Creative Knowledge

« Back to Result | List

REBORN WARSAW

warsaw2.jpg
© mcgill.ca

"ผมเป็นคนธรรมดาตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่ไม่มีความสำคัญ ภารกิจของผมต่างหากที่สำคัญ” คือคำกล่าวของยาน คาร์สกี (Jan Karski) วีรบุรุษชาวโปลิชผู้เสี่ยงชีวิตช่วยเหลือชาวยิวในโปแลนด์จากค่ายกักกันนาซีในกรุงวอร์ซอ นอกจากเรื่องของการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในยามทุกข์ยากแล้ว ในอีกแง่หนึ่ง ประโยคนี้ก็สะท้อนถึงเรื่องราวของชาวเมืองในกรุงวอร์ซอ (Warsaw) เมืองหลวงของโปแลนด์ที่ได้รับความเสียหายกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้เป็นอย่างดี เพราะไม่ว่าปัจจุบันและอนาคตจะดำเนินไปอย่างไร เรื่องราวของยาน คาร์สกีและชาวเมืองวอร์ซอก็จะย้ำเตือนให้เราได้เข้าใจว่าการเป็นใครก็ไม่สำคัญไปกว่าการได้ทำอะไรเพื่อใคร และนี่คือเรื่องราวของชาววอร์ซอในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กับสิ่งที่พวกเขาตัดสินใจทำเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ไปด้วยกัน

Loser's Victory
เกือบฟ้าสางในคืนที่เงียบสงบ ไม่มีใครคาดคิดว่าจะถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงระเบิดและกองกำลังที่บุกรุกเข้ามาแบบไม่ให้ทันได้ตั้งตัวจากการโจมตีแบบสายฟ้าแลบ (Blitzkrieg) ของกองทัพนาซี เมื่อแสงแรกของวันที่ 1 กันยายน ค.ศ. 1939 มาถึง ภาพแรกที่ปรากฏ ณ กรุงวอร์ซอ เมืองหลวงอันเป็นที่รักของชาวโปแลนด์ก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เมื่อทั้งเมืองพังราบเหลือไว้เพียงเศษซากอาคารและร่างของบุคคลผู้เป็นที่รักที่จากไป ไม่กี่สัปดาห์ต่อมา สหภาพโซเวียตก็บุกเข้ามารุกรานโปแลนด์อีกครั้ง และทำให้ชาวโปแลนด์ต้องพบเจอกับประสบการณ์ที่เจ็บปวดมากที่สุดจากการสูญเสียคนในครอบครัว การถูกเนรเทศออกนอกประเทศ และการต้องอาศัยอยู่ในค่ายกักกันที่ทรมานจนเราไม่อาจนึกภาพตามได้
  
ความย้อนแย้งที่น่าเจ็บปวดก็คือ แม้โปแลนด์จะได้ชื่อว่าเป็นประเทศผู้ชนะในสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ชัยชนะนี้กลับแลกมาด้วยความสูญเสียที่ยากจะประเมิน เพราะกว่าหลายล้านชีวิตที่ถูกพลัดพรากและหลายร้อยโบราณสถานที่ถูกทำลาย คือสิ่งที่เหลือไว้หลังสงครามที่สิ้นสุดลงในปี 1945 และภายใต้การเป็นรัฐบริวารที่เป็นคอมมิวนิสต์ของสหภาพโซเวียตในรูปแบบประเทศที่เป็นสาธารณรัฐประชาชน (People's Republic of Poland) รัฐบาลในสมัยหลังสงครามของโปแลนด์จึงได้ตัดสินใจฟื้นฟูวอร์ซอที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างให้เมืองหลวงแห่งนี้เป็นเมืองแห่งเกียรติยศของชาติ (National Honour) เสมือนโปแลนด์ในยุคทองที่เคยรุ่งเรืองสูงสุดในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 16 ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในประเทศที่มั่งคั่งและมีอำนาจมากที่สุดในยุโรป แต่ความท้าทายของคณะฟื้นฟูเมืองวอร์ซอที่ต้องเผชิญก็คือ พวกเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าบ้านเมืองในสมัยยุคทองของโปแลนด์มีหน้าตาเป็นอย่างไร

Artist is the Hero  
ในปี 1768 จิตรกรชาวอิตาลีนามว่าแบร์นาร์โด เบลล็อตโต (Bernardo Bellotto) ศิลปินเลื่องชื่อผู้หลงใหลในการวาดภาพทิวทัศน์เมืองที่เหมือนราวกับภาพถ่ายคนสำคัญของโลก ได้เดินทางมาถึงกรุงวอร์ซอเพื่อวาดภาพให้กับกษัตริย์แห่งโปแลนด์องค์สุดท้ายในยุคสมัยที่โปแลนด์ยังคงความรุ่งเรือง การเดินทางมาถึงโปแลนด์ในครั้งนั้นของเบลล็อตโต เขาได้วาดภาพพาโนรามาของวอร์ซอเก็บไว้กว่า 20 ภาพ และคงไม่ได้คาดคิดว่าอีกกว่า 170 ปีต่อมา ผลงานคอลเล็กชั่นชุดนี้จะกลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญสำหรับผู้คนรุ่นหลัง

และอาจเรียกได้ว่ายังมีความโชคดีอยู่ในความโชคร้าย เพราะคอลเล็กชั่นภาพวาดกรุงวอร์ซอของเบลล็อตโตได้เคยถูกเยอรมนียึดเอาไปจากโปแลนด์ในช่วงสงครามตั้งแต่ปี 1940 ซึ่งถูกนำไปแอบซ่อนไว้หลายที่ แต่เมื่อสงครามสิ้นสุดลง ศิลปะชุดนี้ก็ถูกค้นพบอีกครั้งที่ Munich Central Collecting Point และท้ายที่สุด โปแลนด์ก็สามารถเรียกร้องให้นำกลับคืนมายังประเทศของตนได้ในปี 1946 แบบไร้รอยขีดข่วน ต่อมาศิลปะที่เหลือรอดมาจากสงครามชุดนี้จึงได้เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่คณะฟื้นฟูวอร์ซอนำมาใช้อ้างอิงเพื่อเป็นต้นแบบในการสร้างเมืองใหม่ให้ยิ่งใหญ่เหมือนยุครุ่งโรจน์ของโปแลนด์ในอดีตนั่นเอง

warsaw1.jpg
ภาพวาดภูมิทัศน์โดยรอบของโบสถ์ Church Blessed Sacrament ในกรุงวอร์ซอ ปี 1778 โดยเบลล็อตโต

warsaw5.jpg
สภาพโบสถ์ Church Blessed Sacrament หลังถูกทำลายในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

warsaw4.jpg
โบสถ์ Church Blessed Sacrament ที่สร้างขึ้นใหม่จากการดูต้นแบบภาพวาดของเบลล็อตโต

ภาพเคลื่อนไหวในวิดีโอ Rebuilding Warsaw ปี 1950 ได้สะท้อนให้เห็นชาวเมืองวอร์ซอทั้งหญิงและชายที่หากพินิจด้วยเครื่องแต่งกาย ก็น่าจะเดาได้ไม่ยากว่าพวกเขามาจากต่างชนชั้น แต่เรื่องนี้ไม่สำคัญเท่ากับภาพที่พวกเขาทุกคนกำลังช่วยกันเก็บซากอิฐ ขุดดิน และก่อสร้างอาคารใหม่ตามแบบภาพวาดของเบลล็อตโต ซึ่งการร่วมแรงร่วมใจกันสร้างเมืองใหม่ครั้งนี้ยืดยาวไปจนถึงปี 1960 และมีบางพื้นที่ที่ใช้เวลาฟื้นฟูนานกว่านั้น โดยค่าใช้จ่ายในการพัฒนาเมืองวอร์ซอหลังสงครามส่วนใหญ่มาจากเงินบริจาคที่รวบรวมโดยองค์กรที่มีชื่อว่า “Social Fund for the Rebuilding of the Capital (SFOS)” แทบทั้งสิ้น ซึ่งผลลัพธ์จากทุกแรงงานอาสาสมัครและทุกเม็ดเงินบริจาคของประชาชนก็ทำให้กว่า 3,700 ครัวเรือนได้กลับมาอาศัยอยู่ที่บ้านของตัวเองที่กรุงวอร์ซอได้ในปี 1990

warsaw8.jpg 
© beginnersschool.com

ก่อนจะมีกล้องถ่ายภาพที่ช่วยจับช่วงจังหวะชีวิตและสิ่งรอบตัวเราไว้ได้อย่างรวดเร็ว กล้องทาบเงาหรือ Camera Obscura คือต้นกำเนิดของนวัตกรรมกล้องถ่ายภาพ ซึ่งศิลปินและจิตรกรในสมัยศตวรรษที่ 17 -18 นิยมใช้เพื่อช่วยให้มองเห็นรายละเอียดของภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า จนสามารถวาดภาพได้เหมือนและคล้ายคลึงกับของจริงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งชุดภาพวาดเมืองวอร์ซอของเบลล็อตโตก็ใช้เทคนิคนี้เช่นกัน
    
Meet the New Challenge
ภายหลังการแยกตัวออกจากสหภาพโซเวียต การเข้าร่วมกับองค์การนาโต (NATO) และเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรป (EU) ในปี 2004 ทำให้เศรษฐกิจโดยรวมของโปแลนด์ดีขึ้นเป็นลำดับ โดยโปแลนด์ถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลกได้ไม่ขาดสาย เห็นได้ชัดจากการที่กูเกิล ซัมซุง และสถาบันการเงินระดับโลกอย่างโกลด์แมน ซาคส์ ได้เลือกโปแลนด์ให้เป็นฐานการผลิตและกระจายสินค้าส่งออกไปยังภูมิภาคยุโรป แต่ความท้าทายที่โปแลนด์ต้องเจอในขณะนี้ก็คือ การที่ในแต่ละปีมีคนหนุ่มสาวจำนวนไม่น้อยตัดสินใจออกเดินทางไปทำงานอยู่ตามประเทศต่างๆ ในสหภาพยุโรปถึงกว่าร้อยละ 77.5 เพื่อรับค่าตอบแทนที่สูงกว่าในวอร์ซอหรือในโปแลนด์

ในทางกลับกัน เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมายังมีหนุ่มสาวในวอร์ซอที่ตื่นตัวและเริ่มลงมือสร้างธุรกิจของตัวเอง จากการเล็งเห็นถึงข้อดีในด้านยุทธศาสตร์ที่วอร์ซอตั้งอยู่บริเวณศูนย์กลางของทวีปยุโรปและแวดล้อมไปด้วยเพื่อนบ้านเปี่ยมศักยภาพ ค่าแรงของที่นี่ยังถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในสหภาพยุโรป แถมเป็นเมืองที่มีมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างๆ มากมายรายล้อม สตาร์ทอัพและธุรกิจขนาดเล็กเกือบร้อยละ 30 ในโปแลนด์จึงกระจุกตัวอยู่ในกรุงวอร์ซอแห่งนี้ และนี่คือตัวอย่างของธุรกิจสตาร์ทอัพสัญชาติโปแลนด์ที่ประสบความสำเร็จในระดับโลกและน่าจับตามอง

migam

- Migam กิจการเพื่อสังคมในรูปแบบแอพพลิเคชั่นแปลภาษามือออนไลน์เพื่อการติดต่อสื่อสารกับลูกคาผู้บกพร่องทางการได้ยิน ซึ่ง Migam ยังได้พัฒนาพจนานุกรมภาษามือเพื่อให้บุคคลทั่วไปที่สนใจภาษามือได้ดาวน์โหลดไปศึกษาและเรียนรู้ โดยเมื่อปีที่ผ่านมา Migam ก็ได้รับรางวัลชนะเลิศ “Best Mobile App” ในเวทีการประกวดกิจการเพื่อสังคมระดับโลกอย่าง Chivas Regal’s The Venture อีกด้วย

warsaw6.jpg
Advanced Cinema Robotic Systems

- Advanced Cinema Robotic Systems บริษัทผู้คิดค้นเทคโนโลยีไฮเทคและนวัตกรรมใหม่ในการประดิษฐ์เครื่องมือต่างๆ เพื่อช่วยให้การถ่ายทำภาพยนตร์เป็นเรื่องง่ายขึ้น ซึ่งในตอนแรกโปรเจ็กต์นี้ได้รับเงินสนับสนุนจาก Kickstarter มากกว่า 300,000 เหรียญสหรัฐฯ

- DocPlanner แพลตฟอร์มบริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพออนไลน์โดยผู้เชี่ยวชาญที่ให้บริการครอบคลุมกว่า 24 ประเทศทั่วโลก และมียอดการเข้าใช้บริการมากกว่า 340,000 รายต่อเดือน

warsaw3.jpg

- Brand24 เครื่องมือมอนิเตอร์สำหรับแบรนด์ต่างๆ เพื่อดูว่าในโลกออนไลน์มีผู้คนพูดถึงแบรนด์ๆ นั้นอย่างไรในโซเชียลมีเดียต่างๆ โดยขณะนี้มีแบรนด์ทั่วโลกใช้งาน Brand24 มากกว่า 100,0000 ราย ซึ่งแบรนด์ระดับโลกอย่าง Intel, H&M, IKEA, VICHY ฯลฯ ต่างก็เป็นลูกค้าของบริษัทสตาร์ทอัพสัญชาติโปแลนด์เจ้านี้

- Brainly แพลตฟอร์มเรียนรู้ออนไลน์ที่ให้ผู้ใช้งานเข้ามาโพสต์คำถามหรือหาคำตอบเรื่องใดก็ได้ภายใต้คำถามในหน้าแรกของเว็บไซต์ที่ว่า “What do you need to know?” ที่ในตอนนี้บริษัทผู้ก่อตั้ง Brainly มีมูลค่าประมาณ 9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

annaeverywhere-com.jpg 
© annaeverywhere.com

The Capital of Cool!
เมื่อต้นปีที่ผ่านมาเว็บไซต์ theculturetrip.com ได้จัดอันดับ 13 เมืองที่กำลังเป็นเป็นที่นิยมมากที่สุดในโลก (The World’s 13 Trendiest Cities) ซึ่งวอร์ซอคือเมืองที่ถูกพูดถึงว่าเจ๋งที่สุดและน่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป เพราะเหล่าแบ็กแพ็กเกอร์ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า วอร์ซอต่างจากเมืองที่พวกเขาจินตนาการไว้มาก บรรยากาศสีเทาๆ ที่พวกเขาคิดว่าจะได้เจอเมื่อเข้าไปเที่ยวในเมืองที่มีเรื่องราวน่าเศร้าในช่วงสงครามโลกนั้นไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เพราะที่นี่เต็มไปด้วยสีสันและเรื่องราวร่วมสมัยที่น่าทึ่ง ตั้งแต่การได้ศึกษาประวัติศาตร์ของการสร้างเมืองใหม่จากผลงานศิลปะในพระราชวัง The Royal Castle การได้เดินชมสวนสีเขียวๆ ที่มีอยู่มากมายในกรุงวอร์ซอ และพลาดไม่ได้กับการลองเข้าไปในห้องสมุดบนสวนลอยฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปของมหาวิทยาลัยวอร์ซอ ส่วนใครที่ชอบศิลปะหรืองานปั้นที่ นี่ก็เต็มไปด้วยสตรีทอาร์ตและประติมากรรมร่วมสมัยที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาจัดแสดงอยู่ไม่ขาด และแปลกขึ้นมาอีกหน่อยกับ Neon Muzeum พิพิธภัณฑ์ที่เก็บสะสมและรวบรวมป้ายไฟนีออนของโปแลนด์ในสมัยสงครามเย็น สัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่า แม้ในขณะที่ประเทศตกอยู่ในเงามืดของอำนาจเผด็จการคอมมิวนิสต์มาหลายทศวรรต แต่แสงไฟเรืองรองจากหลอดนีออนก็ยังคงสว่างไสวสดใสอยู่ได้ ไม่ว่าโปแลนด์จะต้องอยู่ในสถานการณ์ที่มืดสลัวขนาดไหนก็ตาม


Did you know?
- เนื่องจากคนโปแลนด์โดยมากมีนิสัยมัธยัสถ์ ร้อยละ 90 ของบริษัทในโปแลนด์ทั้งธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง สตาร์ทอัพ และธุรกิจครอบครัวส่วนใหญ่ จึงไม่ค่อยพึ่งพาเงินทุนจากภายนอกและไม่นิยมกู้สินเชื่อเพื่อทำธุรกิจ
- แม้สงครามโลกจะสิ้นสุดมานานแล้ว แต่เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาได้มีผู้พบระเบิดจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่มีน้ำหนักรวมกันถึง 500 กิโลกรัมฝังอยู่ในกรุงวอร์ซอ จนต้องทำการอพยพผู้อยู่อาศัยโดยรอบเพื่อทำการเคลื่อนย้ายระเบิดดังกล่าวไปทำลายทิ้ง

เรื่อง: วรรณเพ็ญ บุญเพ็ญ

ที่มา:
บทความ “BERNARDO BELLOTTO AND THE RECONSTRUCTION OF WARSAW” จาก artinsociety.com
บทความ “How postwar Warsaw was rebuilt using 18th century paintings” (เมษายน 2016) จาก theguardian.com
บทความ “How Warsaw Came Close to Never Being Rebuilt” (กุมภาพันธ์ 2015) จาก culture.pl
บทความ "The World’s 13 Trendiest Cities" จาก theculturetrip.com
บทความ “This once dark city is becoming the darling of Europe” (พฤษภาคม 2016) จาก bbc.com
บทความ “Warsaw Startup Ecosystem” (สิงหาคม 2016) จาก startupblink.com
บทความ "Neon Muzeum พิพิธภัณฑ์ป้ายไฟนีออนยุคสงครามเย็นแห่งกรุงวอร์ซอว์" จาก museumsiam.org
บทความ “โปแลนด์…ดินแดนแห่งการลงทุนในอียู” (มิถุนายน 2015) จาก smartsme.tv
บทความ “โปแลนด์สั่งอพยพคนนับหมื่น หลังเจอระเบิดสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2” (กรกฎาคม 2560) จาก matichon.co.th
europetouch.in.th
thaieurope.net
วิกิพีเดีย

« Back to Result

  • Published Date: 2017-09-01
  • Resource: www.creativethailand.org
  • “เรียนเก่งใช่ว่าจะทำงานเป็น” คือประโยคที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของระบบการศึกษาที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ว่าเราเรียนกันไปเพื่ออะไร แล้วแท้จริงหนทางสู่การประสบความสำเร็จในชีวิตจากการศึกษาคืออะไร นี่คือบางตัวอย่างที่ถูกสะท้อนออกมาผ่านสื่ออย่างหนังสือและภาพยนตร์ที่ทำให้เราต้องคิดทบทวนอีกครั้ง
  • กวีและนักประพันธ์ชาวไอริช ออสการ์ ไวลด์ ว่าไว้อย่างนั้นในวรรณกรรมเชิงปรัชญา The Picture of Dorian Gray และสีที่ไวลด์พูดถึงก็คือ Mauve ที่แปลว่าสีม่วงอ่อนหรือสีม่วงซีด เพราะอะไรสีม่วงที่มีส่วนผสมของสีเทาและเขียวนี้ ถึงมีประวัติน่าสนใจจนเปลี่ยนชีวิตของผู้ที่ค้นพบมันให้กลายเป็นผู้มั่งคั่งของลอนดอน และยังได้รับความนิยมไปถึงชนชั้นศักดินาอย่างจักรพรรดินีเออเชนีแห่งฝรั่งเศส และพระราชินีวิกตอเรียแห่งอังกฤษ
  • คุณชอบสีไหน เพราะอะไร? ...มาร่วมค้นหาความหมายของสีที่สะท้อนถึงความหรูหรา ชนชั้น และค่านิยมที่เปลี่ยนไป ตั้งแต่การย้อมผมสีทองของอเล็กซานเดอร์มหาราช อาภรณ์สีม่วงของเอลิซาเบธ เทย์เลอร์ ในภาพยนตร์ Cleopatra จนถึงสีธรรมชาติจำพวกน้ำตาลเทาและเขียวอะโวคาโด ที่เคยมีศักดิ์เป็นแค่สีตัดขอบ แต่กลับได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน
  • การปลูกฝังเยาวชนให้ตั้งใจเล่าเรียนเพื่อได้คะแนนที่ดีในการสอบเป็นวิธีที่ถูกต้องแล้วหรือยังกับพัฒนาให้เยาวชนมีชีวิตที่ดี มาสำรวจความคิดเห็นของผู้คนหลายวัย ตั้งแต่ “ครูแม่ส้ม” กับมุมมองการเลี้ยงดูลูกที่ไม่ยึดให้อยู่ในกรอบของการศึกษา ไปจนถึง "แซน” สุวัลญา ศักดิ์สมบัติ จิตรกรรุ่นใหม่ที่ตัดสินใจออกเดินทางไปเรียนรู้ชีวิตและศิลปะในอินเดีย
  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับธนาคารกสิกรไทย เปิดตัว CU NEX Application แอพพลิเคชั่นที่เชื่อมโยงทุกมิติในการใช้ชีวิตของนิสิต อาจารย์ และบุคลากรในรั้วมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างสรรค์การใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพของนิสิต เปลี่ยนผ่านสู่ยุคแห่งดิจิทัลเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบ