Creative Knowledge

« Back to Result | List

สมลักษณ์ ปันติบุญ นักธุรกิจช่างฝีมือเครื่องปั้นดินเผา ผู้สร้างสรรค์โครงการ “เจดีย์ไม้ไผ่”

somluk1.jpg

เจดีย์ไม้ไผ่เป็นการใช้วัตถุดิบที่มีอยู่และหาได้ง่ายในธรรมชาติ เป็นสัญลักษณ์ของความเรียบง่าย ความประหยัด ผสานความรู้โบราณและสมัยใหม่เข้าด้วยกัน ผมเคยเห็นแต่พระพุทธรูปไม้ไผ่ จึงเกิดความคิดว่าน่าจะทำเป็นเจดีย์บ้าง ที่น่าสนใจคือ สมัยนี้ผู้คนที่มีสติปัญญาดีมักถวิลหาความเรียบง่าย หลีกหนีการติดอยู่กับวัตถุ บางทีความหรูหราอาจจะกลายเป็นเรื่องเชยไปแล้วก็ได้

คงทนแน่นอนเพราะโครงสร้างเป็นเหล็กเส้นอยู่ข้างใน งบประมาณในการสร้างอยู่ที่ 5-6 แสนบาท ถ้าเป็นปูนปกติจะประมาณ 2 ล้านบาท เราสร้างฐานกว้าง 6 เมตร คล้ายฐานเจดีย์องค์เล็กๆ แล้วทำบันไดไว้ขึ้นไปบูรณะ ลักษณะจะโปร่งๆ ลงรักทั้งข้างใน-ข้างนอก รักจะหุ้มเนื้อไม้ไผ่ไว้ไม่ให้น้ำฝนซึมเข้าไป และแมลงก็จะไม่กิน

ดอยดินแดงเป็นชุมชนพุทธครึ่งหนึ่ง คริสเตียนครึ่งหนึ่ง แต่ใน 3 หมู่บ้านนี้ไม่มีวัดเลย มีแต่โบสถ์คริสต์ทุกหมู่บ้าน เราในฐานะคนพุทธจึงเสนอเรื่องเจดีย์ไม้ไผ่นี้กับชุมชน ส่วนเรื่องการตั้งสำนักสงฆ์หรือวัด มันเกิดจากการที่เราเคยทำบุญกันกลางทุ่งนา ทำศาลาจากฟางข้าว เลยประชุมกันว่าน่าจะสร้างวัดเล็กๆ ขึ้น ก็ทำกันเองด้วยช่างในหมู่บ้าน คนคริสต์เขาก็มาช่วย (คนพุทธก็ไปช่วยที่โบสถ์เหมือนกัน) เหมือนเป็นพี่น้องกัน

ศาสนาไม่ใช่เรื่องที่จะต้องสร้างอะไรใหญ่โต สิ่งสำคัญคือ ความสงบและสมดุล โจทย์แต่ละที่ไม่เหมือนกัน อย่างวัดนี้รับใช้หมู่บ้านเล็กๆ ก็ให้เป็นไปตามปัจจัย ตอนนี้เราได้อุโบสถ ได้ศาลาประชุมไว้ทำบุญชั่วคราว พอปีนี้มีทุนขึ้นมาบ้างเราก็จะทำเจดีย์กันต่อ ทำโรงทานไว้ฝึกฟ้อนรำ ทำกับข้าวรับแขก ทำดอกไม้ เครื่องทาน ฯลฯ วัดนี้เป็นวัดที่ชาวบ้านทุกคนช่วยกันทำ อย่างงานตอก งานจักสาน และอื่นๆ แล้วแต่ใครจะถนัดด้านใด ตัวผมก็ช่วยดูเรื่องแบบแปลนตามความสามารถ แต่บางอย่างเราก็ต้องจ้างเพราะคนก็ต้องทำมาหากิน

somluk2.jpg

รูปทรงเราทำเอง แต่เทคนิคเราให้ผู้เชี่ยวชาญทำ ผมไปพบพระไทยใหญ่ที่พม่ามา 2-3 ครั้งแล้ว เพราะท่านรู้เทคนิคในการสานไม้ไผ่ และท่านก็อยากจะร่วมสร้างด้วย ผมว่าก็ดี จะได้แลกเปลี่ยนเทคนิคและเผื่อแผ่ภูมิปัญญาให้กัน บวกกับให้ท่านช่วยดูแลชาวบ้านด้วย อุโบสถหลังนี้เป็นเงินที่ได้รับมาจากกระทรวงยุติธรรม มีทั้งชาวบ้าน นักโทษ คนเฒ่าคนแก่ พระสงฆ์ ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมได้หมด ซึ่งผมว่าเป็นเรื่องที่ดี ตอนนี้ทางเทศบาล ทางอบต.ก็มาช่วยกัน

เรื่องเจดีย์ในบูติกโฮเต็ล? ผมว่า มันอยู่ที่การสำนึกรู้ว่าอะไรเหมาะอะไรควร ถ้าสร้างไปแบบไม่มีศรัทธา ทำไม่ดีไม่งาม ทำฉาบฉวย ผมว่าเดี๋ยวก็ไปไม่รอด อย่างมีโรงแรมหนึ่ง เจ้าของเป็นเพื่อนกับผม เขามาขอความเห็นผมเพราะในโรงแรมมีฐานรากเจดีย์ ซึ่งตอนแรกสถาปนิกเขาบอกเปลี่ยนแบบไม่ได้แล้ว แต่ผมบอกว่าระวังอีกหน่อยจะอยู่ไม่ได้ เพราะคุณทำเรื่องไม่ควร สุดท้ายเขาก็เชื่อแล้วเอาศาลาไทยมาใส่แทน ปัจจุบันนี้โรงแรมเขาประสบความสำเร็จมาก ซึ่งก็โชคดีไป เพราะถ้าเราไปหยุดเขาแล้วเขาไปไม่รอดขึ้นมา เดี๋ยวเราจะแย่ (หัวเราะ)

somluk3.jpg

ศิลปะต้องกลมกลืนกับสังคม แม้ผมจะทำเครื่องปั้นดินเผาเป็นอาชีพ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำแต่ดินอย่างเดียว ผมควรต้องเรียนรู้อย่างอื่นด้วย เพราะจริงๆ ทุกอย่างมันคือเรื่องเดียวกัน ศิลปะกับชุมชนต้องไปด้วยกัน มันตอบสนองซึ่งกันและกัน ขาดกันไม่ได้ งานคราฟท์ (หัตถกรรม) พวกนี้มันมีปรัชญา มีวิถีของมันอยู่ ถ้าเราอยากให้โรงงานเราอยู่ได้ยั่งยืน เราก็ต้องสอนคน-ช่วยคนในหมู่บ้านด้วย โจทย์เหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญ แต่บางเรื่องผมก็ไม่ยุ่งเลย เช่น เรื่องพิธีกรรม แต่ถ้าเรื่องการสร้าง-การออกแบบ ผมจะให้คำปรึกษาเขาเต็มที่

ผมมีสูตรดินตั้ง 20 สูตร ใครมาขอ ผมก็ให้จดเอาไป สนุกดี ถ้าคนชอบวัตถุดิบจากธรรมชาติ อยากเข้าบ้านมาแล้วรู้สึกได้พักผ่อน บ้านฉาบด้วยดินก็ช่วยได้มาก สมมติบ้านผมเป็นดินแดง ผมก็เอาดินมาทำเป็นสีบ้านได้ แค่ใส่สีเข้าไป ไม่ต้องไปซื้อ ที่จริงสีทาบ้าน 95% นี่เป็นดินขาว (หรือดินเกาลิน) แหล่งของบ้านเราอยู่ที่จ.ตาก กับ จ.ลำปาง แล้วเขาก็ใส่กาว ใส่ส่วนผสมขาย แต่บอดี้ของมันก็คือ ดินนั่นเอง ผมเคยเห็นตัวอย่างเยอะแยะ ทั้งที่ญี่ปุ่น เกาหลี อเมริกา อินเดีย โมร็อคโค หรือแอฟริกา เขาก็ใช้ดินทั้งนั้น สร้างโบสถ์สูงเขาก็ใช้ดิน แต่บ้านเรามีข้อจำกัดเรื่องฝนตกชุกหน่อย

ธุรกิจที่ดอยดินแดงก็ไปได้ดี เพราะเราไม่มีหนี้สินตั้งแต่เริ่มต้น ผมเริ่มจากไม่มีเงินเลยซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ ที่จริงความจนเป็นวิถีที่มีศักดิ์ศรี ยิ่งเราไม่มีเรายิ่งนิ่ง ปลดปล่อยทุกอย่างได้ ใครอยากทำอะไรใหญ่โตก็ทำไป เพราะคนเราไม่เหมือนกัน บังคับกันไม่ได้ ส่วนเราไปได้แค่ไหนเราก็ไปของเราแค่นั้น

คนเราควรเปิดรับคำวิพากษ์วิจารณ์กันได้ เพราะถ้าเราวิจารณ์ดี มันก็เป็นประโยชน์ให้คนคิดตาม-เดินตามได้

ชมคลิปวิดีโอการสร้างเจดีย์ไม้ไผ่แห่งแรกของโลก

บทความที่เกี่ยวข้อง
สมลักษณ์ ปันติบุญ กว่า 20 ปี กับงานปั้นดินเผาธุรกิจเชิงวัฒนธรรม

“มินเง” ศิลปะฝีมือแห่งสามัญชน The Unknown Craftsman


« Back to Result

  • Published Date: 2009-07-27
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป