Creative Knowledge

« Back to Result | List

แก้ปัญหาเมืองสร้างชุมชนให้ยั่งยืนด้วยกระบวนการร่วมสร้างสรรค์

งานออกแบบพัฒนาเมืองมีหลายระดับหลากสเกลไม่ว่าจะเป็นการออกแบบผังเมืองเพื่อรองรับการเติบโตตั้งแต่ระดับประเทศ จังหวัด อำเภอ หรือหน่วยเล็กๆอย่างชุมชน งานออกแบบพื้นที่สาธารณะ งานออกแบบป้ายรถเมล์ งานออกแบบทางเดินเท้า หรือแม้กระทั่งงานออกแบบถังขยะที่ตั้งอยู่ริมถนน โดยทั่วไปงานออกแบบพัฒนาเมืองถูกกำหนดทิศทางโดยนโยบายจากทางภาครัฐ แต่คำถามที่ตามมาคือ เราผู้ซึ่งเป็นประชาชน ผู้ได้รับผลกระทบทั้งทางตรง และทางอ้อมสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการออกแบบหรือไม่ ภาครัฐเปิดช่องให้เรามากน้อยแค่ไหน วันนี้ผมขอนำบทสัมภาษณ์จากแอเรียล เคนแนน ผู้อำนวยการด้านงานออกแบบและผลิตภัณฑ์ของเมืองนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ที่ใช้งานออกแบบบริการ (Service Design) และกระบวนการร่วมสร้างสรรค์ (Co-Create) เข้าไปมีบทบาทสำคัญในการออกแบบพัฒนาเมืองมาให้เราได้ศึกษา พร้อมปิดท้ายด้วยตัวอย่างดีๆกับงานออกแบบ “ลานกีฬาพัฒน์” ของชาวชุมชนเคหะคลองจั่น โดยยศพล บุญสม จากบริษัท ฉมา โซเอ็น จำกัด ที่ออกแบบพื้นที่ส่วนกลางผ่านกลไกการมีส่วนร่วมของชุมชน

แอเรียล เคนแนน กับทิศทางการแก้ปัญหาความซับซ้อนของเมืองด้วยการออกแบบ
จุดเริ่มต้น
 - เคนแนนคลุกคลีกับงานศิลปะและออกแบบตั้งแต่สมัยที่เธอยังเด็กตามรอยคุณแม่ที่เป็นนักออกแบบภูมิสถาปัตย์ เธอเข้าเรียนที่ Parsons สถาบันศิลปะและการออกแบบที่นิวยอร์ค โดยเลือกเรียน Integrated Design Program สถาบันแรกในสหรัฐอเมริกาที่สอนด้านนี้ เธอกล่าวว่า “นักออกแบบจำเป็นต้องรู้จักการทำงานกับผู้คนที่มีความเชี่ยวชาญหลากหลายเพื่อ แก้ปัญหาที่ยุ่งยากซับซ้อนที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้” หลังจบการศึกษา เธอทำงานกับ ESI Design ณ ที่นั่นเธอมีโอกาสได้ออกแบบเมืองใหม่ให้กับประเทศจีน จากจุดนั้นเองทำให้เธอสนใจทำงานด้านการออกแบบเมือง และตัดสินใจสมัครเข้าร่วมโครงการที่ Code for America โครงข่ายภาคประชาชนที่ร่วมทำงานกับภาครัฐเพื่อสร้างสิ่งดีๆ กลับคืนสู่สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่งานออกแบบพัฒนาเมืองอย่างเต็มตัวกับการทำงานในตำแหน่ง ผู้อำนวยการด้านงานออกแบบและผลิตภัณฑ์ (Director of Design and Product) ของเมืองนิวยอร์ค โดยเธอตัดสินใจเข้าร่วมเป็นหนึ่งในทีมงานของนายกเทศมนตรี บิล เดอ บลาซิโอ้ เพราะชื่นชมในนโยบายการพัฒนาเมืองของเขา
 
งานออกแบบบริการกับการพัฒนาเมือง - เคนแนนมองว่า การแก้ปัญหาเมืองมีความสลับซับซ้อน และจำเป็นต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาในการแก้ปัญหาแต่ละจุด สิ่งหนึ่งที่เธอใช้คือการนำงานออกแบบบริการเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาเมือง ยกตัวอย่างเช่น HOME-STAT โครงการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตให้กับคนแร่ร่อนตามท้องถนน ทั้งนี้ทีมงานไม่ได้มุ่งประเด็นศึกษาเฉพาะคนเร่ร่อนเท่านั้น แต่ทีมงานเชิญผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม (Stakeholders) เข้าร่วมโครงการ เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดพร้อมร่วมสร้างสรรค์ (Co-Create) หาทางออกที่ดีที่สุดทั้งในส่วนของการกำหนดนโยบาย รูปแบบการสื่อสาร การเก็บข้อมูล รวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างสรรค์งานบริการที่เหมาะสม ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้ภาครัฐทราบตัวเลขคนเร่ร่อนที่อาศัยในพื้นที่ที่แม่นยำมากขึ้น สามารถช่วยคนเร่ร่อนให้มีที่พักที่ปลอดภัยพร้อมมอบสวัสดิการที่เหมาะสมตรงความต้องการ โดยประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการแจ้งข้อมูลคนเร่รอน พร้อมตรวจสอบตำแหน่งคนเร่ร่อนได้จากหมุดที่ปักไว้บนแผนที่ในเว็บไซท์

ทุกโครงการที่พัฒนาจะมีการกำหนดเป้าหมาย และขอบเขตของโครงการเพื่อใช้เป็นข้อกำหนดในการตรวจสอบทุกครั้ง ที่สำคัญทีมงานจะเก็บข้อมูลงานวิจัย การพัฒนาเครื่องมือ (Tools) ที่ใช้ร่วมในการออกแบบ เพื่อแบ่งปันแนวคิดการทำงานให้กับเมืองอื่นๆด้วย เช่น New York’s Center for Economic Opportunity (CEO) ศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารรวมไปถึงงานวิจัยของเมือง

มุมมองของ “งานออกแบบ” - เคนแนนมองว่า “งานออกแบบ” ในวันนี้เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบ (System) ให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นพร้อมสร้างประสบการณ์ที่ประทับใจให้กับผู้ใช้ ทั้งนี้ทุกชิ้นงาน ทุกโครงการจะต้องมีความสวยงามด้วย เพราะถ้ามุ่งแต่ประโยชน์ใช้สอยอย่างเดียว มันไม่ใช่ความสำเร็จแบบ 100% สิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้ทุกโครงการประสบความสำเร็จคือ การเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมสร้างสรรค์ (Co-Create) โดยให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม (Stakeholders) เหมือนเช่นที่เธอ และทีมงานที่ทำให้คนนิวยอร์ค เข้ามาร่วมสร้างสรรค์กับโครงการพัฒนาเมืองมากขึ้น เพราะเมืองที่ดีไม่ได้มาจากนโยบายที่สวยหรู แต่คือ “ประชาชน” ที่มีส่วนสำคัญในการสร้างนิวยอร์คให้เป็นเมืองที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น



“ลานกีฬาพัฒน์” สร้างสรรค์ผ่านกลไกการมีส่วนร่วมของชุมชน
การออกแบบพื้นที่ส่วนกลางไม่ใช่การสร้างสวนสาธารณะ ปลูกต้นไม้ หรือสร้างสนามบอลเพียงอย่างเดียว แต่การออกแบบโดยนำความต้องการของชุมชนในพื้นที่ คือหัวใจสำคัญในงานออกแบบสร้างสรรค์ ที่ช่วยกระตุ้นให้คนในชุมชนเดินออกจากบ้านมาใช้พื้นที่ส่วนกลาง

มุมมองการทำงานเพื่อชุมชน - ยศพลมองว่า การทำงานเพื่อชุมชนไม่ได้เป็นเรื่องเศร้า แต่เป็นโจทย์ที่มีเงื่อนไข มีงบประมาณ มีความต้องการตามลักษณะของชุมชนนั้นๆ เราในฐานะนักออกแบบต้องทำหน้าที่บริหารจัดการภายใต้ข้อกำหนดเหล่านั้นให้ได้ สิ่งที่แตกต่างจากโครงการทั่วไปก็คืองบประมาณที่ได้รับส่วนใหญ่จะไม่มากมาย แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า “เราไม่สามารถทำได้”

จุดเริ่มต้น - ลานกีฬาพัฒน์ ตั้งอยู่บริเวณชุมชนเคหะคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงให้ความสำคัญต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีสุขภาพกายที่แข็งแรงและสุขภาพใจที่ดี ความพิเศษของลานกีฬาพัฒน์แห่งนี้คือการเปิดโอกาสให้ชาวชุมชนได้แสดงความคิดเห็น โดยทีมงานออกแบบจากอาศรมศิลป์ และบริษัท ฉมา โซเอ็น จำกัด ได้ส่งทีมงานเข้าไปพูดคุยกับชาวชุมชนทุกเพศทุกวัย เพื่อให้พื้นที่แห่งนี้ตอบสนองความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง

ร่วมสร้างสรรค์ - ลานกีฬาพัฒน์แห่งนี้ไม่เหมือนสวนสาธารณะทั่วไปที่จัดการโดยส่วนกลาง ทีมงานใช้กระบวนการออกแบบอย่างมีส่วนร่วม (Co-Create) โดยกระตุ้นให้ชุมชนเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็น พร้อมรับฟังแนวคิดว่าชาวบ้านอยากให้ลานกีฬาของเขาประกอบไปด้วยอะไรบ้าง เปิดโอกาสให้เขาช่วยกำหนดตำแหน่งมุมกิจกรรมต่างๆว่าควรอยู่ตรงไหน ก่อนนำความต้องการเหล่านั้นมาเป็นสร้างเป็น “โจทย์” ในการออกแบบ พร้อมกระตุ้นให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมในการตกแต่งพื้นที่ด้วย เช่น การร่วมกันทาสีสนามเด็กเล่นและลานกิจกรรม ส่งผลให้ชาวบ้านรู้สึกถึง “การมีส่วนร่วม” ในการออกแบบและพัฒนาลานกีฬาพัฒน์อย่างแท้จริง จากพื้นที่ที่เคยรกร้างเป็นป่า เป็นแหล่งมั่วสุมของนักเสพยา กลายเป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ พื้นที่ออกกำลังกาย สนามกีฬา สนามเด็กเล่น รวมไปถึงพื้นที่อเนกประสงค์สำหรับให้ชาวบ้านจัดกิจกรรมสันทนาการต่างๆ ความสำเร็จของ “ลานกีฬาพัฒน์” แห่งเป็นเป็นแรงบันดาลใจให้เจ้าของโครงการ (สำนักเลขาธิการ) นำกระบวนการออกแบบอย่างมีส่วนร่วม (Co-Create) เข้าไปพัฒนาโครงการต่อๆไปในอนาคต

ส่วนผสมของความสำเร็จ - ยศพล กล่าวว่า ไม่ว่าเราจะมีความเห็นขัดแย้งกับโครงการที่สร้างขึ้นโดยภาครัฐหรือคิดขึ้นโดยภาคเอกชนในมุมมองใดก็ตาม ท้ายที่สุดแล้ว โครงการจะประสบความสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อ ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน จะต้องทำงานร่วมกัน แต่โดยทั่วไปแล้วภาคประชาชนหรือชุมชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากโครงการต่างๆกลับไม่ได้ถูกหยิบยกมาเป็นหัวใจหลักในการพัฒนาพื้นที่อย่างแท้จริง ทั้งๆที่เขาเหล่านั้นมีข้อมูล มีความคิดเห็น และมีวิสัยทัศน์ ที่สามารถนำมาพัฒนาพื้นที่ได้

ดังนั้นการเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้าง “โจทย์” ผ่านกระบวนการออกแบบอย่างมีส่วนร่วม (Co-Create) คือพลังสำคัญที่ทำให้โครงการตอบสนองความต้องการของชุมชนมากที่สุด การมีส่วนร่วมนี้เองจะทำให้เขารู้สึกภาคภูมิ รู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ สิ่งที่ตามมาคือ ชาวชุมชนจะร่วมกันดูแลและใช้สถานที่อย่างเต็มประสิทธิภาพ

เครดิต
fastcodesign.com
Facebook-Klongjunstadium
creativemove/interview/yosapol
creativemove/klongjun-staduim

 

« Back to Result

  • Published Date: 2017-04-26
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป