Creative Knowledge

« Back to Result | List

เจาะลึกธุรกิจใหญ่ ปรับตัวอย่างไรให้ถูกใจคน “Gen-M “

บริษัทที่ปรึกษาด้านการบริการชื่อดังระดับโลกอย่าง Accenture ได้เปิดเผยข้อมูลการวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคของ Gen-M หรือ Millennial generation กลุ่มคนที่เกิดในช่วงปี 1980-2000 ปัจจุบันคือผู้มีอายุระหว่าง 15-35 ปี Gen-M คือส่วนผสมอันลงตัวระหว่างคนยุคศตวรรษที่ 20 และคนรุ่นบุกเบิกสู่ยุคดิจิทัล การปะทะกันระหว่างศตวรรษเก่าและเทคโนโลยีใหม่นี้ กลายเป็นโจทย์อันท้าทายสำหรับธุรกิจที่ต้องรองรับกับพฤติกรรมอย่างทันท่วงที เพราะเพียงแค่ Gen-M ในสหรัฐอเมริกาก็แตะจำนวนตัวเลขมากถึง 80 ล้านคน ที่ในแต่ละปี คนกลุ่มนี้ใช้จ่ายเงินไปกับการบริโภคมากถึง 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ

image.jpg

ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่ากลุ่ม Gen-M ในวันนี้คือส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แม้ว่าพวกเขา (หรือพวกเรา) จะใช้ชีวิตอยู่ในโลกของความจริงขนานไปกับความต้องการเปลี่ยนแปลงในเรื่องต่างๆ ผ่านหน้าจอมือถือก็ตาม เราขอยกตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมการให้บริการ ว่าปรับตัวตาม Gen-M อย่างไรในวันที่ความรวดเร็วในการอ่านและศึกษาข้อมูลของพวกเขานั้น ส่งผลเชื่อมโยงกับการตัดสินใจซื้อของคนกลุ่มนี้ได้รวดเร็วกว่าเจเนอเรชั่นไหนๆ ที่เคยเป็นมา

Gen-M รุ่นใหญ่ หรือคนที่อยู่ในช่วงอายุ 20 ตอนปลายถึง 30 ตอนต้น คนกลุ่มนี้เริ่มออกเดินทางบ่อยครั้งมากขึ้น ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 5 ทริปต่อปี และจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่ออายุเกิน 35 ปีขึ้นไป (จากรายงาน Future of travel report โดย Expedia) ความแตกต่างของคน Gen-M กับคนยุคก่อนหน้าคือ การเดินทางแต่ละครั้งพวกเขาต้องการประสบการณ์ที่มีความหมาย ต้องการเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นแบบถึงแก่นแท้ และสะสมเรื่องราวเฉพาะตัวเพื่อมาแชร์กับกลุ่มเพื่อน Gen-M เลือกที่จะพักในโฮลเตล Airbnb และโรงแรมบูติกไม่กี่ดาว มากกว่าลงทุนคืนละหลายพันไปกับโรงแรมหรูชื่อดัง ไลฟ์สไตล์การเดินทางที่เปลี่ยนไปของ Gen-M  ในลักษณะดังกล่าวนี้ มีพลังมากพอจะให้โรงแรมห้าดาวขนาดใหญ่เริ่มต้นปรับตัว

11163163_1434082120233905_344398916587834897_o.jpg

โรงแรมมาริออทเริ่มสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลง จากเจเนอเรชั่นเบบี้-บูมเมอร์ส รุ่นคุณพ่อคุณแม่ ที่ต้องการพักโรงแรมที่คุ้นเคย สะดวกสบาย และปลอดภัย Gen-M กลับเลือกทุกอย่างที่ตรงกันข้ามกับบริการที่โรงแรมหรูเหล่านี้มอบให้ Wolfgang Lindlbauer ตำแหน่ง chief discipline leader  มาริออท อินเตอร์เนชันแนล ตัดสินใจเริ่มเปลี่ยนภาพลักษณ์และการให้บริการของมาริออทให้ดู “ฮิพ” มากยิ่งขึ้น โดยทำงานร่วมกับบริษัทที่ปรึกษาอย่าง Fahrenheit 212 เพื่อร่วมกันพัฒนาการบริการให้รองรับกลุ่ม Gen-M ให้ครอบคลุมได้มากที่สุด

Fahrenheit 212 รู้ดีว่า Gen-M ต้องการในสิ่งที่มีความเป็นท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ ต้องการใช้เวลาในพื้นที่ที่ให้ความรู้สึกถึงชุมชน รู้สึกถึงความไม่สมบูรณ์แบบ แต่ความต้องการเหล่านี้ก็ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า โรงแรมยักษ์ใหญ่อย่างมาริออทจะลงทุนเปลี่ยนวิธีการดำเนินธุรกิจเข้าหาความต้องการนี้ได้อย่างไร?
การเดิมพันในครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยความเสี่ยง มาริออทกำหนดเป้าหมายว่าภายในปี 2020 แขกที่เข้ามาพักในมาริออทนั้นต้องมีสัดส่วนคนที่เป็น Gen-M มากกว่า 50% ขึ้นไป และเลือกใช้กลยุทธ์เปลี่ยนจากล่างขึ้นบน ทำงานร่วมกับมาริออทสาขาในประเทศต่างๆ ที่มีความรู้ความเข้าใจถึงจิตวิญญาณของคนในท้องถิ่นอย่างถ่องแท้ เข้ามาร่วมกันคิดค้นวิธีการเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการของโรงแรมที่รองรับกลุ่มลูกค้า Gen-M ที่ต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นเซียงไฮ้ ดูไบ บูดาเปส และลอนดอน ทีมเล็กๆ ถูกรวมตัวกันขึ้นมาเพื่อทดลองหาคอนเซปต์ใหม่ ภายใต้วิธีคิดแบบ lean startup




ในขั้นตอนการระดมสมอง Wolfgang Lindlbauer เชิญทีมทำงาน พนักงาน และผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้ามาแลกเปลี่ยนไอเดีย ทั้งในเรื่องของการให้บริการ อาหาร และเครื่องดื่ม โดยทีมจากสาขาที่ชนะจะได้ค่าตอบแทนไอเดียมากถึง 50,000 เหรียญสหรัฐฯ พร้อมกับเวลา 6 เดือนในการเปลี่ยนไอเดียให้เป็นรูปธรรมพร้อมใช้งานได้จริง จนผลลัพธ์ได้ออกมาเป็นการให้ต้นแบบการให้บริการตามสาขาต่างๆ ดังนี้

• ลอนดอน – ผู้จัดการร้านอาหารประจำโรงแรมเสนอไอเดียให้ใช้พื้นที่ดาดฟ้า ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยถูกใช้งานมาก่อน เปลี่ยนเป็นป็อป-อัพบาร์และพื้นที่สำหรับมื้อเย็น ตั้งชื่อว่า Roofnic มาจากการผสมคำว่า roof (หลังคา) และ picnic (ปิกนิก)

Roofnic_4.jpg


• แอริโซน่า – ไอเดียที่ชนะคือการเปิดร้านอาหารขายชีสและเนื้อที่ชื่อว่า Craft+Culture ที่ๆ เป็นศูนย์รวมของผู้ผลิตชีสท้องถิ่น ผู้ผลิตเนื้อหมู ตลอดจนคราฟท์เบียร์และไวน์ เน้นจุดขายเรื่องความยั่งยืนและความเป็นชุมชน ผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในชุมชนเพื่อรองรับนักเดินทางจากต่างแดน

marriotts-big-plan-to-win-over-millennials.jpg


• ดูไบ – ไอเดียที่เข้าท่าที่สุดและดูเป็นไปไม่ได้มากที่สุด แต่ชนะใจกรรมการคือการเปิดไนต์คลับชื่อ Square ที่มีดีเจจากนานาชาติหมุนเวียนกันมาแสดงฝีมืออย่างต่อเนื่อง เปิดพื้นที่รวมตัวสำหรับวัยรุ่นให้เข้ามาออกสเตปกันได้อย่างเต็มที่ 

11539224_690786461027165_1930023999805721086_o.jpg

การเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงก้าวแรกของโรงแรมมาริออทเป็นหนึ่งในบทพิสูจน์สำคัญที่กำลังแสดงให้ Gen-M เห็นถึงความมุ่งมั่น และการให้ความสำคัญกับไลฟ์สไตล์ของพวกเขาด้วยความเข้าใจ เป็นการปรับปรุงที่เป็นต้นแบบให้อุตสาหกรรมการบริการเริ่มตื่นตัวและหันมามองศักยภาพและโอกาสที่สร้างรายได้ให้กับธุรกิจได้อีกมหาศาล แต่นอกเหนือจากส่วนแบ่งทางการตลาด คือความยั่งยืนของคอมมูนิตี้ท้องถิ่น และโอกาสในการแลกเปลี่ยนไอเดียกันของพนักงานทุกคน ที่เป็นกลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนให้ธุรกิจนั้นเติบโตได้จริงในระยะยาว


 Lean Startup เป็นแนวคิดและเครื่องมือในการพัฒนาธุรกิจที่ถูกนำเสนอโดย Eric Ries ในการสร้างวัฒนธรรมใหม่ของธุรกิจที่ทำให้ผู้ประกอบการพร้อมรับมือกับสภาพความผันแปรไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น โดยอาศัยชุดข้อมูลที่สำคัญที่สุดอย่างความต้องการของลูกค้า ปรัชญาของ The Lean Startup คือการกำจัดสิ่งที่ไม่จำเป็นที่สุดออกไปให้หมด และเพิ่มคุณค่าของการผลิตในช่วงระหว่างการพัฒนาผลิตภัณฑ์ มองหาโอกาสที่ดีกว่าโดยไม่เรียกร้องงบประมาณมหาศาล แผนธุรกิจแสนจะรัดกุม หรือผลิตภัณฑ์อันสมบูรณ์แบบ แต่เชื่อมั่นในการทดลองกับลูกค้า และนำผลตอบรับกลับมาแก้ไขผลิตภัณฑ์ให้รวดเร็วมากที่สุด

ที่มา
fastcompany.com

เครดิตภาพ
facebook.com/Roofnic
facebook.com/craftcultureaz
facebook.com/squaredxb



« Back to Result

  • Published Date: 2015-07-27
  • Resource: www.tcdcconnect.com