Creative Knowledge

« Back to Result | List

สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk

หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่ติดตามสื่อออนไลน์ไฟแรงอย่าง THE MATTER ในช่วงต้นปี 2017 ที่ผ่านมา นั่นแสดงว่าคุณเคยได้พบเห็นผลงานของมานะ - มนพร ศรีศุทธยานนท์ มาบ้างแล้ว ด้วยลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์ การใช้สีสันที่โดดเด่น ลายเส้นที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ขับเน้นให้เนื้อหาที่ซับซ้อน เข้าใจง่ายขึ้น หรือเพิ่มความน่าตื่นเต้นให้แก่เรื่องราวที่ยังไม่เคยมีใครรับรู้มาก่อน ด้วยการตีโจทย์ที่ลึกซึ้งและเนื้อหาที่สนุกสนาน ร่วมสมัยทำให้ผลงานของเธอเป็นที่จดจำและถูกจับจ้องทันทีว่านี่คืออีกหนึ่งคลื่นลูกใหม่ของวงการภาพประกอบที่น่าพูดถึงที่สุดคนหนึ่ง

Art of MANA DKK1.jpg

ความสนุกที่กลายเป็นความฝัน
มานะเล่าว่าตอนเด็กๆ เป็นคนค่อนข้างเก็บตัว ความสนุกของเธอ ตั้งแต่วัยอนุบาลจึงมักหมายถึงการวาดรูปเสียเป็นส่วนใหญ่ “พอวาดรูปแล้วมันสนุก เป็นความสนุกเหมือนที่บางคนอ่านหนังสือแล้วสนุก เล่นกับเพื่อนแล้วสนุก เราติดการวาดรูปมาตั้งแต่เด็ก แต่โรงเรียนไม่ได้บอกอะไรเรามากไปกว่า ชอบวาดรูปก็ต้องไปเป็นสถาปนิกจึงจะหาเลี้ยงตัวเองได้ แต่เราชอบวาดคน วาดบรรยากาศ ไม่ชอบวาดตึก ก็คิดมาตลอดว่ามันน่าจะมีทางออกอื่นที่เราจะทำสิ่งที่ชอบให้เป็นงานได้จริงๆ พอเข้าเรียนพิเศษติวศิลปะก็ได้รู้ว่ามีหนทางอื่นอีกเยอะแยะที่เราจะวาดรูปเลี้ยงตัวเองได้” แรงบันดาลใจส่วนใหญ่ของมานะมาจากการ์ตูนดิสนีย์ เธอเล่าว่าตั้งแต่จำความได้ก็จะเข้าไปเปิดดูคอนเซปต์อาร์ตในร้านหนังสืออยู่เสมอ “ทุกวันนี้ดูการ์ตูนก็ไม่ได้ดูเนื้อเรื่องแล้ว ดูสี ดูวิธีการจัดองค์ประกอบของแต่ละฉาก”

Art of MANA DKK11.jpg

ประสบการณ์กินได้
ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนหน้าจะจบมหาวิทยาลัย มานะจึงเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยที่ธนาคารทิสโก้ ด้วยเหตุผลที่ว่าเพื่อไม่ให้ตัวเองมีเวลาว่างเยอะเกินไปเดี๋ยวไม่กระฉับกระเฉง และเพื่อเรียนรู้ระบบการทำงานของบริษัทต่างๆ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ตอกบัตรเวลา 8 โมงเช้า ที่ต่างจากบริษัทสายกราฟิกส่วนใหญ่ซึ่งเข้างานเที่ยง บ่าย เป็นต้นไป

และแม้ปัจจุบันเธอจะลาออกจากสื่อออนไลน์ชื่อดังอย่าง The Matter แล้ว มานะก็ยังเล่าประสบการณ์การทำงานกับทีมได้อย่างครบถ้วน “ที่เคยทำงานกับ The Matter มา เป็นการทำงานที่ค่อนข้างพิเศษ เจอคนที่ไม่ธรรมดามาอยู่ด้วยกัน ทำให้นักวาดภาพประกอบทที่ไม่เคยอ่านหนังสือเลยอย่างเราซึ่ งเป็นปลายทางในการนำเสนอ ต้องอ่านบทความไปโดยปริยาย เพื่อนำเสนอออกมาเป็นภาพที่น่าสนใจ ทำสื่อที่ยากให้เสพง่าย ซึ่งทุกงานล้วนแต่เป็นงานด่วน เข้ามาแบบวันต่อวัน จึงต้องพร้อมสำหรับความหนักหน่วงอยู่เสมอ”

Art of MANA DKK6.jpg

Art of MANA DKK10.jpg

ห้องเรียนศิลปะที่ชื่อว่าชีวิต
มหาวิทยาลัยศิลปากรสอนให้เธอเรียนรู้ศิลปะอย่างเข้มข้น ส่วนช่วงเลาหนึ่งเดือนที่เธอได้ไปเรียนรู้ศิลปะในอีกมุมโลกที่ประเทศอังกฤษ ก็ทำให้ได้เห็นศิลปะในอีกด้านที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน “เราได้ไปเรียนพื้นฐานศิลปะใหม่อีกครั้ง แม้จะเรียนเรื่องเดียวกับที่เคยเรียนในมหาวิทยาลัยแต่ที่อังกฤษมีวิธีการสอนต่างกัน เวลาดรออิ้ง เด็กไทยจะวาดเหมือนจริงมาก แต่ที่นั่นจะให้ใช้ชาโคลคนละหนึ่งแท่ง เน้นแค่รูปร่าง แค่แสงเงา หรือแค่ฟีลลิ่ง ถึงจะเป็นคนมายืนให้วาด ก็วาดให้พอรู้ว่ากำลังทำท่าอะไรอยู่” มานะมองว่าการเป็นความสำคัญของศิลปะมีผลต่อการพัฒนาคุณภาพงานของศิลปินนักออกแบบในแต่ละพื้นที่ ที่อังกฤษเธอได้เห็นว่าประเทศที่ทุกพื้นที่คือการออกแบบเป็นอย่างไร

ทำงานอย่างมานะ
“เรื่องหนึ่งที่มหาวิทยาลัยสอนเราคือ เราเป็นกราฟฟิก เราไม่ได้เป็นศิลปิน เรื่องของอารมณ์ศิลปินเราคิดว่ามันควบคุมได้นะ ตอนแรกก็คิดแบบนี้เหมือนกัน มันเป็นฟิลลิ่งเป็นงานใช้อารมณ์ แต่ความเป็นจริงมันไม่ง่ายขนาดนั้น ไม่มีใครมานั่งรอคุณได้”

มานะเลือกใช้โปรแกรมโฟโตช็อปในการวาดภาพ ด้วยเหตุผลเพื่อความสะดวกในการปรับแก้ผลงาน ในเมื่อความละเอียดลออของงานฝีมือบนกระดาษไม่ตอบโจทย์ความรวดเร็วและหลากหลายของการทำงานในยุคนี้อีกต่อไป มานะเล่าถึงการทำงานที่เคยวาดสีน้ำลงบนกระดาษแล้วมีปัญหาเรื่องการแก้ไขไม่ได้ จึงต้องวาดเพิ่มเติมข้างๆ แล้วตัดต่อเข้าไปแทน ซึ่งจะผิดจากความคาดหวังของลูกค้าที่ต้องการความเนี้ยบจากงานวาดจริงทั้งหมดทุกครั้ง โฟโตช็อปจึงเป็นเครื่องที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการทำงานของมานะในตอนนี้ “การทำงานทุกครั้งที่ได้รับโจทย์มาก็จะมาดูว่าเราทำได้ไหม ศักยภาพเราเพียงพอไหม เราจะไม่ทำอะไรที่ฝืนตัวเองมากนัก แม้การลองทำอะไรที่ฝืนตัวเองบ้างก็จะทำให้เราได้พัฒนาขึ้น แต่ถ้าฝืนมากไปก็คงไม่ไหว เวลาทำงานเรามักคิดว่า ถ้าเราวาดเล่นจะทำอย่างไร จะได้ไม่รู้สึกกดดันจนเกินไป”

Art of MANA DKK8.jpg

มานะอธิบายถึงกระบวนการทำงานที่ไม่โรแมนติกเอาเสียเลยของเธอ ตั้งแต่การค้นคว้าข้อมูล หากนักวาดภาพประกอบยังมีความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่จะวาดไม่มากพอ ก็จำเป็นต้องวางแผนรีเสิร์ชให้เหมาะสม อาจจะกำหนดกับตัวเองว่าสามชั่วโมง เพราะศิลปะไม่มีอะไรที่ดีที่สุด แต่มีสิ่งที่ดีที่สุดของสามชั่วโมงนั้น “ถ้าเป็นการทำงานเราเลือกสิ่งที่ดีที่สุดในเวลาที่มี ถือว่าโอเคแล้ว บางคนไม่กล้าเรียกเงินเยอะ ทั้งที่งานตัวเองดีมาก สำหรับมาระพอได้รับโจทย์มาต้องดูเลยว่างานนี้ทำกี่วัน กี่ชั่วโมง เราอยากได้ค่าตอบแทนเท่าไหร่ เป็นวิธีที่เวิร์กที่สุดแล้ว”    

ประกอบสร้างตัวตน
นักวาดภาพประกอบ หรือจริงๆ ก็อาจกล่าวได้ว่าคนทำงานศิลปะทุกแขนงมีคู่แข่งเยอะขึ้นมาก ในยุคที่ใครๆ ก็เข้าถึงพื้นที่สื่อได้ไม่ยาก “เราไม่รู้ว่าเราอยู่ตรงไหน มีคนบอกว่าเราเก่ง แต่เราก็คิดว่าเราไม่เก่งไปพร้อมๆ กันด้วย เราเชื่อว่าการทำงานของแต่ละคนมันพัฒนาไปได้เรื่อยๆ นะ ทางรอดส่วนตัวคือ มีคนที่เก่งมากมาย เราต้องพัฒนาตัวเองตลอด คุยกับรุ่นพี่หลายๆ คน ทุกคนก็ยังวาดรูปอยู่ ยังไม่คิดว่าตัวเองเก่งแล้ว มองโลกในแง่บวกเข้าไว้ ไม่ได้งานนี้ งานหน้ายังมี งานในทุกวันนี้ไม่ได้หายากขนาดนั้น ถ้าเราไม่เลือกเยอะเกินไป” มานะเชื่อมั่นว่าต่อให้ความชอบของคนเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ถ้างานยังถูกมองว่าสวย ก็น่าจะยังมีคนชอบอยู่ดี “งานที่สวยแต่ขายไม่ออกก็มีแหละ แต่เราก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตามเทรนด์ตลอดเวลาก็ได้ โลกมันเปลี่ยนตลอดเวลาอยู่แล้ว เราจะไปวิ่งตามทุกคนไม่ได้ ก็ต้องมีจุดยืนของเรา พัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น เราเป็นตัวเองก็รู้ว่าตัวเองยังไม่ดีตรงไหน ก็ทำให้มันเป๊ะขึ้น มีจุดที่ยืนอยู่และจุดที่ต้องพัฒนา โอเคไม่เลือกงานไม่ยากจน แต่เราก็มีทางรอดของแต่ละคน ส่วนในประเทศไทยมานะมองว่ามันดีขึ้นเยอะเลยนะ แต่ก่อนกว่าคนหนึ่งจะดังขึ้นมาได้ ทุกคนวาดรูป แต่ต้องพยายามมากจริงๆ ถึงจะมีชื่อในวงการ แต่พอมีเฟซบุ๊ก หรือมีโครงการ เปิดที่จัดแสดงงาน คนก็วาดรูปได้เยอะขึ้น ดีขึ้น เมื่อมีคนเก่งเยอะๆ คุณก็ต้องพัฒนาตัวเองแล้ว เพราะมันมีสิ่งที่ดีกว่าให้เราเห็น ให้เราพัฒนาตามไป การแชร์ เผยแพร่งานไม่ได้ยากขนาดนั้นแล้ว คิดว่าทำให้มันง่ายขึ้นมากเมื่อเทียบกับแต่ก่อน”

Art of MANA DKK5.jpg
 
Art of MANA DKK7.jpg

ก้าวต่อไปของการเปลี่ยนแปลง
“อยากไปทำงานที่ต่างประเทศดู ลองทำที่ไทยมาสักพักแล้วก็อยากลองไปเรียนรู้ระบบ วิธีการคิดที่ไม่เหมือนเรา อาจจะได้อะไรมากขึ้น เวลาทำงานเราก็สู้นะ เราสนุกกับการทำงานมาก” มานะเล่าถึงความใฝ่ฝันของตัวเองในอนาคต ซึ่งนอกจากตัวเธอเองแล้ว ยังคิดไปถึงวงการศิลปะในเมืองไทยด้วย เธอมองว่า คนรุ่นก่อนได้พยายามอย่างเต็มที่ที่จะทำให้วงการนี้กว้างขวางขึ้น เราจึงได้เห็นคนทำงานศิลปะหลายๆ แขนงมารวมตัวกันจัดนิทรรศการ หรือทำอะไรบางอย่างร่วมกันมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้เผยแพร่ไปได้ง่ายขึ้น มานะพูดทิ้งท้ายว่า “ทุกวันนี้มันก็ค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ เราเองก็จะพยายามทำอะไรที่เราทำได้ต่อไป”

Art of MANA DKK2.jpg

เกร็ดคิดปิดท้าย

- สื่อโซเชียลมีเดียเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้ตัวเองสำหรับนักวาดภาพประกอบหน้าใหม่
- เรียนรู้ประสบการณ์การทำงานในวงการที่แตกต่างไปจากความคุ้นเคยของตัวเอง อาจช่วยเพิ่มอินไซต์หรือมุมมองใหม่ๆ ให้แก่การทำงานได้
- เรื่องเงินเรื่องใหญ่ ตกลงกับตัวเองให้ได้ถึงความคุ้มค่าในการทำงานจริงๆ ไม่ใช่ให้คนอื่นมากำหนดความต้องการของตัวเอง

คุณสามารถติดต่อกับนักออกแบบได้โดยตรง  
คลิก view profile เพื่อเชื่อมต่อกับ MANA DKK


« Back to Result

  • Published Date: 2017-08-31
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป
  • Pinn Creative Space ห้องทดลองของงานฝีมือ