Creative Knowledge

« Back to Result | List

Travel Material: บันทึกจากสถาปัตยกรรมในเวนิส

ศิลปินหลายคนมีความสนใจเป็นพิเศษในการทดลองใช้วัสดุกับงานของตน George Beylerian (CEO และผู้ก่อตั้ง Material ConneXion) ได้พบเห็นสิ่งเหล่านี้ เมื่อไปชมนิทรรศการ Venice Biennale ครั้งที่ 53 ที่จัดขึ้นเมื่อต้นปี 2552 และเขาได้รายงานจากเวนิสถึงผลงานที่มีรูปลักษณ์อันน่าตื่นเต้นของสองศิลปิน คือ GUALTI และ Federica Marangoni ศิลปินผู้หลงใหลในตัววัสดุ ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้พวกเขาสร้างสรรค์ผลงานที่มีรูปทรงหลากหลายด้วยวิธีและรูปแบบที่แตกต่างกัน

GUALTI: เส้นสายของแสง (Shoot of Light)

ใจกลางของ Dorsoduro เป็นกล่องอัญมณีสีขาว มีพื้นที่เกือบ 12 ฟุต x 12 ฟุต ซึ่งเต็มไปด้วยอัญมณีที่สวยงามอ่อนช้อยและน่าหลงใหลประดับบนร่างกาย อย่างไรก็ตามอัญมณีเหล่านี้ไม่ได้ทำจากทองหรือเพชรพลอย แต่ใช้เส้นด้ายจากเส้นใยไนลอนและเรซินเป็นวัสดุพื้นฐานในการทำงาน ผลงานชิ้นนี้เป็นงานที่ GUALTI (Gualtiero Salbego) สามารถออกแบบและสร้างสรรค์ออกมาได้อย่างงามวิจิตร เครื่องประดับชุดนี้ประกอบด้วยแถบคอเสื้อที่มีตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ที่ดูหรูหรา คอเสื้อและสายรัดข้อมือที่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างสง่างามและมีรูปทรงคล้ายผีเสื้อนี้ เรียงจับเป็นรวงจีบอย่างประณีตและเลือกใช้โทนสีสว่างได้อย่างนุ่มนวล โดยใช้เรซินเป็นวัสดุหลักและร้อยเรียงด้วยเส้นใยไนลอน วิธีการเช่นนี้สะท้อนถึงความทรงจำในวัยเด็กเมื่อครั้งที่เขาดึงรากไม้ออกจากดินราวกับเป็นงานศิลปะอย่างหนึ่ง เขาได้สร้าง “Shoots of Light” ประหนึ่งว่าเป็นส่วนที่ต่อขยายออกมาจากร่างกาย นิ้วมือที่สามารถรับรู้และไวต่อการสัมผัสของศิลปินผู้นี้บ่งบอกถึงประสบการณ์ในการทำงานที่สั่งสมมาตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยรุ่นได้เป็นอย่างดี เมื่ออายุ 13 ปี เขาได้ทำงานในห้องปฏิบัติการของศิลปิน/ช่างปั้นเซรามิกคนหนึ่ง ที่เมือง Capodimonte ครั้นพออายุ 18 ปี เขาได้พัฒนาความหลงใหลให้เป็นสิ่งที่สามารถสวมใส่ได้ โดยมักจะออกแบบเป็นรูปทรงโค้งเว้าและเล่นกับความยืดหยุ่น ราวกับว่าเป็นสิ่งที่ต่อขยายออกมาจากชิ้นงานศิลปะของเขา เขาอธิบายว่างานของเขาไม่ใช่งานแฟชั่นแต่เป็นงานศิลปะ ผลงานของเขาเป็นกระจกสะท้อนถึงความต้องการ ที่แสดงออกมาผ่านทางรูปทรงและสีสันของผลงาน หรืออีกนัยหนึ่งคือ GUALTI ได้สร้างความอัศจรรย์ผ่านสี รูปแบบ ส่วนโค้ง รูปทรง และความละเอียดอ่อนของผลงาน ถือได้ว่าเขาเป็นนักมายากลที่เล่นกับรูปทรงและสีอย่างแท้จริง

Federica Marangoni: ดินแดนในอุดมคติ (Places of Utopia)

วันที่ 9 พฤศจิกายน ผลงานของศิลปิน นักออกแบบ และปฏิมากรแสงชาวเวนิส Federica Marangoni ที่ชื่อว่า “No more” ซึ่งเป็นผนังที่ประกอบขึ้นจากแผ่นกระจกที่ถุกทำให้แตกและตกแต่งด้วยหลอดนีออนสีแดง ได้จัดแสดงขึ้นที่ จัตุรัส Piazza della Scala ในงานกิจกรรมสาธารณะ “Plaza: Beyond the Limit 1989-2009, Milan’s open-air museum, Contemporary Art for the XX Anniversary of the fall of the Berlin Wall” ผลงานชิ้นนี้มีรูปทรงที่สะเทือนอารมณ์และสามารถสื่อความรู้สึกของผู้ชมให้เข้าถึงเรื่องราวที่ถ่ายทอดอยู่บนกำแพง ซึ่งเป็นอารมณ์ของตัวศิลปินที่แสดงออกมาเป็นเรื่องราวที่มองเห็นได้ แผ่นกระจกที่โปร่งใสและถูกตัดอย่างหยาบๆ วางซ้อนกันเป็นชั้นๆ หลอดนีออนสีแดงเข้มจัดเรียงเป็นคำว่า “no more” อยู่บนผิวหน้า ภายนอกประดับด้วยแผ่นโลหะโปร่งแสงและเศษแก้วสีแดงที่แตกละเอียดกองอยู่ตรงด้านล่างของผนังกระจก ทั้งหมดนี้รวมกันเป็นองค์ประกอบที่สะท้อนถึงความแข็งแรง แลดูมีพลัง จากเศษกระจกสีแดงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดแห่งเมืองเวนิส

นครนิวยอร์กก็มี “ต้นไม้แห่งชีวิต” (The Tree of Life) ของ Marangoni เช่นกัน ซึ่งเพิ่งจะสร้างปรากฎการณ์สุดแปลกตาไปได้ไม่นานนัก บนถนนในย่านแมนฮัตตัน บริเวณบ้านเลขที่ 211 East 70th Street ด้านล่างที่พักของนักสะสม Willian และ Ophelia Rudin งานประติมากรรมสูง 17 ฟุตที่ดูคล้ายกับตู้คอนเทนเนอร์แนวตั้งขนาดใหญ่นี้ คือการเชื่อมแผ่นเหล็กสองแผ่นเข้าด้วยกัน แต่ละแผ่นถูกเจาะเป็นรูปทรงคล้ายต้นไม้ที่กำลังเติบโตเข้าหากัน ภายในตกแต่งด้วยหลอดไฟนีออนเรืองแสงสีเขียวสดใส ส่งสัญญาณเป็นนัยว่าจำนวนของต้นไม้กำลังลดลง แสงไฟจำลองในประติมากรรมชิ้นนี้ มีบทบาทสำคัญที่จะทำให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาในเมืองรู้สึกเหมือนกำลังทำงานท่ามกลางธรรมชาติที่ว่างเปล่า

Federica Marangoni คือศิลปินผู้สร้างสัญลักษณ์ด้วยแสง และยังเป็นผู้ที่สามารถสร้างสรรค์ทั้งสิ่งที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ โดยใช้หลักการเปรียบเทียบที่เด่นชัดและเข้าถึงอารมณ์ของการใช้ชีวิตประจำวันในสังคมปัจจุบัน ตลอดจนสะท้อนปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรงที่มักจะเกิดขึ้นเป็นประจำ เขาได้รังสรรค์ผลงานมาเป็นเวลาหลายปี จนกระทั่งได้กลายเป็นอีกบุคคลหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์ศิลป์และการออกแบบ ภาพ: ผลงาน “ต้นไม้แห่งชีวิต (Tree of life)” ปี 2007 ของ Federica Marangoni ที่ William and Ophelia Rudin Collection นิวยอร์ค ปี 2009 ทำจากแผ่นเหล็กสองแผ่นที่เจาะให้เป็นรูปต้นไม้มีหลอดไฟสีเขียวที่ขอบด้านใน มีขนาด 196.85×74.01×43.307 นิ้ว โดยรวมขนาดของหินที่เป็นฐานตั้ง (ถ่ายรูปโดย Tony Veccaro)

บทความนี้อยู่ในหมวด วัสดุล้ำยุค โดย Material ConneXion® Bangkok จากบทความ “Travel Material: Notes from the Venice Architecture” ในนิตยสาร Matter ฉบับ 6.4 เขียนโดย George Beylerian

« Back to Result

  • Published Date: 2010-11-10
  • Resource: www.tcdc.or.th
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป