Articles

« Back to Result | List

Creative Space Workshop : No Artificial Added โดย TNOP

เรื่อง : นิชา รักพานิชมณี

page.jpg

“ณ ตอนนี้เราเป็นนักออกแบบ แต่กลับบ้านไปเราก็เป็นผู้บริโภค เราก็ซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตเหมือนกัน” ธีรนพ หวังศิลปคุณ ผู้ก่อตั้งบริษัทออกแบบกราฟิก TNOP กล่าวเปิดการเวิร์กช็อปในหัวข้อ “No Artificial Added” (ไร้วัตถุปรุงแต่ง) ของเขาเช่นนั้น 

ในขณะที่ธีรนพทำงานอยู่ในสหรัฐอเมริกา เขาสังเกตผลิตภัณฑ์รังนกและซุปไก่สกัด (ยี่ห้อเดียวกับในเมืองไทย) ที่วางขายในซูเปอร์มาร์เก็ต และพบว่าบนฉลากของสินค้าทุกตัวมีการแจกแจงชัดว่า “ประกอบด้วยสารอาหารอะไรบ้าง” (ซึ่งแตกต่างจากในเมืองไทยที่ไม่มีบอกเช่นนั้น)

จากนั้นธีรนพได้นำเสนอข้อมูลโภชนาการที่ปรากฏบนฉลากสินค้าซุปไก่สกัดและรังนกในสหรัฐอเมริกาให้ผู้เข้าร่วมเวิร์กช็อปดู ซึ่งก็ทำให้ทุกคนรู้สึกแปลกใจว่า ทำไมซุปไก่สกัดจึงไม่มีธาตุอาหารหรือวิตามินใดๆ ระบุไว้เลย เว้นแต่เกลือร้อยละ 3 ของปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน ส่วนรังนกก็ไม่มีธาตุอาหารใดๆ เช่นกัน เว้นแต่คาร์โบไฮเดรตจากน้ำตาลร้อยละ 3 และแคลเซียมร้อยละ 6 ของปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน ทั้งๆ ที่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้โฆษณาตัวเองว่ามีประโยชน์ต่อสมองเลยทีเดียว 

จากตัวอย่างข้างต้น ธีรนพมองว่าถึงเวลาแล้วที่นักออกแบบรุ่นใหม่จะต้องมีความสามารถมากกว่าแค่ทำสินค้าให้ดูดี แต่ควรจะต้องออกแบบสินค้าให้น่าซื้อได้โดยไม่ต้องโกหกหรือเอาเปรียบผู้บริโภคบางกลุ่ม อาทิเช่น กลุ่มคนชราที่ไม่สามารถมองเห็นตัวอักษรเล็กๆ บนฉลาก หรือกลุ่มเด็กที่คล้อยตามโฆษณาชวนเชื่อได้ง่าย ฯลฯ

เขาเล่าถึงกระแสการตื่นตัวเรื่อง “การออกแบบเพื่อผู้บริโภค” ในสหรัฐอเมริกาว่า เมื่อปีพ.ศ.2554 มหาวิทยาลัย Berkeley ได้จัดประกวดการออกแบบตารางข้อมูลโภชนาการใหม่ เพื่อให้ผู้บริโภคมีความฉลาดเลือกมากขึ้นในการซื้อหาอาหาร ส่วนตัวธีรนพเองก็ได้จัดเวิร์กช็อปขึ้นตามมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อฉายภาพการออกแบบฉลากสินค้า (ทั้งจากฝีมือนักศึกษาไทยและนักศึกษาอเมริกัน) ที่สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางใหม่ๆ ของงานออกแบบต่อสังคมการบริโภคในศตวรรษที่ 21 (ที่ได้กำหนดให้ “สุขภาพของผู้บริโภคและแหล่งที่มาของอาหาร” มีค่าเทียบเท่ากับ “ความสวยงามของผลิตภัณฑ์”)
ในช่วงต่อมา ธีรนพแจก “กระป๋องปริศนา” ให้ผู้เข้าร่วมเวิร์กช็อปคนละ 1 กระป๋อง (ไม่มีฉลากใดๆ หลงเหลืออยู่บนกระป๋องเลย) พร้อมกับให้ข้อมูลโภชนาการและส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในนั้นควบคู่ไปด้วย ทันทีที่กระป๋องปริศนาถึงมือผู้เข้าร่วมเวิร์กช็อปครบทุกคน ห้องสัมมนาก็อยู่ในความเงียบ บางคนหยิบกระป๋องขึ้นมาเขย่าเพื่อเดาถึงผลิตภัณฑ์ด้านใน บางคนกุมหัวอ่านข้อมูลโภชนาการด้วยความสับสน จากนั้นแต่ละคนก็เริ่มให้ทรรศนะต่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เช่นว่า “อันนี้เค็มมากๆ มีเกลือตั้ง 40 เปอร์เซ็นต์” “กระป๋องนี้แทบไม่มีอะไร มีแต่น้ำ” “จะเป็นอาหารคนหรืออาหารหมาก็ยังเดาไม่ออก” ฯลฯ

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ผู้เข้าร่วมเวิร์กช็อปทั้ง 15 คนเดินทางกลับมาที่โต๊ะสัมมนาพร้อมกับ “ฉลากกระป๋องที่ออกแบบขึ้นใหม่” โดยแต่ละคนได้เล่าถึงกระบวนการคิดเบื้องหลังที่มี “ความจริง” เป็นแรงผลักดันในครั้งนี้ เช่น “ที่ผ่านมาไม่เคยคิดจะขายความจริง” พัชราภรณ์ เตชะเลิศไพศาล ผู้เข้าร่วมเวิร์กช็อปรายหนึ่งกล่าวพร้อมกับนำเสนอ “ฉลากข้าวโพดหวานบรรจุกระป๋อง” ของเธอ ในตอนแรกนั้นพัชราภรณ์คิดจะใช้ภาพถ่ายเพื่อสื่อสารถึง “ความสด” ของข้าวโพด แต่เมื่อเธอรับรู้ (จากข้อมูลโภชนาการ) ว่าผลิตภัณฑ์ในกระป๋องมิใช่ของสด จึงได้ปรับแนวคิดใหม่ไปสู่เรื่อง “ความสะดวกในการรับประทาน” นอกจากนั้น เธอยังได้นำข้อมูลส่วนประกอบของข้าวโพด น้ำ น้ำตาล และเกลือ มาดัดแปลงเป็นเซลล์สีต่างๆ และประกอบรวมกันเป็น “ภาพฝักข้าวโพดฉบับการ์ตูน” ติดลงบนกระป๋องทรงสูงที่ดูดีน่าหยิบ โดยไม่ต้องซ่อนส่วนประกอบของอาหาร ในขณะที่ พลอย ลุมทอง ผู้เข้าร่วมเวิร์กช็อปอีกรายกล่าวเสริมว่า “ตั้งแต่ทำงานกราฟิกมาไม่เคยคิดจะเอาข้อมูลพวกนี้มาใช้เลย ตอนนี้กลับรู้สึกว่ามีอะไรให้เล่นอีกเยอะ” 

ก่อนจบเวิร์กช็อป ธีรนพได้มอบข้อคิดปิดท้ายว่า “พยายามใช้ตัวเราเองเป็นเป้าหมายในการออกแบบด้วย อย่าคิดว่าเราออกแบบให้คนอื่นเขาซื้ออย่างเดียว ลองคิดดูด้วยว่าถ้าเรารู้อย่างนี้แล้วเรายังจะซื้อไหม นักออกแบบรุ่นใหม่ต้องช่วยกันส่งเสริมวิธีคิดเช่นนี้ เพื่อว่าในอนาคตเราจะได้เห็นผลิตภัณฑ์ดีๆ ที่ไม่เอาเปรียบผู้บริโภคมากขึ้น”

IMG_5049_resize.jpg

No Artificial Added by TNOP
Writer: Nicha Rakpanitmanee

“Right now, we are a designer; but when we go home, we are a consumer. We also buy things in supermarket as well.” Teeranop Wangsillapakun, the founder of contemporary graphic design company TNOP, said at the beginning of the workshop “No Artificial Added”.

While Teeranop was working in the US, he noticed that the essence of chicken and bird’s nest products (the same brand in Thailand) available in supermarkets had label on them that was clearly stated its “nutrition fact” (which is different from the products in Thailand that do not have such label)

Then, Teeranop showed the workshop participants the new nutrition fact labels of essence of chicken and bird’s nest products from the US; everyone was surprised that there are no nutrients or vitamins stated on the labels except 3 percent of the amount of salt that the body needs per day (from essence of chicken product) and 6 percent of calcium that the body needs per day (from bird’s nest product). Meanwhile, in Thailand, these products were advertised that they are useful for brain.

From the above example, Teeranop thinks that it is time for new generation designers to have capability more than just make the products look good. They should be able to design the products that look impressive without lying or taking advantage on consumers, such as elders who cannot read very small text on the product label or kids that are easily induced by the propaganda, etc.  
He told the story of the awareness trend in “design for consumers” in the US. In 2011, Berkeley University held a contest to design the new nutrition fact label to provide consumers with a greater choice in buying food. Teeranop himself also organized workshops in many universities to show the label designs (both created by Thai students and American students) to reflect new directions of design for consumption society in the 21st Century (which consider “the health of consumers and the sources of food” are equally important to “the good looking of product packaging”).

In the next phase of the workshop, Teeranop gave the participants a “mystery can” (without any labels on the can) along with nutrition details and ingredients of the product. Once everyone got a mystery can, the room was filled with silence. Some tried to shake the can to guess what was inside; some read the nutrient details confusingly. Then, everyone started to share their opinions about the can they got, i.e. “this one must be very salty, it’s consists of 40% of salt”, “this can contain only liquid”, “I can’t even tell is it a human food or dog food”, etc. 

One week later, all 15 of workshop participants came back to the meeting room with “new design label”. Each person shared their background of idea with the “truth” as a driving force. For example, “Never thought about selling the truth”, said Patcharaporn Techaledpaisan, one of the participants, while showing her “Canned Sweet Corn Label”. She told everyone that at first she wanted to use a picture to convey a message of “freshness” of the corn. But, when she realized (from the nutrition facts) that the product in the can is not a fresh product, she adjusted her idea to “the convenient in consuming product”. Also, she modified different color cells of ingredient details: corn, water, sugar and salt and created them as “cartoon version of corn” that was put on a good looking tall-shape can without hiding the ingredient details. Ploy Lumthong, another participant told that, “Since I started working on graphic design, I had never thought about applying this information in the design. Now I realize there are a lot to play.”

Before the end of the workshop, Teeranop gave his final remark that, “Try using our self as a target in the design as well. Don’t only think that you have to design for others. Try to think--if you know this, will you still buy it or not? New designers should help promote this way of thinking so that in the future we will have more good products that do not take advantage on consumers.” 


« Back to Result

  • Published Date: 2013-06-10
  • Resource: www.tcdcconnect.com