Articles

« Back to Result | List

Participatory Chinatown : สร้างเมืองผ่านโลกเสมือน

                ในยุคที่เด็กคุ้นเคยกับการใช้เมาส์ไม่ต่างจากปากกา และสื่อดิจิทัลได้กลายเป็นเครื่องมือสื่อสารหลักสำหรับคนรุ่นใหม่ไปแล้ว การใช้เทคโนโลยีเพื่อเปิดโอกาสให้คนในชุมชนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนา เมืองอย่างสร้างสรรค์ร่วมกัน จึงเป็นการเปิดประตูสู่วิถีแห่งอนาคตเพื่อสร้างเมืองในแบบที่ทุกคนอยากอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับชุมชนที่มีความเก่าแก่กว่าร้อยปีอย่างไชนาทาวน์ในเมืองบอสตัน

โลกเสมือนสู่รูปธรรม

ในที่สุด “Participatory Chinatown” โครงการสร้างไชน่าทาวน์แห่งอนาคตของบอสตัน ก็คืบหน้าจนเป็นรูปเป็นร่างไปเมื่อเดินที่แล้ว และสามารถเข้าถึงทุกคนในรูปแบบเกมออนไลน์ จากจุดเริ่มแรกในฤดูใบไม้ร่วงปี 2009 ที่ทุกอย่างยังเป็นเพียงแนวคิด จนกลายมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างชุมชนที่น่าอยู่กว่าเดิม ด้วยการร่วมมือระหว่าง Asian Community Development Corporation (ACDC) กลุ่มพัฒนาชุมชนชาวเอเชียที่ดำเนินงานมากว่า 20 ปี Emerson College โดย ผช.ศจ.เอริก กอร์ดอน และหน่วยงานซึ่งช่วยสนับสนุนด้านเทคโนโลยี Metropolitan Area Planning Council (MAPC) เมืองบอสตัน มลรัฐแมสซาชูเซตส์

                “แนวทางของเราเต็มไปด้วยนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ เราเป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่กลุ่มที่ได้รับโอกาสเปลี่ยนเกมออนไลน์ให้กลายเป็นที่ประชุมของชุมชน”เอริก กอร์ดอน ผู้ดูแล ออกแบบกำกับขั้นตอนการทำวิจัย กล่าวอย่างภูมิใจ “Participatory Chinatownจะเป็นสถานที่ซึ่งทุกคนในชุมชนสามารถแสดงความคิดเห็น ถกเถียงในเรื่องผังเมือง โดยไม่ต้องหน้าดำคร่ำเครียด เพราะบรรยากาศในการประชุมอยู่ท่ามกลางเกม ซึ่งช่วยผ่อนคลายได้มาก ทำให้ทุกคนกล้าเข้ามามีส่วนร่วม”

                เมืองปีที่แล้ว โครงการ “Participatory Chinatown” เป็นหนึ่งใน 19 โครงการจากทั่วโลกที่ได้รับรางวัลจากการประกวดด้านการเรียนรู้และสื่อดิจิทัล ในประเภท Innovation in Participatory Learning จากมูลนิธิแม็คอาเธอร์ ที่ให้เงินทุนสนับสนุนโครงการนี้ถึง 170,000 เหรียญสหรัฐฯ เพื่อสานต่อโครงการจากแรงบันดาลใจบนโลกไซเบอร์ให้เป็นรูปธรรมและเกิดขึ้นได้ในโลกแห่งความเป็นจริง

                กลุ่มทำงาน ซึ่งประกอบไปด้วยมันสมองด้านไอที ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและการวางผังเมือง และด้านสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงกลุ่มเยาวชนอาสาสมัคร ต่างมุ่งมั่นกับแนวคิดดังกล่าวผ่านการเชื่อมความสัมพันธ์ของคนในชุมชนกับนักพัฒนาเพื่อให้เกิดความสัมพันธ์แบบยั่งยืน ด้วยการใช้ 3D โลกเสมือนเป็นสื่อในการเข้าถึงคนในชุมชนโดยเฉพาะเยาวชน และเปิดโอกาสให้ทุกคนเรียนรู้และทำความเข้าใจวิถีชีวิตในไชนาทาวน์ ตลอดจนทำความรู้จักกับเพื่อนบ้านผ่านการใช้ตัวอวาทาร์ (Avatar) ซึ่งแต่ละตัวจะมีบทบาทในสังคมที่ต่างกัน โดยเยาวชนเหล่านั้นมีหน้าที่ในการดูแลชุมชนโลกเสมือน รับรู้ความเป็นไป และความต้องการของสมาชิกคนอื่นๆ เพื่อนำไปปรับปรุงภูมิทัศน์สิ่งแวดล้อม รวมทั้งจัดกิจกรรมนานาชนิดในพื้นที่จริง เช่น การจัดฉายหนังเพื่อสร้างความเข้าใจที่ดีของวัฒนธรรมจีนให้กับคนรุ่นใหม่

สร้างเมืองผ่านความรู้ เกม และความใส่ใจของชุมชน
ต่างจากการเล่นเกมโลกเสมือนอย่าง Second Life ที่เน้นเพียงความสนุกสนาน หัวใจหลักของโครงการ Participatory Chinatown ในบอสตัน คือการนำเยาวชนอายุระหว่าง 14-19 ปี ในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาตั้งแต่จุดเริ่มต้น อาทิ วิกเตอร์ มานูแอล โลเปซ หนุ่มวัย 18 ปี จากกัวเตมาลาที่เติบโตในลอนดอนก่อนย้ายมาอยู่ที่บอสตัน ลิซเบธ พิเมนเทิล ที่ครอบครัวอพยพมาจากสาธารณรัฐโดมินิกัน โครงการ A-VOYCE (Asian Voices of Organized Youth for Community Empowerment) โดยทั้งสี่เป็นผู้เก็บข้อมูลเริ่มตั้งแต่การถ่ายภาพทุกมุมของไชนาทาวน์เพื่อเป็นข้อมูลในการสร้างโลกเสมือน และแบ่งหน้าที่ในการพัฒนาด้านต่างๆ

                แม้วิกเตอร์และลิซจะไม่ได้เติบโตขึ้นในชุมชน ทั้งคู่ต่างก็ตื่นเต้นกับการเก็บข้อมูลและได้เรียนรู้เกี่ยวกับไชนาทาวน์เพิ่มมากขึ้น ส่วนคาเรนและเหมย ฮัวนั้น ถึงแม้จะคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับไชน่าทาวน์ แต่ก็ยังอดตื่นเต้นไม่ได้กับชุมชนในรูปแบบสามมิติ โดยลิซรับหน้าที่ดูแลการสร้างโมเดลสามมิติของโลกเสมือน คาเรนพัฒนาตัวอวาทาร์ เหมย ฮัวจัดการเรื่องการสัมภาษณ์ผู้คนในชุมชน อัพเดทบล๊อก รวมทั้งการจัดการเรื่องเอกสารทั้งหมด และวิกเตอร์รับหน้าที่ดูแลทางด้านการตลาด ทั้งนี้ การผลักดันให้เยาวชนได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเมืองนี้ทำให้ได้มุมมองที่แตกต่างจากเดิม และยังเป็นการช่วยเพิ่มทักษะในด้านต่างๆ ให้กับเยาวชนด้วย

                ในการจัดทำเมืองในโครงการ Participatory Chinatown นั้น ทีมงานเริ่มจากการถ่ายภาพตัวเมือง ตึก ถนน รวมทั้งบ้านและร้านค้าต่างๆ เพื่อนำมาขึ้นแบบ 3D โดยใช้โปรแกรม Google Sketch-up ด้วยกระบวนการที่ไม่ซับซ้อนของโปรแกรม ทีมงานเยาวชนจึงสามารถแสดงฝีมือในการพัฒนาและสร้างเมืองด้วยตัวเองได้อย่างเต็มที่ สมจริง ซึ่งถึงแม้จะเป็นผลงานของมือใหม่ แต่จัดว่ามีความสมบูรณ์อย่างมาก

                ล่าสุดหลังจากได้เปิดตัวเมืองในโลกเสมือนอย่างเป็นทางการไปเมื่อกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา โครงการ Participatory Chinatown ได้จัดการประชุมออนไลน์ของชุมชนไชนาทาวน์ในโลกเสมือนเพื่อปรึกษาเรื่องการพัฒนาพื้นที่ทางใต้ของเทิร์นไพค์ (Turnpike) ในไชนาทาวน์ โดยในขณะที่เข้าประชุม อวาทาร์ของผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนได้เรียนรู้ถึงประเด็นปัญหาพื้นที่ที่เกิดขึ้น และร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างสร้างสรรค์ ทั้งนี้ ในระหว่างการประชุมมีการแปลภาษาเป็นภาษากวางตุ้ง สำหรับผู้ที่ไม่ชำนาญการใช้ภาษาอังกฤษ รวมทั้ง มีการสอนการใช้คอมพิวเตอร์ด้วย

ไชนาทาวน์ ชุมชนสร้างสรรค์
ชาร์ลส แลนดรี (Charles Landry) ผู้แต่งหนังสือ The Art of City Making (2006) กล่าวไว้ว่า “การสร้างเมืองคือศิลปะที่ไม่มีสูตรสำเร็จ เพราะมีองค์ประกอบที่มากกว่าเรื่องที่เห็นได้ชัดอย่างสถาปัตยกรรม วิศวกรรม หรือแผนการจัดสรรพื้นที่ มุมมองใหม่ในการสร้างเมืองจึงอยู่ที่ว่า ทำอย่างไรเราจะสร้างเมือง ‘สำหรับโลกนี้’ มากกว่าเมืองที่จะอยู่ในโลกนี้”และยังเสริมไว้อีกว่าการสร้างเมืองอย่างสร้างสรรค์จะสำเร็จไปไม่ได้ หากขาดจุดร่วมที่สามารถเชื่อมต่อคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ จุดที่เขาเหล่านั้นสามารถพบปะ สนทนา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและปัญหาภายในชุมชน

                จะมีเมืองไหนที่น่าอยู่ไปกว่าเมืองที่ตอบสนองความต้องการของคนในชุมชนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทคโนโลยีที่หลายคนกังวลว่าเป็นต้นเหตุช่องว่างระหว่างคนต่างรุ่น (Generation) กลับทำหน้าที่เชื่อมโยงคนเหล่านั้นเข้าหากันได้อย่างน่าทึ่ง Participatory Chinatown จึงเป็นชุมชนออนไลน์ที่อาจกลายเป็นกลไกต้นแบบให้กับการพัฒนาเมือง “สำหรับโลกนี้”

ไชนาทาวน์ ย่านเก่าแก่ในบอสตัน
ไชนาทาวน์ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซสต์ ก่อตั้งเมื่อปี 1870 แรกเริ่มนั้นมีชาวบอสตันเชื้อสายอเมริกันเข้ามาตั้งรกรากอาศัยในพื้นที่บริเวณนี้อยู่ก่อน ต่อมาเมื่อมีการสร้างรางรถไฟจึงทำให้อีกหลากหลายเชื้อชาติทยอยเข้ามาอาศัยอยู่ที่นี่ รวมถึงชาวไอริช ยิว อิตาเลียน ไซเรียน และจีน

                ในช่วงปลายปี 1900 เริ่มมีโรงงานผ้าเข้ามาเปิดในไชนาทาวน์ จนเกิดเป็นเขตอุตสาหกรรมโรงงานผ้าที่สำคัญในประวัติศาสตร์ ก่อนจะทยอยปิดตัวลงในปี 1999

                ปัจจุบัน ไชนาทาวน์ยังคงเป็นศูนย์กลางของเอเชียน-อเมริกัน มีทั้งชาวจีน ญี่ปุ่น กัมพูชา และความเวียดนามเป็นเจ้าของบรรดาร้านรวงต่างๆ บริเวณนี้ยังจัดว่าเป็นพื้นที่ที่มีประชากรอยู่หนาแน่นที่สุดในบอสตัน จากสถิติในปี 2000 มีผู้คนอาศัยอยู่ราว 28,000 คนต่อหนึ่งตารางไมล์ และร้อยละ 70 ของไชนาทาวน์เป็นคนเอเชีย ล่าสุด ไชนาทาวน์บอสตันแห่งนี้ยังเป็นหนึ่งในสี่ชุมชนที่อยู่ในแผนการปรับวิสัยทัศน์ของอเมริกา ซึ่งรวมถึงโครงการ Participatory Chinatown ด้วย

มูลนิธิแม็คอาเธอร์
มูลนิธิแม็คอาเธอร์ ก่อตั้งโดย จอห์น ดี และ แคธรีน ที แม็คอาเธอร์ (John D. and Catherine T. MacArthur) ในปี 2006 ด้วยทุนก่อตั้ง 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จุดเริ่มต้นของมูลนิธิเกิดจากความต้องการสนับสนุนสื่อใหม่อย่างสื่อดิจิทัล ซึ่งจัดว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อวิถีชีวิตและแนวคิดในปัจจุบัน ทั้งนี้ มุ่งเน้นการทำงานในกลุ่มวัยรุ่น ไม่ว่าจะเป็นการเล่น การเรียนรู้ การสร้างเครือข่ายทางสังคม โดยมูลนิธิแม็คอาเธอร์ให้การสนับสนุนเพื่อพัฒนาการศึกษา รวมถึงสถาบันการศึกษาที่มุ่งเน้นเกี่ยวกับด้านนี้โดยเฉพาะ

                สำหรับโครงการประกวดด้านการเรียนรู้และสื่อดิจิทัล (Digital Media and Learning Competition) เป็นอีกหนึ่งโครงการที่มูลนิธิแม็คอาเธอร์เป็นผู้สนับสนุนหลักในฐานะที่ช่วยยกระดับการใช้สื่อดิจิทัล

บางส่วนจาก 700 โครงการที่ได้รับรางวัล จากมูลนิธิแม็คอาเธอร์

• โครงการ Women Aloud: Videoblogging for Empowerment (WAVE) ของประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นโครงการที่สนับสนุนให้ผู้หญิชาวอินเดียอายุระหว่าง 18-25 ปีที่รายได้ต่ำ ได้แสดงวามคิดเห็นในเรื่องต่างๆ อาทิ ความเท่าเทียมทางเพศ การจ้างงาน การศึกษา ฯลฯ ผ่านการถ่ายคลิปวิดีโอแล้วนำมาอัปโหลดขึ้นบนบล๊อค โดยผู้หญฺงเหล่านี้จะได้รับการถ่ายทอดเรื่องราวเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการสื่อสาร ได้รับเงินสนับสนุน 107,000 เหรียญสหรัฐฯ

• โครงการ Wildlab ของสหรัฐอเมริกา เป็นโครงการที่นำเทคโนโลยีล่าสุดของมือถืออย่าง GPS และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของ iPhone ในการสะสมข้อมูลและรายงานผลเพื่อนำไปวิเคราะห์และใช้ในแล็บทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ ทั้งนี้ นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการสามารถตั้งคำถามและตั้งสมมติฐานต่างๆ เพื่อต่อยอดองค์ความรู้ได้ต่อไป ได้รับเงินสนับสนุน 195,000 เหรียญสหรัฐฯ

• โครงการ Virtual Peace ของสหรัฐอเมริกา โครงการเกมเสมือนจริงเกี่ยวกับเรื่องของการเมืองและเสรีภาพ โดยจำลองสภาพแวดล้อมให้ผู้เล่นได้เรียนรู้นโยบายของรัฐบาลและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ตัวเกมเน้นการปลูกฝังสภาวะความเป็นผู้นำ การดำรงรักษาวัฒนธรรม การแก้ปัญหาต่างๆ รวมทั้งการแก้ปัญหาวิกฤตที่เกิดจากภัยธรรมชาติ ได้รับเงินสนับสนุน 238,000 เหรียญสหรัฐฯ

Google Sketch-up

คือ โปรแกรมการออกแบบ 3D ของกูเกิ้ลที่ Participatory Chinatown นำมาใช้ในการทำโมเดลเพื่อสร้างโลกเสมือน โดยโปรแกรมนี้ได้รวบรวมเครื่องมือสำหรับวาดรูปและการทำ 3D ไว้ด้วยกัน ทำให้สามารถดาวน์โหลดออกมาใช้ได้ฟรี ทั้งนี้เมื่อสร้างโมเดล Participatory Chinatown เสร็จแล้ว ยังสามารถนำไปพล็อตลงใน Google Earth ได้อีกด้วย

เรื่องโดย นิศากร แก่นมีผล และ อนุตรา อึ้งสุประเสริฐ

« Back to Result

  • Published Date: 2011-02-07
  • Resource: www.creativethailand.org