Creative Knowledge

« Back to Result | List

JUBE อุปกรณ์จับตั๊กแตนสุดเจ๋ง พัฒนาคุณค่าจากธรรมชาติและวัฒนธรรมพื้นถิ่น

Jube คือ นวัตกรรมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อจับตั๊กแตนมาบริโภค โดยทีมผู้ออกแบบ BioX Jube มุ่งหวังจะช่วยบรรเทาปัญหาโภชนาการของผู้คนอันเนื่องมาจากการได้รับค่าอาหารในปริมาณที่น้อยเกินไป (โดยเฉพาะพวกโปรตีน)  ทีมงาน BioX Jube กล่าวว่า

 ทุกวันนี้ตั๊กแตนถือเป็นหนึ่งแหล่งโปรตีนของมนุษย์ที่พบได้มากในธรรมชาติ มีปริมาณโปรตีนสูงถึง 72% และในขณะเดียวกันก็เป็นตัวการสำคัญในการทำลายแหล่งอาหารอื่นๆ ของเราด้วย เช่นในไร่ข้าวโพด ไร่อ้อย นาข้าว

ดังนั้นการจับตั๊กแตนมาบริโภคนอกจากจะช่วยให้มนุษย์มีตัวเลือกทางโภชนาการเพิ่มมากขึ้นแล้ว ยังจะช่วยลดเหตุปัจจัยที่ทำลายแหล่งอาหารอื่นได้เป็นอย่างดี



แนวคิดของ Jube นั้นได้แรงบันดาลใจมาจาก ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง ที่มีน้ำหวานล่อแมลงอยู่ในกระเปาะ เมื่อแมลงเดินเข้าไปหาน้ำหวาน จะต้องผ่านคอคอดที่เต็มไปด้วยเส้นใยขนาดเล็ก ที่ลู่เข้าหากัน ทำให้มันติดกับย้อนออกไปไม่ได้   Jube นำแนวคิดนี้มาประยุกต์ใช้กับการสานไม้ไผ่ให้เป็นกะเปาะลักษณะเดียวกัน แต่ออกแบบให้ส่วนคอคอดและส่วนกระเปาะสามารถถอดแยกจากกันได้เพื่อความสะดวกในการเก็บตั๊กแตนมาบริโภค ส่วนตัวล่อตั๊กแตนภายใน Jube จะบรรจุอาหารเช่นข้าวโพด กากน้ำตาล และข้าว เอาไว้แทน  ชื่อ Jube นี้มาจากคำว่า จูบ ในภาษาไทย สื่อถึงเสน่ห์เย้ายวนยากจะต้านทาน เมื่อตั๊กแตนถูกล่อเข้าไปก็จะติดกับมรณะ หรือจะเรียกว่าจูบมรณก็คงไม่ผิด






Jube ไม่เพียงถูกคิดขึ้นเพื่อเพิ่มทางเลือกโปรตีนของมนุษย์และลดโอกาสการทำลายพืชภัณฑ์ของตั๊กแตนเท่านั้น แต่ด้วยความที่มันมีขนาดเล็กและใช้งานง่าย Jube จึงมีศักยภาพที่จะเป็นของใช้ประจำครัวเรือน ครอบครัวชาวไร่ชาวนาที่อยู่ในพื้นที่เหมาะสม จะสามารถหาโปรตีนมาบริโภคเองได้ ไม่ต้องซื้อจากผู้อื่น ถือเป็นการส่งเสริมวิถีการพึ่งพาตนเองได้ในทางหนึ่ง  การใช้งาน Jube นั้น ผู้ใช้เพียงแค่ตั้ง Jube พร้อมอาหารล่อเอาไว้  ไม่ต้องลงทุนลงแรงมากมายก็สามารถดักแมลงมาบริโภคได้เลย  ตรงนี้จะต่างจากวิธีการเลี้ยงแมลงแบบอื่นๆ อย่างเช่นการทำฟาร์มแมลง ที่ต้องลงทุนสร้างโรงเรือน ซื้อที่ดิน ซื้ออาหารตั๊กแตน ทั้งยังต้องใช้ระยะเวลาในการเลี้ยง ฯลฯ

Jube จึงถือเป็นนวัตกรรมประจำบ้านที่ช่วยประหยัดทั้งเงินทุนและเวลาได้มากที่สุด ทีมงาน BioX Jube กล่าว

ในระยะเริ่มต้นนี้ ทีมงานวางแผนจะผลิตและแจกจ่าย Jube ให้ชุมชนในพื้นที่เหมาะสมได้ทดลองใช้ ถือเป็นการเริ่มสร้างความเข้าใจและขยายกลุ่มลูกค้า จากนั้นก็มีแผนต่อยอดจะสอนให้ชาวบ้านฝึกทำ Jube ด้วยตนเอง  และหากชุมชนใดพัฒนาทักษะได้ถึงระดับหนึ่งแล้ว (สามารถผลิต Jube ได้เพียงพอต่อความต้องการใช้)  BioX Jube ก็จะชวนให้ชาวบ้านนำไปขายในฐานะ งานหัตถศิลป์ท้องถิ่น รวมถึงยังมีแนวคิดที่จะรับซื้อตั๊กแตนมาแปรรูปเป็นผง เพื่อตอบโจทย์การบริโภคสมัยใหม่ด้วย


ประเด็นน่าคิด
นวัตกรรมพื้นบ้านเช่น Jube นี้ไม่เพียงแต่จะสร้างประโยชน์ในเชิงฟังก์ชั่นอันเหมาะสมกับวิถีชีวิตเท่านั้น แต่ยังมีคุณค่าในมุมของงานหัตถศิลป์ เพราะถูกทำขึ้นด้วยทักษะภูมิปัญญาชาวบ้าน (คือการจักสาน)  นับเป็นอีกหนึ่งสิ่งประดิษฐ์เล็กๆ ที่มีคุณค่ามากมายในหลายมิติ  ทั้งเรื่องปากท้อง เศรษฐกิจชุมชน การพึ่งพาตนเอง และการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น


คลิก view profile เพื่อเชื่อมต่อกับ โดย ทีมงาน BioX Jube ได้โดยตรง


« Back to Result

  • Published Date: 2016-09-13
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป