Articles

« Back to Result | List

Manchester (Not) Dangerous : แมนเชสเตอร์ เมืองปลอดภัยที่ออกแบบได้

ภาพจาก Creative Commons (flickr.com/creativecommons) By Peter.Loore

                แมนเชสเตอร์ เมืองใหญ่อันดับต้นๆ ของสหราชอาณาจักร ครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองอุตสาหกรรมแต่ได้ปฏิรูปพลิกโฉมให้เป็นมหานครร่วมสมัย ซึ่งมีชื่อเสียงไปทั่วโลกในฐานะศูนย์กลางศิลปะวัฒนธรรม ดนตรีและชีวิตกลางคืน ตลอดจนสนามกีฬาระดับโลกของสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

                แต่ในขณะเดียวกัน แมนเชสเตอร์ก็มี ‘ชื่อเสีย’ ในฐานะเมืองที่มีหัวขโมยชุกชุมและมีสถิติอาชญากรรมสูงที่สุดในประเทศอังกฤษ โจทย์ใหญ่ที่ท้าทายสภาเมืองแมนเชสเตอร์ก็คือ ทำอย่างไรจึงจะสร้างชุมชนที่ปลอดภัยและเป็นมิตรให้ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวรู้สึกอุ่นใจในการใช้ชีวิตในเมือง

ต่อกรอาชญากรรม
จากสถิติของกระทรวงมหาดไทย ประเทศอังกฤษ เมืองแมนเชสเตอร์มีการย่องเบาเกิดขึ้น 7,167 ครั้งในช่วงปี 2008-2009 หรือเฉลี่ย 35 ครั้งต่อทุก 1,000 ครัวเรือน นับเป็นเมืองที่มีหัวขโมยชุกที่สุดในประเทศอังกฤษ ซึ่งเมื่อประกอบกับการแจ้งความอาชญากรรมต่างๆ อาทิ จารกรรมยานยนต์ การทำร้ายร่างกาย ฉกชิงวิ่งราว จึงทำให้ตัวเลขอาชญากรรมในปี 2008-2009 ของเมืองแมนเชสเตอร์พุ่งสูงถึง 283,040 คดี นับเป็นตัวเลขที่ไม่น่าอภิรมย์นักสำหรับเมืองแมนเชสเตอร์ ที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาพัฒนาเมืองและยกระดับคุณภาพชีวิตประชากร เพื่อเบียด
เบอร์มิงแฮมขึ้นมาเป็นเมืองรอง (Second City) ของสหราชอาณาจักร

                ตำรวจแมนเชสเตอร์ไม่ได้นิ่งนอนใจ ตรงกันข้าม พวกเขาพยายามรับมือกับโจรผู้ร้ายอย่างจริงจังมาตลอด เริ่มจากการสร้างสโลแกนแทนคำสัญญาว่า ‘Fighting Crime and Protecting People’ เพิ่มความถี่ในการออกตรวจบริเวณที่มีโจรผู้ร้ายและอันธพาลชุกชุม เพิ่มความเข้มงวดกวดขันในการรักษาความปลอดภัยในบริเวณศูนย์กลางของเมืองในช่วงเทศกาล จัดเขตปลอดแอลกอฮอล์ทั่วเมืองในวันที่มีการแข่งขันฟุตบอลนัดสำคัญ รวมถึงการจัดทำแผนที่อาชญากรรม (Crime Mapping) เพื่อช่วยวิเคราะห์รูปแบบและแนวโน้มการเกิดอาชญากรรม สำหรับการพัฒนาเทคนิคและกลยุทธ์ในการแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้มีการเผยแพร่แผนที่ดังกล่าวทางเว็บไซต์ (http://maps.police.uk/view/greater-manchester) เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับประชาชนในการหลีกเลี่ยงอาชญากรรม รวมถึงการดูแลและป้องกันตนเองเมื่ออยู่ในพื้นที่เสี่ยง

ผลของความพยายามดังกล่าว คือสถิติอาชญากรรมที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากรายงานล่าสุดของกรมตำรวจแมนเชสเตอร์ ที่ทำสำรวจในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาพบว่า สถิติอาชญากรรมโดยเฉลี่ยในเมืองนั้นลดลงร้อยละ 12.9 จาก 23178 คดีต่อเดือนในปี 2009 เหลือเพียง 20,198 คดีต่อเดือนในปี 2010

ไม่เพียงเท่านั้น ความพยายามในการยกระดับการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตำรวจแมนเชสเตอร์ ยังรวมถึงความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ และการเปิดรับอาสาสมัครและอบรมคนในชุมชนให้มาร่วมเป็นเจ้าหน้าที่พิเศษ (Special Constables) เพื่อช่วยเป็นหูเป็นตาอีกแรง

ภาพจาก  www.wikipedia.com

                โดยเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา กรมตำรวจแมนเชสเตอร์ได้ร่วมมือกับหน่วยดับเพลิงและกู้ภัยเมืองแมนเชสเตอร์ และโครงการประกันสุขภาพแห่งชาติ (National Health Service หรือ NHS) เพื่อลดอัตราการย่องเบาและดูแลความปลอดภัยให้ผู้อยู่อาศัยกลุ่มเสี่ยง อาทิ ผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่พักฟื้นอยู่ที่บ้าน ในระยะทดลองโครงการสามเดือนแรก นางพยาบาลของแต่ละเขตจะรับหน้าที่พูดคุยสอบถามสารทุกข์สุกดิบของชาวบ้านระหว่างการออกเยี่ยมไข้ตามบ้าน และหน่วยงานที่รับผิดชอบจะเข้ามาช่วยมาติดตั้งกลอน โซ่คล้องประตู หรือแม้กระทั่งสัญญาณกันขโมยให้กับบ้านที่ต้องการ

                “การเข้ามาช่วยติดตั้งสัญญาณกันขโมยหรือกลอนประตูอันใหม่ให้นั้นอาจจะดูเหมือนสิ่งเล็กๆ น้อยๆ แต่จุดประสงค์หลักของเรา คือ การเข้าถึงประชาชนในพื้นที่และทำให้พวกเขารู้สึกปลอดภัย อุ่นใจ และไม่ต้องคอยหวาดระแวงภัยเวลาอยู่ในบ้านของตัวเอง”แซม โคเฮน สมาชิกสภาท้องถิ่นกล่าว“ เราหวังว่าเคมเปญนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างความแตกต่างและการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในชุมชน

ออกแบบความปลอดภัย
จริงอยู่ว่าการติดตั้งกล้องวงจรปิดนั้น มีส่วนช่วยในการลดและป้องกันเหตุอาชญากรรมให้น้อยลงได้ และเมืองแมนเชสเตอร์ก็มีกล้องวงจรปิดถึง 200 ตัว ติดตั้งกระจายอยู่รอบเมือง แต่กลุ่มดีไซเนอร์ชาวอังกฤษคิดว่า นั่นเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ การออกแบบที่ดีต่างหากที่จะช่วยลดและป้องกันการก่ออาชญากรรมได้อย่างแท้จริงและยั่งยืน พวกเขาจึงรวมตัวกันสร้างโครงการ ‘Design Out Crime’ ขึ้นมา โดยมี Design Council ของประเทศอังกฤษเป็นตัวเชื่อมสำคัญ เพื่อรับมือกับมิจฉาชีพด้วยความคิดสร้างสรรค์

                ตัวอย่างผลงานของ Design Out Crime คือ ฮูม พาร์ค (Hulme Park) สวนสาธารณะที่อยู่ห่างจากตัวเมืองแมนเชสเตอร์ไปหนึ่งไมล์ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นดงมิจฉาชีพและมีสถิติการปล้นชิงทรัพย์สูงมาก เนื่องจากทางเดินในสวนเปลี่ยวและมีต้นไม้หนาทึบให้โจรซ่อนตัว ทีมงานจึงร่วมมือกับตัวแทนชุมชนเพื่อแปลงโฉมสวนสาธารณะนี้เสียใหม่ ให้เป็นพื้นที่สีเขียวที่ชาวเมืองสามารถมาใช้ได้อย่างอุ่นใจ โดยเริ่มจากการตัดต้นไม้ใหม่ให้เตี้ยและโปร่งตา สร้างทางเดินและเลนจักรยานในสวนให้เชื่อมต่อถึงกันตามแบบสวนสาธารณะแบบเปิด เพื่อป้องกันไม่ให้อาชญากรใช้เป็นที่ซ่อนตัว นอกจากนี้ ทางทีมงานยังทำข้อตกลงกับโครงการบ้านจัดสรรบริเวณรอบสวนให้สร้างบ้านหันหน้าเข้าหาฮูม พาร์ค ทั้งนี้ก็เพื่อให้คนในชุมชนสามารถเป็นหูเป็นตาให้กันเองได้ แถมเจ้าของบ้านยังได้วิวสวนสวยๆ เป็นของแถมอีกต่างหาก สภาเมืองแมนเชสเตอร์เองก็ยื่นมือเข้ามาช่วย โดยการจัดกิจกรรมและงานเทศกาลต่างๆ ที่สวนสาธารณะแห่งนี้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของสวนร่วมกัน ผลจากความพยายามทั้งหมดนี้ทำให้ตัวเลขอาชญากรรมที่เกิดในสวนลดลงอย่างเห็นได้ชัด แถมยังมีผลพลอยได้คือราคาอสังหาริมทรัพย์บริเวณรอบๆ ที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย

คนละไม้ คนละมือ
การสร้างเมืองที่ปลอดภัยและพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวเมืองนั้นไม่สามารถทำได้ หากขาดความร่วมมือจากคนในชุมชน สภาเมืองแมนเชสเตอร์จึงริเริ่มแคมเปญ ‘Be Proud, Love Manchester’ ขึ้นเมื่อปีก่อน เพื่อส่งเสริมให้ชาวเมืองแมนเชสเตอร์รักและภูมิใจในชุมชนและบ้านเกิดของตนเอง โดยจัดกิจกรรมและตั้งกลุ่มอาสาสมัครหลากหลาย ตั้งแต่ปิกนิกในสวน สัปดาห์ปั่นจักรยาน ไปจนถึงโครงการ ‘เทพพิทักษ์ชุมชน’ (Community Guardian) ที่เปิดรับอาสาสมัครเพื่อช่วยดูแลความสะอาดและสิ่งแวดล้อมภายในเมือง ที่ได้รับความร่วมมือจากชาวเมืองอย่างดี จนทำให้ในปี 2009 เมืองแมนเชสเตอร์มีสวนสาธารณะที่ได้รับรางวัล Green Flag Award ซึ่งมอบให้กับสวนสาธารณะที่ร่มรื่น ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัยสูง และมีพื้นที่อเนกประสงค์ให้ประชาชนได้พักผ่อนหย่อนใจ เล่นกีฬา และทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัวถึง 29 แห่ง (เพิ่มจาก 11 แห่ง ในปี 2005)

                นอกจากนี้ สภาเมืองยังจัดงบประมาณให้แก่โครงการ ‘CASH’ ซึ่งเป็นโครงการที่จัดทำขึ้นเพื่อสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชน โดยให้ตัวแทนของแต่ละชุมชนคิดโครงการเพื่อพัฒนาท้องถิ่นของตนให้ปลอดภัยและน่าอยู่มากขึ้น มานำเสนอเพื่อของบประมาณส่วนนี้ไป โดยจำนวนเงินที่จัดสรรให้นั้นจะแตกต่างกันไปตามขนาดของชุมชนและโครงการที่ได้รับการอนุมัติ  โครงการนี้ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลา 11 ปี ตัวอย่างโครงการที่ได้รับเงินสนับสนุนจาก CASH ในปีก่อนๆ ได้แก่ การจัดเวิร์คชอปจัดสวนและปลูกต้นไม้ให้แก่ผู้อพยพ นักโทษ และชาวเมืองในเขตกอร์ตัน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของแมนเชสเตอร์ และการสร้างสนามเด็กเล่นบริเวณชานเมือง โดยในปี 2010 สภาเมืองแมนเชสเตอร์ได้ตั้งงบนี้ไว้ถึง 1.2 ล้านปอนด์

                แมนเชสเตอร์ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การลดอาชญากรรมและสร้างความรู้สึกปลอดภัย ไม่ใช่ความรับผิดชอบของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์แต่เพียงฝ่ายเดียว หากแต่ต้องได้รับความร่วมมือจากหลากหลายฝ่าย ทั้งด้านนโยบายและเงินสนับสนุนจากภาครัฐ รวมไปถึงการระดมมันสมองเพื่อวางผังเมืองและออกแบบภูมิสถาปัตย์ที่เหมาะสม หัวใจสำคัญที่สุดที่ขาดไม่ได้ คือการร่วมมือร่วมใจกันของคนในชุมชน ทั้งหมดนี้ จึงจะได้สูตรสำเร็จของการสร้าง ‘เมืองปลอดภัย’ได้อย่างเต็มร้อยและยั่งยืน


ภาพจาก Creative Commons (flickr.com/creativecommons) By smemon87

• Stretford End อัฒจรรย์ฝั่งตะวันตกของสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด สนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่รวมตัวของสาวกปีศาจแดงพันธ์แท้ที่ร้องเพลงเชียร์ดังสนั่นตลอดเกม บริเวณ Stertford End มีรูปปั้นของเดนิส ลอว์ อดีตนักเตะตำนานของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่ได้รับฉายาว่า King of Stretford End

• แมนเชสเตอร์เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงไม่แพ้ลอนดอน โดยเป็นที่ตั้งของ The Arndale Center ศูนย์การค้าในเมืองที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป

• The Lowry แกลอรี่และโรงละครที่ตั้งชื่อตาม L.S. Lowry ศิลปินชื่อดังของอังกฤษในต้นศตวรรษที่ 20  ตัวอาคารเป็นทรงเรือเดินสมุทรและมีพื้นที่เท่ากับสนามฟุตบอล 5 สนาม เพื่อรองรับการจัดนิทรรศการและกิจกรรมทางศิลปะต่างๆ

• Royal Exchange Theatre อาคารอันโออ่าซึ่งเคยเป็นตลาดซื้อขายฝ้าย ปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในโรงละครที่ใหญ่และดีที่สุดในโลก

• ถ้าไม่นับลอนดอนแล้ว แมนเชสเตอร์เป็นเมืองที่มีจำนวนประชากรเกย์และเลสเบี้ยนเยอะที่สุดในประเทศอังกฤษ มีการจัดงาน Manchester Pride เป็นประจำทุกปีบริเวณ Canal Street ในปีนี้จัดขึ้นในวันที่ 27-30 สิงหาคม

ตำรวจออนไลน์
ในยุคนี้ที่ใครๆ ก็ใช้ชีวิตออนไลน์ ตำรวจเมืองแมนเชสเตอร์เลยปิ๊งไอเดียสร้างแอพพลิเคชั่น GMP (Great Manchester Police) ขึ้นเพื่อติดต่อสื่อสารกับผู้ใช้ Facebook และเป็นช่องทางให้ประชาชนในพื้นที่แจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายและเบาะแสคดีอาชญากรรมได้เพียงปลายนิ้วคลิก เท่านั้นยังไม่พอ กรมตำรวจแมนเชสเตอร์ยังรวบรวมคลิปวิดีโอการปฏิบัติงานของตำรวจในการจับคนร้ายและปิดคดีต่างๆ ไว้ใน Youtube พร้อมอัพเดทข่าวสารและข้อร้องเรียนของประชาชนแบบเรียลไทม์ทาง Twitter อีกด้วย

SMALL CHANGE = BIG DIFFERENCE
ในประเทศอังกฤษ เหตุทะเลาะวิวาทในผับของลูกค้าขาเมานั้นเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนเป็นเรื่องธรรมดา แต่แม็กซ์ เพเรซ เจ้าของผับแห่งหนึ่งในแมนเชสเตอร์ เริ่มมองว่าเรื่อง ‘ปกติ’ นี้ ชักจะเริ่ม ‘ผิดปกติ’ เพราะผู้คุมผับของเขาโดนแทงที่หน้าอกด้วยแก้วเบียร์ และแม็กซ์เองก็โดนฟาดด้วยขวดเบียร์ที่ใบหน้าจนบาดเจ็บสาหัส เขาจึงคิดได้ว่า แก้วเหล้าและขวดเบียร์นั้นคืออาวุธดีๆ นี่เอง เขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนมาเสิร์ฟเบียร์ในแก้วที่ทำจาก ‘แก้วเหนียว’ (Toughened Glass) ซึ่งแตกยากกว่าแก้วทั่วไป หรือถ้าแตกก็จะเป็นเม็ดเล็กๆ ไม่มีคม และยังโปรโมทให้บาร์อื่นๆ หันมาใช้แก้วแบบนี้ด้วย ผลก็คือผับเขาลูกค้าเยอะขึ้นและสถิติผู้บาดเจ็บจากการทะเลาะวิวาทในบาร์นั้นก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

เรื่องโดย  ณัฐพร ศรีศิริรังสิมากุล

« Back to Result

  • Published Date: 2011-02-07
  • Resource: www.creativethailand.org