คุ้มค่าทั้งด้านเงินทุนและเวลา แต่เมื่อพิจารณามูลค่าการบริโภคอาหารจากผู้ค้าขายประเภทหาบเร่แผงลอย (รวมถึงอาหารจากรถเข็น) เฉพาะในเขต กรุงเทพมหานครที่มีมูลค่าถึงวันละ 150 ล้านบาท หรือ 54,750 ล้านบาทต่อปีแล้วนั้น บางที ตัวเลขหลักนี้อาจทำให้นักออกแบบหลายคนเปลี่ยนใจ

แม้ว่ารถเข็นที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันจะเป็นที่พึงพอใจของพ่อค้าแม่ขายโดยรวม แต่จากผลการสำรวจของเอแบคโพลที่สอบถามผู้ใช้รถเข็นขายอาหารในเขต กทม. พบว่า หากเป็นไปได้ บรรดาพ่อค้าแม่ขายต่างก็ต้องการให้ร้านอาหารเคลื่อนที่ของตนสามารถบรรจุและเก็บของได้มากขึ้น อยากให้ตัวรถมีน้ำหนักเบากว่าเดิม สามารถกันแดดกันฝนได้ดีขึ้น รวมทั้งมีระบบการเก็บล้างภาชนะที่มีประสิทธิภาพกว่าทุกวันนี้

ในต่างประเทศนั้น รถเข็นได้มีพัฒนาการออกไปในรูปแบบต่างๆ กัน โดยมักเพิ่มฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมและการใช้งานที่ยั่งยืนขึ้นเข้าไป ตัวอย่างนี้เคยถูกจัดแสดงในนิทรรศการ City Eco Lab ณ เมือง Saint-Etienne ประเทศฝรั่งเศส เริ่มจาก "3S"

รถเข็นติดเครื่องเสียงที่ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ โดยมีแผงโซล่าร์เซลหรือแบตเตอรี่ที่ชาร์จไฟจากพลังงานแสงอาทิตย์เป็นแหล่งกำเนิดพลังงาน รถเข็นติดเครื่องเสียงนี้มีประโยชน์อย่างมากกับงานอีเว้นท์ต่างๆ โดยผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนตัวเครื่องเสียงได้ตามความต้องการ

bi2.jpg

หากเมืองไทยมีผู้คิดประดิษฐ์รถเข็นพลังแสงอาทิตย์ขึ้นแทนการใช้เตาแก๊ส เชื่อว่าในระยะยาว คงจะช่วยลดต้นทุนการประกอบอาหารของพ่อค้าแม่ขายได้มาก รวมทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

พาหนะคันต่อมาคือ "La poste" รถไฟฟ้า 4 ล้อรุ่นนี้ทำงานส่งไปรษณียภัณฑ์ในประเทศฝรั่งเศสกว่า 3 หมื่นล้านชิ้นต่อปี สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ราวปีละ 6,000 ตัน ด้วยการออกแบบที่เอื้อต่อการลัดเลาะในตรอกซอกซอย ทำให้ La Poste เหมาะสมกับการใช้งานภายในเมือง สามารถรับน้ำหนักได้ 150 กิโลกรัม (คิดเป็นน้ำหนักจดหมาย 45 กิโลกรัม) และช่วยทุ่นแรงในการถีบได้ถึง 70% หากราคาต่อคันไม่สูงจนเกินไป ดูแล้วน่าจะมีศักยภาพเข้ามาแทนที่รถมอเตอร์ไซค์ขายกับข้าว ผลไม้แช่เย็น และของปิ้งทอดในเมืองไทยได้บ้างเหมือนกัน

สุดท้ายเป็นรถจักรยานแบบต่างๆ ที่มาพร้อมกับถังเก็บของขนาดใหญ่ ออกแบบมาเพื่อให้จุของได้จำนวนมาก ดูดีไซน์แล้วอาจไม่ต่างจากรถจักรยานขายของของไทยเรามากนัก แต่ไอเดียการติดตั้งถังเก็บของขนาดใหญ่พวกนี้ก็น่าจะเป็นประโยชน์ต่อพ่อค้าแม่ขายได้ไม่น้อย

ในเมืองไทยเองนั้น รถเข็นก็มีวิวัฒนาการก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยราวปี พ.ศ. 2547 ได้มีการประดิษฐ์รถเข็นที่มีล้อต่างระดับกัน เพื่อตอบสนองการใช้งานบนผิวถนนที่ลาดชันหรือไม่เรียบเสมอกัน สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องการหก-กระฉอก ของอาหารที่วางบนรถเข็นได้ (http://topicstock.pantip.com/wahkor/topicstock/X3011483/X3011483.html) โดยในปัจจุบัน คุณสมภพ ผู้ประดิษฐ์ได้นำไปจดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว (http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sompop&group=2)

ประเด็นที่น่าสนใจ คือ หากธุรกิจอาหารหาบเร่หรืออาหารรถเข็น (ซึ่งมีเงินสดสะพัดถึงวันละ 150 ล้านบาทนั้น) มีซัพพลายเออร์ที่สามารถจัดหาอุปกรณ์หรือเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยลดต้นทุนทั้งด้านการเงิน และสิ่งแวดล้อม รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตของพ่อค้าแม่ค้าให้ดีขึ้นได้ เชื่อว่าจะเป็นอีกหนทางหนึ่งที่ผลักดัน "ผู้ประกอบการข้างถนน" เหล่านี้ให้ก้าวสู่ฐานะ SME ที่มีศักยภาพได้ในวันหน้า

เรื่องและเครดิตภาพจาก:
http://www.designboom.com/weblog/cat/8/view/4582/saint-etienne-biennale-08-sustainable-mobility-at-city-eco-lab.html
http://topicstock.pantip.com/wahkor/topicstock/X3445657/X3445657.html
http://topicstock.pantip.com/wahkor/topicstock/X3011483/X3011483.html

« Back to Result

  • Published Date: 2009-06-05
  • Resource: www.tcdcconnect.com