Articles

« Back to Result | List

8 เทรนด์เด่นประจำปี 2008 ตอนที่ 1

Trend #1: STATUS SPHERE : โลกที่กว้างขึ้นของการสร้างตัวตน

colorful_.jpg

ก่อนจะไปทำความรู้จักกับเทรนด์ Status Sphere คงต้องเล่าย้อนไปถึงเทรนด์ Status Lifestyle ซึ่งเมื่อปีที่แล้ว ทีมงาน Trendwatching.com ย้ำให้นักการตลาด อย่ามองข้ามความสำคัญของ Status หรือตัวตนหรือสถานภาพ เพราะในสังคมผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง ผู้คนเลือกใช้ของแพง ของดี ของหายาก หรือของที่ฮิตที่สุดก็เพื่อแสดงระดับ ของสถานภาพทางสังคมอันนี้นั่นเอง

มาถึงปีนี้ เทรนด์นี้ก็ยังอยู่ แต่ไม่เหมือนเดิม เพราะกลุ่มผู้บริโภคยุคพัฒนาแล้ว มีความรู้-ความเข้าใจ-มีทางเลือกมีความรู้สึกร่วม-มีสำนึกรับผิดชอบ และมีความสนใจแตกต่างกันชัดเจนขึ้นในหลายๆ ด้าน ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับ Status ของสินค้า และผลกระทบด้านภาพลักษณ์ เมื่อเขาใช้สินค้านั้น มากกว่าเรื่อง Status ทางชั้นสังคมและความหรูหราแต่เพียงอย่างเดียว

เราได้เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Status Sphere - โลกแห่งความหลากหลายทางไลฟ์สไตล์ กิจกรรม และทัศนคติความเชื่อที่ผู้บริโภคใช้เป็นตัวกำหนดสถานะภาพของตัวเอง เพื่อให้เป็นที่ยอมรับในกลุ่มและสังคมตามความสนใจเฉพาะด้าน ซึ่งประกอบไปด้วย

TRADITIONAL SPHERE
คือ วิถีบริโภคแบบอมตะดั้งเดิมที่ว่าด้วยการซื้อของให้มากกว่าและดีกว่าคนทั่วๆไป ต้องเด่นเด้ง โชว์ยี่ห้อกันชัดๆ ไปเลย

วิถีนี้ยังคงบูมขึ้นจากจำนวนชนชั้นกลางที่เพิ่มขึ้นในจีน อินเดีย รัสเซีย แอฟริกาใต้ ตุรกี ไนจีเรีย เวียดนาม อินโดนีเซีย เม็กซิโกและบราซิล ที่ดัชนีการบริโภคและสถานภาพทางสังคมเพิ่มขึ้นจากการยกระดับรายได้ ประกอบกับตัวเลขแสดง รายได้ต่อหัวของประชากรทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งดัชนีดังกล่าว ไม่เพียงเอื้อต่อการทำตลาดสินค้าระดับพรีเมียมให้ยิ่งอู้ฟู่มากขึ้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการสร้างนิยามใหม่ๆของคำว่า "รสนิยมหรูหรา" ในแบบที่ผู้บริโภคกลุ่มนี้ต้องการด้วย

เพราะสมัยนี้ ใครก็ตามถ้ามีเงินก็มีสิทธิ์ซื้อสินค้าราคาแพงหรือใช้ของแบรนด์เนมได้เหมือนๆกัน เลยทำให้ภาพลักษณ์ ของสินค้าที่เคย "มีแล้วโก้" ดูด้อยค่าลงไป ไม่ใช่ของที่ยากต่อการได้เป็นเจ้าของอีกต่อไป

ในอนาคต เราคงได้เห็นสินค้ารูปร่างหน้าตาแปลกๆ ในราคาที่แพงขึ้นไปเรื่อยๆ ถูกผลิตออกมาเพื่อตอบสนองพฤติกรรมการใช้เงินของกลุ่มลูกค้าฐานะดีที่เพิ่มมากขึ้น

(ยังไม่หมดเท่านี้สำหรับผู้บริโภคกำลังซื้อสูง ติดตามกระแสการอัพเกรดสินค้าและบริการเพิ่มเติมในเทรนด์ #2: Premiumization)

TRANSIENT SPHERE
จัดอยู่ในกลุ่มคนที่มีไลฟ์สไตล์เบื่อง่าย ไม่ยึดติด มองหาประสบการณ์ใหม่ๆและความบันเทิงเริงใจ ไม่ชอบความจำเจ โดยก่อนหน้านี้เราได้เรียกกลุ่มคนพวกนี้ว่า Transumers ซึ่งมีพฤติกรรมสอดคล้องกับกระแสการบริโภคในปี 2008 ผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อคุณค่าของสินค้าและบริการต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เป็นแค่อาการหลงใหลอยู่กับความอยากได้อยากลองชั่วขณะ มีช่วงอายุความพอใจที่แสนสั้น ไม่ผูกติดกับอะไรเดิมๆ ต้องการแสวงหาประสบการณ์ใหม่อยู่ตลอดเวลา นี่เป็นกระแสวัฒนธรรมการบริโภครูปแบบใหม่

(มีให้ติดตามต่อได้ในเทรนด์ #3: Snack Culture)

ONLINE SPHERE
คือชีวิตบนโลกออนไลน์ที่โยงใยถึงกัน ระหว่างคุณกับเพื่อนปลายทางที่ติดต่อด้วย เกี่ยวข้องไปถึงจำนวนคนที่คลิกเข้ามาดูภาพที่มีการโพสท์ไว้ จำนวนเพื่อนบน facebook ระดับฝีมือในการเล่นเกมออนไลน์ หรือแม้แต่ การเลือกรูปร่างหน้าตาสมมุติบนโลกไซเบอร์ของคุณ รวมถึงการเสิร์ชหาข้อมูลว่า "ใคร ทำอะไร ไปถึงไหน" โลกออนไลน์มีคำตอบให้เสมอ (อ่านต่อได้ที่เทรนด์#4 : Online Oxygen)

ECO SPHERE
อานุภาพของปัญหาสิ่งแวดล้อมดูเหมือนจะเป็นประเด็นร้อนที่ผู้บริโภคต่างลุกขึ้นมาแสดงจุดยืนกันยกใหญ่ เห็นได้จากการแจ้งเกิดของรถยนต์ไฮบริด ที่ได้เสียงตอบรับจากตลาดอย่างล้นหลาม (ในขณะที่เจ้าของรถ SUV กำลังถูกประณามหยามเหยียด) เราเชื่อว่าในปีนี้คงจะได้เห็นบริษัทต่างๆ เข็นแบรนด์สินค้าอีโคดีไซน์เฉียบๆ ออกมาสู่ท้องตลาดกันมากขึ้น (จับตาความเคลื่อนไหวได้ในเทรนด์ # 5: Eco-Iconic)

GIVING SPHERE
สมัยนี้มีเศรษฐีชื่อดังระดับพันล้านคนไหนบ้าง ที่ไม่แสดงบทบาทของการเป็น "ผู้ให้" ไม่ว่าจะเป็นการให้ในรูปแบบของการแจกจ่ายความร่ำรวย เสียสละเวลา หรือแชร์คอนเท็นต์ทางอินเทอร์เน็ตให้กับคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อนก็ตาม เราพอสรุปได้ว่ายุคนี้เทรนด์การ "ได้ให้เพื่อได้รับ" กำลังมาแรง

(ติดตามได้ในเทรนด์ # 6: Brand Butlers)

PARTICIPATIVE SPHERE
พฤติกรรมการบริโภคของกลุ่มหนุ่มสาวไฟแรงสมัยนี้ คือการขอมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ผลงานต่างๆด้วยตนเอง เพราะนั่นทำให้เขาได้รู้สึกว่าเขาเป็นที่ยอมรับและรู้สึกภาคภูมิใจเมื่อมีคนที่สนใจเหมือนกัน และเห็นคุณค่าของผลงานนั้น ไม่ต่างจากการที่แบรนด์ต่างๆมองหาผู้บริโภคที่มีหัวใจเดียวกัน

กลยุทธ์สร้างกระแสผู้บริโภคที่รักการสร้างสรรค์ให้มารวมตัวกัน จึงได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ (ลองดูกรณีศึกษาของสองเทรนด์ใหม่ได้ใน Trend #7: Make It Yourself และ Trend #8: Crowd Mining)

อ่านต่อตอนที่ 2

« Back to Result

  • Published Date: 2008-07-23
  • Resource: www.tcdcconnect.com