Creative Knowledge

« Back to Result | List

เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish

ฟ้า หิรัญกร นิกรแสน วาดภาพมาตั้งแต่เธอจำความได้ เรียนรู้การวาดภาพด้วยตัวเองมาตลอด ด้วยสไตล์ที่ดิบ โผงผาง ตรงไปตรงมา ทำให้เธอถ่ายทอดตัวตนออกมาผ่านลายเส้นขาวดำที่หนักแน่น เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร บอกเล่ามุมมองที่เธอมีต่อสิ่งต่างๆ ใกล้ตัว หยิบนั่นผสมนี่ออกมาเป็นสไตล์ที่มองปราดเดียวก็ดูออกว่าเป็นผลงานสุดยูนีคของเธอ

Hirunkorn1.jpg

เกิดใหม่ที่อังกฤษ
หลังจากจบการศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒแล้ว ฟ้าได้เดินทางไปเรียนภาพประกอบที่มหาวิทยาลัย Bournemouth ประเทศอังกฤษ ประสบการณ์ที่นั่นดีแค่ไหนคงอธิบายได้ง่ายๆ ด้วยประโยคที่เธอบอกว่า “เราไปเกิดใหม่ที่นั่น” ฟ้าเกริ่น “ที่เมืองไทยไม่สามารถพูดสิ่งที่เราคิดออกมาได้เลย เราถูกหาว่าเวิ่นเว้อมาตลอด แต่เราคิดว่ามันเป็นเรื่องสำคัญในการบอกให้ทุกคนรู้ว่าเรารู้สึกยังไง ในทางกลับกัน ที่อังกฤษ สิ่งที่เขาต้องการคือการถ่ายทอดสิ่งที่อยู่ภายในของเราออกมาให้มากที่สุด ปล่อยของที่มีออกมาให้หมด เราเหมือนเกิดใหม่เลย”

ฟ้าเล่าว่าหลังจากที่อาจารย์นำงานของศิลปินมาให้เธอศึกษา ก็ได้พบว่าศิลปินที่นั่นมีจุดยืนที่มั่นคงเป็นของตัวเอง มีที่ให้ปล่อยของได้ตลอด มีคนพร้อมจะตามดูงานที่พวกเขาทำออกมาอย่างสม่ำเสมอ ทำให้รู้สึกว่ามันยังขายได้ ยังไปต่อได้ เธอจึงยึดวิธีการทำงานรูปแบบการผลิตสิ่งของ สินค้าจำนวนจำกัดด้วยตัวเอง เช่น ศิลปินอังกฤษมักทำภาพพิมพ์เป็นโปสเตอร์ขาย ฟ้าก็นำไอเดียนี้มาปรับเป็นสินค้าที่เน้นฟังก์ชันขึ้นอีกหน่อยให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าในประเทศไทย ด้วยการสกรีนลายภาพที่เธอวาดลงบนกระเป๋าผ้า สกรีนลงบนเสื้อยืด “เราเคยให้โรงงานทำแล้วมันต้องมีจำนวนขั้นต่ำอย่างละ 50 100 ตัว ซึ่งเป็นการลงทุนด้วยเงินจำนวนมาก แต่การอัดบล็อกเอง ปาดบล็อกเอง เราเอามาลองทำตามก็ได้ผล อาจจะไม่ได้เงินเยอะ แต่มีความสุข พอทำเองทุกขั้นตอน ควบคุมได้ทุกอย่าง ต้นทุนมันถูกลงเยอะมาก ทำให้เราเริ่มรู้ว่าจะอยู่ได้อย่างไร”

Hirunkorn2.jpg

Hirunkorn13.jpg

ฟ้าเล่าเสริมว่าทุกวันนี้เธอมีงานหลักเป็นการทำงานบริษัท ดูแลด้านเอกสารทั่วไป แต่เธอจะใช้วันหยุดเสาร์อาทิตย์มอบให้แก่โปรเจกต์ของตัวเองอย่างเต็มที่“จังหวะเหมาะพอดีกับที่ช่วงนี้ในบ้านเรามี selected shop เยอะขึ้น มีคนติดต่อเข้ามาชวนเราทำสินค้าขาย เมื่อก่อนต้องทำทุกอย่างเองทั้งหมดตั้งแต่คิดไอเดียจนเอาไปฝากขายตามร้านต่างๆ เดี๋ยวนี้ก็เพียงแต่วาดภาพต้นฉบับอย่างเดียวแล้วฝากให้เขาจัดการให้ต่อจนจบแล้วมาแบ่งเปอร์เซ็นต์การขายกันในภายหลัง”

ส่วนผสมระหว่างตะวันตกกับตะวันออก
“สไตล์ของเรามาจากคนที่อังกฤษแหละ เป็นความ east meet west ที่อธิบายด้วยคำว่า strong energetic bold punk เพราะเราเป็นคนแรง ตรง โผงผาง เป็นนิสัยของเราที่คิดอะไร รู้สึกอะไรก็พูดเลย ออกจะแอนตี้สังคมหน่อยๆ ไม่ชอบคนที่ไม่มีจุดยืน หรือคนที่ไหลไปตามกระแสสังคม เราคิดว่าคนเราเกิดมาก็ไม่เหมือนกันแล้ว ทำไมต้องอยากเหมือนคนอื่น ทำไมไม่แตกต่างเหมือนกัน ทุกคนมีดวงดาวเป็นของตัวเอง ทุกคนมีสไตล์ของตัวเอง ดีกว่าจะต้องเหมือนกันไปหมดไม่งั้นไม่ใช่พวกเดียวกับฉัน มันเป็นไปไม่ได้ คนเราเป็นเพื่อนกันยังคิดไม่ตรงกันเลย แต่ต้องอยู่ร่วมกันให้ได้” แนวทางภาพของฟ้าจึงมักเป็นภาพหญิงสาวหน้าตานิ่งๆ เหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ตลอด เต็มไปด้วยความขบถในแววตาและความหนาของเส้นที่วาดลงบนกระดาษ แต่นอกจากนั้นฟ้าก็ยังสนใจการวาดรูปอาหาร บรรยากาศในร้านอาหารอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

Hirunkorn8.jpg

Hirunkorn9.jpg

“เราสนใจบรรยากาศร้านอาหารเอเชียในอเมริกา พวกร้านเทคอะเวย์ อาหารไทยที่รสชาติเอาใจฝรั่ง ซึ่งเป็นส่วนผสมระหว่างตะวันตกกับตะวันออก ผสมกันแบบงงๆ ตลกๆ เหมือนพวกพังก์ที่มีสไตล์บ้าๆ บอๆ หน่อย”ฟ้ายกตัวอย่างให้เห็นชัดเจนขึ้นด้วย ภาพถ่ายถุงกระดาษพิมพ์ลายเสาชิงช้าที่นำมาเขียนอักษรจีนทับลงไปแล้วยกไปตั้งบนราวตาผ้าในห้องน้ำ หรืองานวาดภาพกล่องหมี่ผัดที่ดังมากในอเมริกา บะหมี่ในกล่องกระดาษถูกมองเป็นตัวแทนความเป็นเอเชียของคนตะวันตก ผสมผสานเข้ากับภาพผู้หญิงที่ถูกเชือกมัด เป็นความเฮนไตแบบญี่ปุ่น ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเอเชียในมุมมองคนเอเชียเอง

Hirunkorn6.jpg

จุดกึ่งกลางระหว่างทุนนิยมกับศิลปะ
“เราเป็นคนช่างสังเกต อะไรที่เป็นประเด็น เราไม่ค่อยปล่อยให้มันผ่านไป บางทีมีอะไรโผล่ขึ้นมาในสมองอย่างเดียวก็วาดออกมาเลย มีสมุดโน้ตที่ไว้ใช้จดเวลาที่จู่ๆ นึกอะไรขึ้นมาได้ก็จะตื่นมารีบจดไอเดีย จดความคิดไว้ บางทีใช้ได้เลย หรือสเก็ตซ์เก็บไว้ บางทีเดินผ่านตามถนน อะไรน่าสนใจก็ถ่ายรูปเก็บไว้ เราจะไม่ใช้วิธี 1 ไป 2 จะเก็บทุกอย่างไว้ในสมอง ถึงเวลาจะดึงมาใช้ได้เอง” ฟ้าอธิบายว่าเธอชอบที่จะเรียนรู้ทุกอย่าง เก็บสะสมข้อมูลสิ่งละอันพันละน้อยไว้กับตัวเอง แล้วหยิบบางชิ้นบางอันมาผสมกันเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ในแต่ละวันเธอจึงมีอินพุตเข้าไปในตัวเองเยอะมาก “เราเป็นคนคิดเยอะ คิดนั่นคิดนี่ตลอด ข้อดีคือทำงานได้ไม่รู้จบ คิดต่อยอดจากสิ่งหนึ่งไปอีกสิ่งได้เร็วมาก แต่ข้อเสียคือไม่มีสมาธิเพราะหยุดคิดไม่ได้ ลำดับความสำคัญไม่ค่อยได้”

แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องทำงานกับลูกค้า รับโจทย์งานที่ไม่ได้เป็นความคิดของตัวเอง 100% ก็จำเป็นต้องปรับวิธีปกติของตัวเองลงครึ่งนึงไปผสมกับวิธีการทำงานแบบที่เรียนมาจากมหาวิทยาลัย ก็จะออกมาเป็นจุดกึ่งกลางที่ลงตัวพอดี ฟ้าเล่าว่าหลายครั้งที่ลูกค้าก็ปฏิเสธวิธีการทำงานของเธอ แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องปกติของฟรีแลนซ์ ที่นอกจากจะต้องหางานและหารายได้ให้ตัวเองตลอดเวลา ก็ต้องไม่ลืมที่จะฝึกฝนวิธีการทำงานในแบบที่ตัวเองถนัดไปด้วย”

Hirunkorn4.jpg

Hirunkorn7.jpg

ศิลปะที่เปิดกว้าง
ฟ้าเล่าถึงซีนผลงานของเธอที่ชื่อว่า ‘Having Sex First Time’ ซึ่งเป็นตัวแทนถ่ายทอดความทรงจำอันมีค่าที่เธออยากบันทึกไว้ “เราอยากเก็บความรู้สึกตอนนั้นไว้ ก็เลยกลายมาเป็นซีนเล่มนี้ ตอนนั้นจำอะไรไม่ค่อยได้ เราวาดรูปไม่เต็ม เพราะเป็นความทรงจำที่เบลอๆ เขินๆ ถ้าจั่วหัวมาแบบนี้คนก็จะมองว่าแรง แต่จริงๆ ไม่ได้มีฉากอะไรอย่างนั้นเลย มีแต่ความรู้สึกล้วนๆ เรารู้สึกว่ามันมีค่ามาก ต้องเป็นคนที่คุยกันประมาณหนึ่งจนรู้สึกว่าน่าจะโอเคถึงจะเล่าให้ฟัง หยิบมาให้ดู ซึ่งก็มีคนรับได้มากกว่าที่คิดเยอะเลย มีคนที่พร้อมจะเข้าใจ เพียงแต่หาเขาให้เจอเท่านั้นเอง ทำยังไงถึงจะหาเจอ คนที่ไม่มีปัญหาที่จะเสพงานเราอย่างไม่มีอคติใดๆ”

เธอกล่าวย้อนไปถึงช่วงเวลาในต่างประเทศที่สังคมมีความเปิดกว้างต่อแนวคิดทุกรูปแบบ ทำให้เธอได้พูด ได้แสดงออกสิ่งที่ต้องการอย่างเต็มที่ เธอจึงส่งงานหลายๆ ชิ้นไปแสดงยังต่างประเทศ “เรารู้ว่าเขาพร้อมที่จะดู ชอบไม่ชอบค่อยว่ากัน เขาจะไม่ตัดสินเรา ไม่บอกว่านั่นไม่ได้นี่ไม่ได้ มองหาพื้นที่ที่กล้าที่จะเปิดรับความเป็นตัวเรา 100%” เมื่อถามถึงความต้องการที่มากที่สุดที่สังคมไทยจะพึงมอบให้ศิลปินอย่างเธอได้ คำตอบนั้นแสนเรียบง่าย นั่นก็คือ “อยากให้สังคมให้อิสระกับคนทำงานศิลปะให้มากขึ้น ปล่อยให้เราได้ทดลองทำสิ่งที่เราต้องการ” ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยพื้นฐานการเคารพในคุณค่า แนวคิดหรือวิถีทางของกันและกัน ฟ้ามองว่าศิลปิน คนทำงานศิลปะ นักออกแบบต่างๆ ในเมืองไทยปัจจุบันไม่ต้องการอะไรไปมากกว่าความอิสระอีกแล้ว เพราะส่วนอื่นๆ พวกเขาสามารถยืนหยัดริเริ่มทำด้วยตัวเองได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการจัดงานนิทรรศการกันเอง หรือจับกลุ่มขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือกันและกันเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้วงการศิลปะแน่นแฟ้นและแข็งแรง พร้อมที่จะพัฒนาต่อไปทั้งในด้านคุณภาพและมูลค่าทางเศรษฐกิจ

Hirunkorn12.jpg

ก้าวสู่โลกใหม่ที่่ไม่เหมือนเดิม
“เราไม่ได้เกิดมาเป็นคนปกติ และไม่อยากเกิดมาเป็นคนปกติ เราไม่เข้าใจว่าคนเราจะอยากเหมือนคนอื่นไปทำไม เรา ไม่เหมือนใครอีกแล้วบนโลกนี้” ฟ้าย้ำอย่างหนักแน่น ตอนนี้เป้าหมายของเธอในตอนนี้จึงไปไกลกว่างานศิลปะบนแผ่นกระดาษ แต่เป็นการทำงานศิลปะลงบนเนื้อหนังของมนุษย์ ฟ้ากำลังมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้เรื่องการสักอย่างจริงจังเพื่อที่จะได้เป็นช่างสักอย่างที่ใฝ่ฝันไว้มาหลายปี “รอยสักเป็นเรื่องราว ประสบการณ์ชีวิตของเจ้าของที่เขาอยากถ่ายทอดเพื่อเตือนใจ ซึ่งจะอยู่กับตัวเขาตลอดไปจนวันตาย เว้นแต่จะไปลบรอยสักออก รอยสักของแต่ละคนคือสิ่งที่มีค่า ประสบการณ์ที่เป็นของเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว ด้วยความที่รอยสักมันพลาดไม่ได้ จึงต้องตั้งใจมากเป็นพิเศษ เป็นสิ่งที่เรามุ่งมั่นว่าจะต้องทำให้ได้ นอกจากค่าตอบแทนสูงแล้วมันยังทำให้เราได้วาดรูปที่เราต้องการด้วย”

เกร็ดคิดปิดท้าย
- การหาสัดส่วนที่เหมาะสมระหว่างความเป็นตัวเองกับความต้องการของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักออกแบบที่จะต้องหาสมดุลที่พอดีและพอใจทั้งสองฝ่ายให้ได้
- ยิ่งพบตลาดของตัวเองเจอเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้งานไปได้ไกลขึ้นเท่านั้น
- หาโอกาสใหม่ๆ ให้ตัวเองได้ทดลองทำ เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่พอทำไหว เริ่มจากสิ่งที่ถนัด

คุณสามารถติดต่อกับนักออกแบบได้โดยตรง  
คลิก view profile เพื่อเชื่อมต่อกับ HIRUNKORN

« Back to Result

  • Published Date: 2017-08-31
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป
  • Pinn Creative Space ห้องทดลองของงานฝีมือ