Creative Knowledge

« Back to Result | List

ใช้ User Experience Design แก้ปัญหาให้ผู้ใช้และทุกๆฝ่าย กับ สุวิตา จรัญวงศ์



User Experience Design (UX) อาจเป็นวิธีทำงานที่ยึดผู้ใช้เป็นเป็นแกนกลาง แต่ในการทำงานจริงๆก็ต้องคำนึงถึง stakeholders หรือผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายด้วย ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้ สุวิตา จรัญวงศ์ ในผู้ก่อตั้งและเป็น CEO บริษัท Redlab ซึ่งรับงานครอบคลุมทุกวงจรของสื่อดิจิทัล ผ่านมาแล้วมากมายและได้ถ่ายทอดไว้ในงานเสวนา Social Club ครั้งนี้ 



องค์กรที่ลงทุนสร้างชิ้นงานนั้นๆ ต้องการทำเพื่อแก้ปัญหาหรือเสริม value ด้านอะไร หรือผู้เกี่ยวข้องด้านระบบต้องทิ้งระบบเก่าและสร้างระบบใหม่เลยหรือเปล่าถ้าจะให้ได้มาซึ่ง User Experience นี้ ซึ่งแน่นอนย่อมเป็นสิ่งไม่ดีไม่ควร
 

หรือฝ่ายการตลาดจะขายของได้มั๊ยจาก User Experience ที่เอื้อผู้ใช้ขนาดนี้ และผู้ใช้กลุ่มใหม่ๆ ที่จะมาล่ะ น่าจะมีคาดการณ์การใช้งานอย่างไร เพื่อให้สัมผัสนี้อยู่ได้นานคุ้มทุนสร้าง มิใช่ว่าใช้ได้แค่ครึ่งปีก็ล้าหลังกับพฤติกรรมผู้ใช้หรือผู้บริโภคซะแล้ว อีกจุดยืนสำคัญในการทำงานคือไม่ค่อยชอบคำว่า ปัญหา  จะชอบบอกทีมตลอดว่า อย่าไปเรียกเค้าอย่างน้าน.. ถ้าคนเค้าไม่มีปัญหาเราก็ไม่มีงานสนุกๆ ให้แก้สิ เราจะเรียกว่า ประเด็น หรืออะไรทำนองนี้มากกว่า

ส่วนคำแนะนำต่อผู้ที่อยากศึกษาทางนี้  สุวิตามอง ร่มความรู้ด้าน UX  ว่ามีแขนงวิชาย่อยๆ เช่น User Interface Design (UI) การออกแบบหน้าจอหรือสัมผัส, User Research การศึกษาวิจัยสัมภาษณ์ผู้ใช้, Prototyping การสร้างแบบจำลอง,  Usability Testing การทดสอบการใช้งานและ method ในการทดสอบที่มีมากมาย,ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดมวลก็นับ UX เป็นกระบวนการคิดและวิธีปฏิบัติที่อยู่ใน ร่มคันโต ของ Design Thinking นั่นเอง

คนส่วนใหญ่มองว่าต้องเก่งด้านดีไซน์ (ออกแบบหน้าจอ หรือการออกแบบสัมผัสต่างๆ) นั่นก็จริงส่วนหนึ่ง แต่สิ่งที่เราจะเน้นกันมากเพราะเจอและได้พูดคุยกับผู้เข้าวงการใหม่เรื่อยๆ คือ อย่าลืมเก่งด้านการแก้ปัญหาการใช้งานด้วย ซึ่งต้องเก่งสังเกตพฤติกรรมคน

ควรมีความเข้าใจด้านการตลาดพอสมควร มีกลยุทธ์การสื่อสารเป็นแนวคิด และด้านไอทีก็ต้องเข้าใจกระบวนการเป็นอย่างน้อยเลย ถ้า coding จะได้กำไร เพราะอย่างไรงานด้าน UX นี้ก็ต้องถูกร้อยองค์ประกอบเข้าด้วยกันด้วยเทคโนโลยีอยู่ดี

สุวิตาเห็นภาพวงการ UX ต่างประเทศว่าไปไกลกว่าไทยมาก และแนวโน้มคือ การรีบเลือกความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน  ว่าคุณจะเด่นด้านไหนใน UX ตั้งแต่ Business UX ซึ่งต้องเก่งธุรกิจและ business talk, Product Owner  ซึ่งต้อง project manage ได้และหั่นงาน assign งานให้คนจำนวนมากในเวลาเดียวกันเก่งๆ หรือจะเลือกเก่งด้าน UI Design, หรือ UX Research, หรือ Wireframing หรืออื่นๆ และทำให้ดีในด้านนั้นจริงๆ ในขณะที่ภาพรวม UX ก็ไม่ทิ้ง สะสมไปเรื่อยๆ

หลายประเทศในฝั่งตะวันตกหรือตะวันออกเช่นเกาหลีใต้นั้น หลายๆองค์กรมีทีม UX ภายใน จะทำให้มีเป้าหมายและคุมทิศทางได้เร็วขึ้น และคนทำงานด้าน UX จะมี specialty หรือความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านกันทั้งนั้น 

ส่วนในไทยนั้นสุวิตามองว่าวงการ startup ecosystem กำลังเติบโตดี และวงการนี้อิงหลักการและกระบวนการทาง UX อยู่มากเพื่อนำไปใช้สร้าง startup ที่ดีขึ้น วงการ UX จึงโตตามไปด้วย

และในอนาคตอันใกล้ ความรู้ความเชี่ยวชาญ UX จะไม่ใช่สิ่งที่แปลกใหม่หรือเป็นเครื่องมือเด็ดอีกต่อไป  นั่นเพราะมันจะกลายเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นขั้นพื้นฐานที่ทุกองค์กรต้องรู้และต้องนำไปปรับใช้ในงานของตัวเองกันทั่วไป



สุวิตา จรัญวงศ์ เริ่มต้นเรียนปริญญาตรี Computer Science มหาวิทยาลัยมหิดล หลังจากนั้นเรียนปริญญาตรี BFA Bachelor of Fine Arts ด้าน Visual Design ที่มหาวิทยาลัย University of Oregon อเมริกาและไปต่อปริญญาโท MFA Master of Fine Arts ด้าน Computer Art ที่ Art School อันดับต้นๆ ของอเมริกาที่ชื่อ School of Visual Arts (SVA) ที่ New York  

เราหลงไหลการเล่าเรื่องด้วยสื่อดิจิทัลมาก สัมผัสได้ถึงมนต์ขลังของมัน และเห็นอนาคตที่จะมีสิ่งนี้ร่วมอยู่ด้วยไปอีกนาน แม้จะเปลี่ยนรูปไปบ้างแต่ก็เป็น future แน่นอน จึงไม่เคยลังเลมันเลย แต่กลับรู้สึกว่ายังมีสิ่งที่เรายังต้องไปรู้มาเพิ่มอีกตลอดเวลา เพราะโลกขยับไปเรื่อยๆ และ digital storytelling ก็เปลี่ยนรูปไปเรื่อยๆ น่าสนุกมาก

โดยรวมๆแล้ว สุวิตาเรียนทั้งทางวิทยาศาสตร์และศิลปะ แต่ศิลปะจะได้มามากกว่า โดยเป็นศิลปะแบบ digital art  ซึ่งสุวิตาเรียกเองว่าเป็น ดิจิตศิลป์  ซึ่ง สมัยเรียนปริญญาโทนั้น เธอทำงานด้าน digital art ไปด้วย และได้แสดงในงานต่างๆใน New York เช่น SOHO Gallery และหรือได้รางวัลมาบ้าง เช่น New York Digital Salon ครั้งที่ 8, Print Magazine Interactive Annual 

งานที่ทำส่วนใหญ่เป็นชิ้นงานที่ทำในวิชาเรียน แต่เราไปพัฒนาต่อช่วงเวลาว่าง ตอนนั้นเราสนใจด้านการเล่าเรื่องแบบ Interactive Narrative และ Data Visualization ที่จะนำมาใช้ในโครงสร้างการเล่าเรื่องดังกล่าว เลยได้รับเชิญไปพูดที่ Sony Wonder Technology Lab ไปแชร์ด้านวิธีคิดแบบ Non-Linear Storytelling ตอนนั้นสนุกมากที่มีคนสนใจงานที่เราทำ และคุยถูกคอกัน

ในนิวยอร์คนั้น ส่วนใหญสุวิตาทำงานในบริษัท Digital Agency ต่างๆ multimedia ต่างๆและเว็บ ทั้งดีไซน์และเขียนโค้ดด้วย และที่สำคัญได้รับโอกาสทำงานด้าน User Experience โดยวิธีการ วิ่งคุยและสรุประหว่างลูกค้ากับทีม IT และทีม Designer  เพื่อให้ได้ในสิ่งที่สอดคล้องกันทุกฝ่าย เพื่อออกมาเป็นงานที่ใช้ง่ายถูกหลัก User Centric Design, มี User Interface และภาพรวมของ User Experience ที่ดี, สร้าง value ให้กับทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วม


ไม่นานหลังกลับมาไทย สุวิตาก่อตั้งและเป็น CEO บริษัท Redlab รับงาน Digital Marketing, Digital Advertising,  Digital Strategy ครอบอยู่ในทุกวงจรของสื่อดิจิทัลทั้งการทำ Social Content, Social/ Digital Campaign, Web and Mobile, Digital Media Buy 
signature ของบริษัทเราคือด้าน User Experience strategy and Design ที่จะทำให้การสื่อสารด้านดิจิทัลนี้มีสัมผัสและประสบการณ์ที่คิดจากมุมผู้ใช้จริงๆ นับเป็นศาสตร์ที่รวมเอาจิตวิทยา พฤติกรรมผู้ใช้ การออกแบบหน้าจอ ความเข้าใจการตลาด และการทะลายข้อจำกัดขององค์กรผู้สร้างชิ้นงานนั้นๆ มารวมกัน

ผลงานเด่นๆ ที่ผ่านมาของบริษัทเธอก็เช่นแอพ SCB Up2Me เพื่อการรับจ่ายเงิน, แอพ SCB EasyNet บริการทางการเงินหลากหลาย, และระบบ DTAC eService responsive web & mobile ที่ให้ผู้ใช้เข้าไปจัดการแพ็คเกจโทรศัพท์มือถือ ชำระเงิน ดูรายละเอียดการใช้งานมือถือของตัวเอง, และแอพ COL Central Online ในฐานะที่ปรึกษาด้าน UX



และยังมีงานด้าน Digital Marketing, Strategy & Communication เช่นงานด้านดูแล social page และทำ digital content, influencer marketing ให้กับหลายแบรนด์ในกลุ่ม Johnson & Johnson เช่น Neutrogena, Johnsons Baby, etc. , รถยนต์ MG Cars, หลายแบรนด์ในกลุ่ม Nestle, สี TOA, บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด มหาชน, ปตท.สผ., Central Online, WWF, TMBF (มูลนิธิ TMB), TCDCฯลฯ






« Back to Result

  • Published Date: 2016-12-09
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป