Creative Knowledge

« Back to Result | List

กว่าจะมาเป็น Chiang Mai Design Week 2016

หลายคนคงทราบแล้วว่าปลายปีนี้เชียงใหม่กำลังจะมีเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ (Chiang Mai Design Week) เกิดขึ้นอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้นับเป็นครั้งที่ 2 แล้วที่เหล่าดีไซเนอร์ นักสร้างสรรค์ นักประดิษฐ์ รวมทั้งบรรดาผู้คนหลากสาขาอาชีพในแวดวงธุรกิจสร้างสรรค์จะได้ออกมารวมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลอง พบปะสังสรรค์ และแบ่งปันประสบการณ์ทางความคิดของพวกเขา ผ่านการนำเสนอผลงานบน 8 เวทีใหญ่ของเทศกาลฯ ที่เปรียบเสมือนสื่อกลางในการเผยแพร่ไอเดียดีๆ และสร้างโอกาสในการขับเคลื่อนศักยภาพของงานออกแบบ 

โดยครั้งนี้ TCDC เชียงใหม่ ในฐานะผู้จัดงานได้วางธีมของเทศกาลฯ ว่า New Originals ตั้งใจบอกเล่าถึงงานออกแบบที่นำความดั้งเดิมมาประยุกต์ให้เกิดเป็นงานดีไซน์แบบใหม่ เพื่อนำเสนอพลังความคิดสร้างสรรค์อันไม่หยุดนิ่ง สนองตอบต่อการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจการค้าและความเป็นเมืองที่เติบโตอย่างรวดเร็วของเชียงใหม่ โดยให้ความสำคัญกับการนำอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาผสมผสานเข้ากับเทคโนโลยี และกระบวนการออกแบบอันทันสมัย เพื่อเชื่อมโยงงานฝีมืออันทรงคุณค่าให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้คนในยุคปัจจุบัน 

และก่อนที่จะได้ไปชมความคิดสร้างสรรค์จากการนำคุณค่าดั้งเดิมในแบบ Original มาถ่ายทอดใหม่ในรูปแบบ New Originals เราอยากจะพาไปเจาะลึกถึงเบื้องหลังงานออกแบบที่น้อยคนนักจะรู้ว่ากว่าจะมาเป็นเชียงใหม่ดีไซน์วีคในปีนี้ ต้องผ่านกระบวนการคิดอย่างไรมาบ้าง รวมถึงความหมายของสัญลักษณ์สำคัญที่นำมาใช้สื่อสาร และเป็นตัวแทนของงานนี้อย่าง ห้อม หรือ Indigo ธีมสีหลักในปีนี้ กับ อาจารย์ขลุ่ย - ปรัชญา คัมภิรานนท์ ประธานกรรมการบริหารหลักสูตรศิลปะการถ่ายภาพ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้ดูแลและที่ปรึกษาด้าน Communication ของเชียงใหม่ดีไซน์วีค 



เรียบง่าย ชัดเจน สนุกสนาน สีสันงานออกแบบในโทน Indigo 

ด้วยความตั้งใจในการลดช่องว่างระหว่างดีไซเนอร์ ผู้สนใจงานออกแบบ และผู้คนที่ใช้ชีวิตในสังคมในมิติอื่นๆ ของเชียงใหม่ที่ไม่เกี่ยวของกับงานดีไซน์ให้แคบลง จึงนำมาสู่คีย์เวิร์ดของการออกแบบโทนเทศกาลฯ ปีนี้ คือ Simple/ Bold/ Fun หรือต้องมีความเรียบง่าย ชัดเจน และสนุกสนาน เพื่อให้คนทั่วไปเข้าใจได้ง่ายที่สุดผ่านการมอง แล้วอะไรล่ะที่มองปุ๊บ จะเข้าใจง่ายและเร็วที่สุดก็คือ สี ปัญหาต่อมาคือสีอะไรที่จะสามารถสื่อความหมายและเก็บรวบรวมความเป็นเทศกาลงานออกแบบของเชียงใหม่ไว้ได้ดีที่สุด 

หลังทำการรีเสิร์ชมากมายเราก็ได้ สีห้อม หรือ Indigo ซึ่งมีความเป็น Global เพราะเทคโนโลยี Indigo เกิดขึ้นทั่วโลก มีความเป็นสากล แต่ในขณะเดียวกันก็มีสไตล์รวมทั้งชื่อเรียกเฉพาะของแต่ละพื้นที่ ซึ่งตรงกับสิ่งที่อยากให้เทศกาลฯ คือ ความ Global Local

ประเทศไทยมีการใช้พืชที่ให้สีน้ำเงิน Indigo มาใช้ในการย้อมผ้าอยู่แล้ว อย่างภาคเหนือจะมีห้อม ภาคใต้ก็จะมีคราม โดยต้นห้อมเกิดขึ้นในเมืองหนาวเท่านั้น และมีความพิเศษตรงที่เป็นพืชล้มลุกที่เกิดขึ้นใต้ต้นไม้ใหญ่ ดังนั้นการจะทำห้อมได้คนต้องรักษาป่าด้วย สิ่งนี้จึง Represent ความความยั่งยืนของวิถีชีวิตและการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ นอกจากนี้ชาวบ้านยังปฏิบัติต่อห้อมเหมือนสิ่งมีชีวิต เวลาทำห้อมแล้วได้สีไม่ตรงกับความต้องการเขาจะเอาเหล้าให้ห้อมกินเพื่อให้ได้สีที่ถูกต้อง หากพูดตามหลักวิทยาศาสตร์ก็คือการเติมกรดด่างลงไปทำปฏิกิริยาเคมี 

ความแปลกของห้อมคือย้อมครั้งแรกสีจะเข้ม พอยิ่งย้อมไปเรื่อยๆ สีจะค่อยซีดลง ชาวบ้านเรียกสิ่งนี้ว่าห้อมเหนื่อย ถึงจุดนี้ห้อมจะทำงานต่อไม่ได้แล้ว ต้องพัก กลายเป็นว่าความต๊ะต่อนยอนของคนเชียงใหม่เนี่ยไม่ได้มาจากความขี้เกียจ แต่เป็นวิถีของการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ Give & Take นี่คือความ Original ที่ Craft คนเชียงใหม่ให้เป็นแบบนี้



ถอดลวดลายผ้าทอ Original สู่การตีความใหม่แบบ New Originals 

เมื่อเราได้สีห้อมอันเป็นตัวแทนความ Original มาแล้ว ปัญหาคือจะสื่อสารให้เป็น New Originals ได้อย่างไร ก็เลยคิดกันว่าสิ่งที่เกี่ยวข้องกับห้อมคือผ้า จึงไปดูเรื่องของเทคโนโลยีการทอผ้าของเชียงใหม่ และเลือกลายตีนจกจากแม่แจ่มมาปรับแต่งใหม่ให้มีความเรียบง่าย โดยใช้วิธีถอดลายบางส่วนออกมาเรียบเรียงใหม่ ซึ่งพอออกแบบมาจนถึงจุดนี้ก็ตอบคีย์เวิร์ดได้ 2 อย่างแล้วคือ ความเรียบง่ายและชัดเจน แต่ยังมองว่าขาดความสนุกอยู่ ดังนั้นจึงก็ย้อนกลับไปที่โจทย์ของปีนี้ที่อยากให้ชุมชนหรือคนในท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมเหมือนงานปอยที่คนในพื้นที่ร่วมแรงร่วมใจกันจัดออกมา 

เราทำการชักชวนดีไซเนอร์ในเชียงใหม่มาร่วมกันตีความสร้างสรรค์ พอดีไซเนอร์เข้ามามีส่วนร่วมปุ๊บ งานก็เลยสนุกมีสีสันและมีความหลากหลายมากขึ้น จากตอนแรกที่มีแค่สีน้ำเงินและลายสีขาว นี่ก็เป็นหนึ่งในการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ที่เราพยายามจะทำ






เชื่อมโยงชุมชนสู่งานออกแบบใน CMDW เทศกาลของทุกคน
 
ผมคิดว่าในแง่หนึ่งแม้กราฟิกจะสวยงามยังไงแต่ก็คือ แพคเกจห่อหุ้ม เพราะหัวใจหลักของเทศกาลคือกิจกรรม ซึ่งปีนี้จัดได้น่าสนใจมากเลย มีทั้งกิจกรรมหลักตามฟังก์ชั่นของเทศกาลงานออกแบบคือ การจัดแสดงผลงานออกแบบ (Showcase) ขณะเดียวกันก็มีกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับชุมชนด้วย เช่น การนำเอากลองสะบัดชัยมาแสดงคู่กับ Projection Mapping หรือ แม้แต่การนำวงดนตรีพื้นบ้านและวงดนตรีสมัยใหม่มาเล่นด้วยกัน ผู้จัดพยายามนำคนหลากหลายกลุ่มมาร่วมสนุกสนานในเทศกาลฯ เปิดโอกาสให้คนเหล่านี้มาพบปะกัน ซึ่งถ้าเขาสามารถคลิ๊กกันก็อาจจะเกิดอะไรที่เป็น New Originals ตามเป้าหมายที่อยากได้

บางคนอาจคิดว่าเปิดให้คนมีส่วนร่วมแต่ไม่เห็นได้มาร่วมเลย ก็ต้องบอกว่างานดีไซน์วีคไม่ใช่ผลลัพท์ของอะไรสักอย่าง แต่ดีไซน์วีคครั้งนี้คือจุดเริ่มต้นของอะไรบางอย่างที่จะใหญ่กว่านั้น โดยเกิดจากคนหลายคนมาร่วมกันสร้างความหลากหลายให้เกิดขึ้นได้จริงๆ เหล่านี้เป็นกระบวนการของคนในชุมชน การมีส่วนร่วมที่ไม่ได้คาดหวังผลลัพท์ แต่อยากให้คนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมและโตไปด้วยกัน 

สุดท้ายนี้ก็ขอเชิญชวนทุกคนเข้ามาร่วมพิสูจน์ความเข้มแข็งของงานออกแบบเชียงใหม่ในธีม New Originals ผ่านการจัดแสดงผลงาน และกิจกรรมอื่นๆ อีกทั้ง 8 กิจกรรม ไม่ว่าจะเป็น การจัดแสดงผลงานออกแบบของดีไซเนอร์ท้องถิ่นและต่างภูมิภาค, ผลงานออกแบบจากนานาชาติ, งานชุมนุมทางความคิด, งานเสวนาเกี่ยวกับการออกแบบ, เวิร์กช็อปงานดีไซน์, การแสดงศิลปะจัดวาง, ตลาดนัดสินค้าดีไซน์ และกิจกรรมน่าสนใจตลอดวันที่ 3 - 11 ธันวาคมนี้ทั่วเมืองเชียงใหม่  
 

ติดตามรายละเอียดทาง
www.chiangmaidesignweek.com

facebook/chiangmaidesignweek 
#CMDW2016 
#chaingmaidesignweek

« Back to Result

  • Published Date: 2016-10-20
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป