Articles

« Back to Result | List

งานชุมนุมเทพแห่งการนำเสนอ

เมื่อวันที่ 1 –2 ตุลาคมที่ผ่านมา TCDC ได้จัดงานชุมนุมทางความคิดประจำปี Creativities Unfold Bangkok 2011  โดยมีวิทยากรทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศมาบรรยายหัวข้อที่น่าสนใจมากมาย ผมคิดว่าผู้อ่านหลายท่านคงได้ร่วมงานนี้และประทับใจกับงานอย่างมากครับ 

ในบทความนี้ ผมจะกล่าวถึงเทคนิคการนำเสนอและการออกแบบสไลด์ที่น่าสนใจของวิทยากรในงานนี้ คงไม่มีใครปฏิเสธว่า การนำเสนอเป็นเรื่องสำคัญมากในการทำงานยุคปัจจุบัน ดังนั้นผู้ที่นำเสนอเก่งย่อมได้เปรียบในหลายเรื่อง แต่การนำเสนอไม่ใช่พรสวรรค์ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด  มันเป็นทักษะอย่างหนึ่งที่เราสามารถเรียนรู้และพัฒนาให้ดีขึ้นได้ ดังนั้นเรามาเรียนรู้เรื่องการนำเสนอจากสุดยอดวิทยากรเหล่านี้กันครับ

ผมสรุปเทคนิคการนำเสนอที่น่าสนใจจากงาน Creativities Unfold ได้ดังนี้คือ 1. เน้นการใช้ภาพที่น่าสนใจ  2. สไลด์อ่านง่าย   3. ใช้สื่อที่หลากหลาย  4. รู้จริงและหลงใหลเรื่องของตนเอง  5. เข้าถึงผู้ฟัง  โดยมีรายละเอียดดังนี้ครับ

1.  เน้นการใช้ภาพที่น่าสนใจ

สไลด์นำเสนอส่วนใหญ่ที่เราเห็นในชีวิตประจำวัน มักเต็มไปด้วยตัวอักษร ข้อความ บูลเล็ตพอยต์ทั้งหน้า ทำให้น่าเบื่อ  ผู้ชมไม่เห็นภาพและไม่เข้าใจในสิ่งที่นำเสนอ  แต่การใช้ภาพที่น่าสนใจในสไลด์ จะดึงดูดผู้ชมได้มากกว่า ปัจจุบัน หนังสือการนำเสนอแนวใหม่ทุกเล่มจะบอกว่า ควรใช้ภาพในสไลด์มากกว่าการใช้ข้อความทั้งหน้า วิทยากรทุกคนในงาน Creativities Unfold 2011 ก็ใช้ภาพประกอบที่น่าสนใจในสไลด์เช่นกันครับ

 

จะเห็นได้ว่า ภาพในสไลด์ที่ประกอบการบรรยายนั้น ไม่ใช่ Clip Art อย่างที่เราพบเห็นกันทั่วไป แต่เป็นภาพถ่ายคุณภาพดีหรือมีรายละเอียดสูงชัดเจนครับ  ข้อสังเกตเพิ่มเติมอีกอย่างคือ ไม่มีการใช้ template ในสไลด์  ภาพในสไลด์จะทำหน้าที่เป็นพื้นหลังในสไลด์ด้วย  โปรดสังเกตว่าภาพในสไลด์จะมีขนาดเต็มจอ  ดังนั้นสไลด์ทุกหน้าจะแตกต่างกัน และน่าติดตามมากกว่าการใช้ template เหมือนกันทุกหน้า

2.  สไลด์อ่านง่าย

ถึงแม้ว่าเราควรเน้นภาพในสไลด์เป็นหลัก แต่ไม่ได้หมายความว่า ห้ามใส่ตัวอักษรหรือข้อความในสไลด์ การหาภาพประกอบสไลด์เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลามาก ดังนั้น จึงไม่จำเป็นว่าทุกหน้าสไลด์จะต้องมีภาพทั้งหมด เราสามารถใส่ข้อความได้ในสไลด์ได้  แต่ข้อความในสไลด์จะต้องอ่านออก ชัดเจน มีขนาดใหญ่ ดังตัวอย่างในภาพข้างล่าง

 

หลักสำคัญในการทำให้ข้อความอ่านง่ายคือ ตัวอักษรต้องมีขนาดใหญ่   สไลด์ไม่ควรมีบูลเล็ตพอยต์มากนัก เพื่อทำให้สามารถขยายขนาดตัวอักษรได้เต็มที่  ถ้าเราใส่บูลเล็ตพอยต์ในสไลด์มาก จะทำให้ตัวอักษรมีขนาดเล็ก   ปัจจัยที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ สีของตัวอักษรกับสีพื้นหลังต้องตรงกันข้ามหรือคอนทราสกัน  ถ้าอักษรมีสีอ่อน เช่นสีขาว สีพื้นหลังสไลด์ต้องสีเข้ม เช่น สีดำหรือสีน้ำเงิน  ถ้าอักษรมีสีเข้ม สีพื้นหลังสไลด์ต้องมีสีอ่อนครับ

เราสามารถออกแบบสไลด์ให้มีทั้งภาพและข้อความรวมกันก็ได้เช่นกัน โดยยึดหลักว่า ทั้งภาพและตัวอักษรอ่านง่ายและเห็นชัดเจน ดังตัวอย่างรูปข้างล่างครับ

3.  ใช้สื่อที่หลากหลาย

โดยปกติเรามักใช้ซอฟต์แวร์พาวเวอร์พอยต์ในพีซี หรือคีย์โน้ตในเครื่องแมคเพื่อนำเสนอ แต่ผู้นำเสนอหรือวิทยากรที่เก่ง ๆ จะใช้สื่อนำเสนอที่หลากหลาย เช่น ใช้วิดีโอคลิป มีของจริงประกอบการบรรยาย ตัวอย่างเช่น ลุค วิลเลียมส์ ได้เปิดวิดีโอคลิปเรื่อง Frozen Grand Central ให้ดูระหว่างการบรรยาย ซึ่งเรียกเสียงฮือฮามาก

http://www.youtube.com/watch?v=jwMj3PJDxuo&ob=av3e

อีริค รีเวอร์ ผู้จัดการฝ่ายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของโรงเรียนแอนิเมชั่นโกเบอแลงส์ ได้เปิดวิดีโอคลิปแอนิเมชั่นซึ่งเป็นผลงานของนักเรียนหลายเรื่อง  ผู้สนใจสามารถดูได้ที่ยูทูบโดยค้นหาด้วยคำว่า  gobelins animation

 

ดร.เดนนิส ฮอง ผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์ ได้นำผลงานหุ่นยนต์ของเขาแสดงบนเวที

   

4.  รู้จริงและหลงใหลเรื่องของตนเอง

วิทยากรทุกคนในงาน Creativities Unfold เป็นผู้เชี่ยวชาญ และมีความรู้จริงในงานของตนเองอย่างลึกซึ้ง และหลงใหลหรือมี passion ในหัวข้อของตนเองอย่างมาก ทำให้ผู้ฟังรู้สึกคล้อยตามและโน้มน้าวไปกับเนื้อหา   ผมคิดว่านี่เป็นหัวใจสำคัญอย่างมากของการเป็นวิทยากรและผู้นำเสนอที่ดี  ถ้าเราไม่มีความรักหรือไม่เชี่ยวชาญในหัวข้อที่เราจะบรรยาย  ถ้าเราไม่มีความเชื่อมั่นในหัวข้อที่เราพูด คนฟังจะเชื่อเราได้อย่างไร ?

5. เข้าถึงคนฟัง

การนำเสนอที่น่าเบื่อที่สุด คือการนำเสนอที่ผู้บรรยายยืนอยู่ข้างหลังโพเดียม มองจอคอมพิวเตอร์ ทำตัวห่างเหินจากผู้ฟัง  หลังจากที่บรรยายเสร็จแล้ว อีก 10 นาทีต่อมา ผู้ฟังก็ลืมทุกอย่างจนหมด เพราะผู้บรรยายไม่เข้าถึงในใจของผู้ฟัง

ดังนั้นผู้นำเสนอที่ดีควรเข้าถึงคนฟัง ไม่ควรทำตัวห่างเหินผู้ฟัง  ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี วิธีแรกที่ง่ายที่สุดคือ การมีรีโมทควบคุมสไลด์  เพื่อที่ผู้บรรยายไม่ต้องนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ คอยกดเลื่อนสไลด์ตลอดเวลา แต่สามารถเดินไปมาได้สะดวก รวมทั้งการเดินเข้าหาผู้ฟัง เช่น ลุค วิลเลียมส์ ได้เดินเข้ามาหาผู้ฟังพร้อมกับบรรยายไปด้วย

การเปิดโอกาสให้ผู้ฟังได้ซักถามก็ทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่ามีส่วนร่วมมากขึ้น  วิทยากรและผู้นำเสนอที่ดีจะต้องมีช่วงเวลาถามตอบหรือ Q & A แก่ผู้ฟังเสมอ  ถ้าผู้ฟังไม่ค่อยมีการตอบสนอง ก็สามารถใช้รางวัลเป็นของจูงใจได้ เช่น อีริค รีเวอร์ บอกว่า ผู้ที่ถามเขา 3 คนแรกจะได้รับดีวีดีรวบรวมผลงานแอนิเมชั่นของโกเบอแลงส์   คุณสานิต หวังวิชา จะมอบเสื้อแก่ผู้ที่ตั้งคำถาม เป็นต้น

ผู้อ่านสามารถนำเทคนิคการนำเสนอ 5 ข้อที่กล่าวมาแล้ว ไปประยุกต์ใช้กับการนำเสนอของตนเองได้ครับ ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอ 15 นาทีหรือการบรรยาย 3 ชั่วโมง เราไม่จำเป็นต้องใช้ทั้ง 5 ข้อพร้อมกัน แต่สามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม

ผมแนะนำว่า เวลาที่เราไปฟังบรรยายหรือสัมมนาที่ไหนก็ตาม ลองสังเกตเทคนิคการนำเสนอที่ดีของผู้นำเสนอ เพื่อที่เราจะได้นำมาปรับหรือประยุกต์ใช้กับการนำเสนอของตนเองต่อไป ถ้าการนำเสนอของเราวันนี้ยังไม่ดีพอ ก็ต้องบอกตัวเองว่า การนำเสนอครั้งหน้าของเราจะต้องดีกว่านี้ครับ !

« Back to Result

  • Published Date: 2011-12-02
  • Resource: www.creativethailand.org