Articles

« Back to Result | List

ยกมาตรฐานใหม่ของสถาปัตยกรรมยุคโลกร้อน

สิ่งก่อสร้างในโอลิมปิก พาร์คที่กรุงลอนดอนได้รับคำวิจารณ์ทั้งในเชิงบวกและลบจากแวดวงสถาปนิก แต่ทั้งหมดเห็นตรงกันว่า เป้าหมายใหม่สู่ความยั่งยืนหมายถึงจุดจบของการก่อสร้างอย่างสิ้นเปลือง

คนส่วนใหญ่เมื่อนึกถึงโอลิมปิกที่กรุงปักกิ่งปี 2008 ก็จะนึกถึงภาพของอาคารรังนก (Bird’s Nest) สนามกีฬาหลักที่สร้างขึ้นโดยสถาปนิกชาวสวิตเซอร์แลนด์ Jacques Hoerxog และ Pierre de Meuron ร่วมกับสถาปนิกชาวจีน Li Xinggang โดยได้รับฉายานี้มาจากโครงสร้างเหล็กกล้าแบบเปิด และกลายเป็นสัญลักษณ์ที่คนจดจำได้ในทันที

ในปี 2005 เมื่อลอนดอนได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน บริษัท Foreign Office Architects (FOA) ได้เสนอการออกแบบสนามกีฬาที่มีโครงสร้างคดโค้งดูน่าทึ่ง ซึ่งดูเหมือนว่าลอนดอนจะเดินตามรอยปักกิ่งที่มีสนามกีฬาล้ำยุคเพื่อความประทับใจของทุกคน และมีค่าดูแลรักษามหาศาลเมื่อเกมส์การแข่งขันจบลง แต่ในเดือนกรกฎาคม 2006 คณะกรรมการโอลิมปิก ( Olympic Delivery Authority หรือ ODA ) ตั้งโจทย์ที่ท้าทายมากกว่านั้น คือ สถาปนิกจะต้องทำความสะอาดและปรับพื้นที่ของโอลิมปิก พาร์ค ซึ่งตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของกรุงลอนดอนและสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานที่จะวางมาตรฐานการออกแบบที่ยั่งยืนและเข้าถึงได้ขึ้นมาใหม่

หัวใจสำคัญอยู่ที่สิ่งเหล่านี้จะเป็นมรดกตกทอดจากกีฬาโอลิมปิกที่ทางคณะกรรมการเชื่อว่าจะชักนำให้ผู้คนหันมาสนใจกีฬาได้ในระยะยาว ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ฉลาดมากเพื่อเทียบกับสนามกีฬารังนกที่เจ้าของไม่สามารถหาวิธีใช้ประโยชน์สนามได้อย่างถาวรแต่ต้องนรนหาค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษามากถึง 10 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี สิ่งก่อสร้างมากกว่า 200 แห่งถูกรื้อถอนก่อนจะสร้างโอลิมปิก พาร์คในลอนดอน และมีการนำวัสดุที่ได้จากการรื้อถอนกลับไปใช้ใหม่ถึง 97% ซึ่งช่วยลดขยะได้มาก

การออกแบบ The Greenway ซึ่งเป็นทางเดินและทางจักรยานหลักขึ้น โดยใช้อิฐและหินที่ใช้ปูหรือรองพื้นถนน ฝาท่อระบายน้ำ ไม้หมอนและกระเบื้องที่เก็บมาจากบริเวณที่รื้อถอนและขนย้าย คณะกรรมการโอลิมปิกต้องการให้ผู้รับเหมาใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม มีการจัดตั้งคณะผู้จัดจำหน่ายไม้ที่มีการผลิตอย่างยั่งยืนและได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายให้แก่ผู้รับเหมาทั่วสนามโอลิมปิก พาร์ค และเพื่อที่จะลดปริมาณคาร์บอนทั้งหมดในโอลิมปิก พาร์ค โรงงานคอนกรีตจึงถูกสร้างขึ้นในพื้นที่เพื่อจัดส่งคอนกรีตที่มีคาร์บอนต่ำให้กับผู้รับเหมาทั้งหมด

โอลิมปิก พาร์คจึงเป็นโครงการสิ่งปลูกสร้างสาธารณะที่สำคัญที่สุดของสหราชอาณาจักรนับตั้งแต่งาน Festival of Britain ในปี 1951 สนามและอาคารกีฬาถูกสร้างขึ้นโดยใช้เงิน 9.3 พันล้านปอนด์ เพื่อปรับเปลี่ยนพื้นที่รกร้างฝั่งตะวันออกของกรุงลอนดอน รวมถึงสถาปัตยกรรมล้ำยุคในรูปสนามกีฬาทางน้ำ Aquatics Center ที่มีหลังคาเหล็กรูปโค้งสไตล์งานออกแบบของ Zaha Hadid ซึ่งภายในประกอบด้วย สระว่ายน้ำและสระกระโดดน้ำ 3 สระ ที่มีมูลค่าถึง 253 ล้านปอนด์ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของโอลิมปิก พาร์ค ถือว่าเป็น “ประตูสู่เกมส์การแข่งขัน” โดยหลังจากการแข่งขันจบลงอาคารก็ได้กลายเป็นศูนย์กีฬาว่ายน้ำที่กรุงลอนดอนยังขาดอยู่ และทางทิศเหนือของโอลิมปิก พาร์ค สนามเวโลโดรมที่มีมูลค่า 86 ล้านปอนด์ ออกแบบโดย Hopkins Architects and Expedition Engineering เป็นสนามแข่งจักรยานที่มีหลังคาทำจากเหล็กกล้าและไม้ที่ดัดให้โค้งขึ้นจนได้รับฉายาว่า “Pringle” อาคารนี้ถูกยกย่องว่าเป็นงานสร้างสรรค์ที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมได้อย่างยอดเยี่ยมดี เนื่องจากสามารถถ่ายเทอากาศตามธรรมชาติได้เกือบ 100% ลดการใช้พลังงานโดยใช้แสงสว่างจากธรรมชาติอย่างเต็มที่ และนำน้ำฝนที่ตกบนหลังคามาใช้สำหรับการกดชักโครกและการชะล้าง สถาปนิกผู้ออกแบบมุ่งเน้นที่ประโยชน์ใช้สอยแบบยั่งยืน และเขามองว่าเกมส์โอลิมปิกเป็นเสมือน “’งานขึ้นบ้านใหม่” เท่านั้น

สนามกีฬาหลัก ใช้งบประมาณ 431 ล้านปอนด์ ไม่ใช่งานของ FOA แต่เป็นการออกแบบของบริษัทที่มีฐานอยู่ที่ Kansas City ชื่อ Populous ซึ่งได้เปลี่ยนชื่อมาจาก HOK sport ในปี 2009 งานโครงสร้างที่มีน้ำหนักเบาและหลังคาสีขาว ถูกวิจารณ์ว่าขาดความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ Tom Dyckhoff นักวิจารณ์งานสถาปัตยกรรมของหนังสือพิมพ์ The Times ลอนดอน เรียกมันว่า “ผิดหวังอย่างน่าเศร้า” สถาปนิกชาวอังกฤษ Piers Gough บอกกับหนังสือพิมพ์ The Guardian ว่า “มันเป็นสนามกีฬา IKEA ดูโปร่งโล่ง ตรงไปตรงมา และไม่ยุ่งยาก เราคาดหวังสนามกีฬาที่ทำให้ตื่นตะลึงแต่น่าเสียดายที่มันไม่ใช่” และ Ellis Woodman จากนิตยสาร Building Design เขียนไว้ว่า “สนามนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าต้องการมุ่งเน้นที่ความประหยัด ซึ่งตรงข้ามกับสนามกีฬาในโอลิมปิกปี 2008 ที่กรุงปักกิ่งอย่างสิ้นเชิง ถึงแม้ว่านั่นคือความสำเร็จแต่ไม่ใช่ความสำเร็จทางสถาปัตยกรรม” Populous เป็นบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบอาคารกีฬาและสนามกีฬาเพียงแห่งเดียวในโลกที่ได้ออกแบบสนามกีฬาโอลิมปิกถึง 3 ครั้ง (ลอนดอน ซิดนีย์และโซซีของรัสเซียที่จะเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก ฤดูหนาวปี 2014) บริษัทยังได้ออกแบบสนามกีฬาแห่งชาติ Wembly ใหม่ในกรุงลอนดอนด้วย สำหรับสนามกีฬาโอลิมปิกที่ลอนดอนมีความท้าทายตรงที่ต้องจุผู้ชมได้มากถึง 80,000 คน และสามารถตัดออกไปได้ 55,000 ที่นั่งเพื่อให้เหลือสนามที่เล็กลงและใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น โครงหลังคาสร้างมาจากท่อส่งแก๊สที่ไม่ใช้แล้ว ริบบิ้นยาวหลายร้อยอันที่ทำจากผ้าหลากสีแขวนไว้ด้านนอกนั้นถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความเคลื่อนไหว ทั้งยังช่วยลดแรงลมรอบๆ สนามกีฬาอีกด้วย หินแกรนิตจากท่าเรือ King George V ถูกนำมาใช้ใหม่เพื่อสร้างเป็นฝั่งแม่น้ำของสนามกีฬา “ถ้าคุณสามารถนำสองในสามส่วนของสนามกีฬาออกมาหลังจากการแข่งขันโอลิมปิกคุณก็ประหยัดค่าใช้จ่ายในวงจรชีวิตของสนามได้สองในสามส่วน” ตัวแทนของ Populous กล่าวในหนังสือพิมพ์ ขณะที่นักวิจารณ์โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Woodman มีคำติในแง่ความสวยงาม เราคงยังตัดสินไม่ได้จนกว่าจะได้เห็นว่าสนามกีฬาแห่งนี้เข้าไปมีบทบาทในชีวิตหลังโอลิมปิกของชาวลอนดอนอย่างกลมกลืนเพียงใด

เครดิต: แปลจากบทความRaising the barในนิตยสาร Matter ฉบับ 9.2 เขียนโดย Nadine Robin Nathan

บทความนี้อยู่ในหมวด “วัสดุล้ำยุค”โดย Material ConneXion® Bangkok

« Back to Result

  • Published Date: 2013-05-23
  • Resource: www.tcdc.or.th