Creative Knowledge

« Back to Result | List

เล่นแร่…แปรรสชาติ…อาหารตา - งานสร้างสรรค์สุดโหดของอาชีพ ฟู้ดสไตลิสต์

FoodStylist02.jpg

เบื้องหลังภาพอาหารหน้าตาน่ากิน เนื้อสันชิ้นโตชุ่มฉ่ำส่องประกาย ผักผลไม้ที่จัดเรียงอย่างลงตัวไม่ขาดไม่เกิน ภาพเหล่านี้ทำเอาน้ำลายสอทุกครั้งที่หันไปเห็น ไม่ว่าจะบนซองบรรจุภัณฑ์อาหารในร้านสะดวกซื้อบนโปสเตอร์โฆษณา หรือในคลิปภาพเคลื่อนไหวต่างๆ  แต่เราหลายคนคงไม่ได้นึกหรอกว่าภาพของกินงามตาเหล่านี้ต้องผ่านกระบวนการตระเตรียมมาเป็นเวลากี่ชั่วโมง หรือผ่านการสร้างสรรค์ดัดแปลงมากี่ครั้ง กว่าจะมาเป็นความอลังการยั่วน้ำลายที่เราเห็นกันในโฆษณาพวกนี้
  
การรังสรรค์ผลงานเหล่านี้นี่ล่ะคือบทบาทหน้าที่ของฟู้ดสไตลิสต์ (Food Stylist) บุคลากรที่ต้องมีความรู้รอบด้านในศาสตร์การกินและการออกแบบ ตั้งแต่การหยิบจับดัดแปลงวัตถุดิบในมือ ไปจนถึงศิลป์ในการแต่งภาพจานอาหารตรงหน้าให้ออกมาดูดีที่สุด

หากถามว่าเหล่าฟู้ดสไตลิสต์เขาทำงานอะไรกันบ้าง  เราคงบอกอย่างคร่าวๆ ได้ว่างานของพวกเขาคือ การเตรียมและนำเสนอ อาหาร-เครื่องดื่มให้ออกมาดูสมบูรณ์แบบที่สุด ไม่ว่าจะเพื่อการถ่ายงานโฆษณา ทำตำราอาหาร หรือเพื่อลงคอลัมน์นิตยสารต่างๆ   วันนี้ TCDCCONNECT มีโอกาสพูดคุยกับ เช้า - ต่อจันทน์ แคทริน บุณยสิงห์ อดีตฟู้ดสไตลิสต์คนเก่งที่ผันตัวมาเป็นเชฟเจ้าของร้านขนมโฮมเมด Bite Me Softly ในปัจจุบัน

FoodStylist12.jpg

ต่อจันทน์เล่าให้เราฟังว่า ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าฟู้ดสไตลิสต์ไม่ได้ทำอาหารให้คนเสพผ่านการรับรส แต่ต้องเสพผ่านสายตา ดังนั้นเราต้องทำให้คนมองแล้วได้กลิ่น ได้ยินเสียง หรือกระทั่งรู้สึกถึงอุณหภูมิของอาหารนั้นได้ ต่อจันทน์เปรียบเทียบว่าการกินอาหารนั้นไม่ต่างจากการเสพงานศิลปะ ซึ่งต้องอาศัยประสาทสัมผัสทั้ง 5  อย่างสอดคล้องกันในการกินอาหารจานหนึ่ง นอกจากรสชาติของมันแล้ว เรายังรู้สึกอร่อยได้จากการมองเห็นหน้าตา การได้กลิ่นหอมๆ ของเครื่องเทศ การได้ยินเสียงกระทะร้อนฉ่าหรือเสียงกัดแป้งกรอบๆ เรื่อยไปจนถึงการสัมผัสอุณหภูมิของอาหารที่ผ่านอากาศมาปะทะกับตัว ดังนั้นการจัดอาหารเพื่อ รับประทาน กับเพื่อ ถ่ายภาพ นั้นจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง!

"งานของฟู้ดสไตลิสต์ คือ การทำให้ผู้ที่ยืนมองภาพอาหารสามารถนึกถึงกลิ่น เสียง รสชาติ และอุณหภูมิ ได้ในทันที"


FoodStylist14.jpg

เปิดตำรา สร้างภาพ
ภาพอาหารที่ดูน่ากินไม่ได้หมายความว่าอาหารในภาพนั้นจะกินได้เสมอไป เพราะเบื้องหลังหน้าตาน่าอร่อยขั้นเทพอาจซุกซ่อนรายละเอียดแปลกๆ ที่วางแผนกันมาอย่างรัดกุมทุกขั้นตอนเพื่อให้ได้ภาพสุดท้ายที่ดู สมบูรณ์ที่สุด เท่าที่จะทำได้
 
ยกตัวอย่างไอศกรีมก้อนกลมหลากสีสันที่เราเห็นในภาพโฆษณา จริงๆ ล้วนทำขึ้นมาจากเนยขาวผสมสี เพื่อให้สามารถจัดแสงถ่ายรูปได้ทุกมุมที่ต้องการโดยไม่ต้องห่วงเรื่องไอศกรีมละลาย ในขณะที่เครื่องดื่มต่างๆ ที่มีน้ำแข็งเป็นส่วนประกอบ ก็ต้องใช้น้ำแข็งปลอมเพื่อความสะดวกในการถ่ายทำ จากนั้น จึงค่อยฉีดพ่นละอองน้ำไปเกาะรอบๆ แก้วเพื่อสร้างภาพให้ รู้สึกเย็น แทน

แค่นี้ยังไม่พอ ลองคิดไปถึงหมูยอทอดชิ้นกลมที่ดูสวยน่ากิน อันที่จริงแล้วมันก็ไม่ได้ใช้วิธีทอดทั้งหมด แต่ถูกทอดเพียงด้านข้างแล้วพ่นไฟให้มีรอย พอสุก ส่วนเนื้อสเต็กอวบฉ่ำก็ใช้แค่ตะแกรงร้อนลนไฟไปนาบบนชิ้นเนื้อ เพื่อให้เกิดรอยราวกับถูกย่างมาอย่างพอดิบพอดี

FoodStylist15.jpg 

เฟรนช์ฟรายที่เม็ดเกลือเกาะแน่นดูน่าอร่อย หากเรียงตัวกันไม่สวย ก็ต้องใช้กาวยางติดไว้ด้านหลังก่อนกดชัตเตอร์  หรือแกงเขียวหวานที่มีชิ้นเนื้อไก่อวดโฉมอยู่อย่างสวยงาม ลึกลงไปด้านล่างก็คือก้อนดินน้ำมันที่ช่วยดันชิ้นเนื้อให้โผล่พ้นน้ำแกง ยังไม่รวมถึงผักผลไม้ผิวมันบางชนิดที่อาจต้องใช้วิธีขัดเงา หรือหากสีไม่สดดังใจก็ต้องใช้พู่กันระบายสีเพิ่มลงไปแบบสดๆ หน้างาน

กล่าวได้ว่าทุกอย่างจะต้องดูเป็นธรรมชาติอย่างตั้งใจ ความไม่เป็นระเบียบคือการจัดระเบียบที่ยากมาก ฟู้ดสไตลิสต์ต้องคิดให้ได้ว่าจะทำให้ซอสสีนี้ไหลไปอย่างไร…เพื่อให้มันไปหยุดตรงที่เราอยากให้หยุด ดังนั้นนอกจากความสวยแล้ว ฟู้ดสไตลิสต์ยังต้องคิดวางแผนเรื่องพื้นที่ การจัดวางองค์ประกอบในภาพ และอื่นๆ ด้วย เช่นข้าวสวยจะต้องดูไม่เบียดอัดกันเกินไป ต้องคัดเมล็ดที่หักออก และเติมเมล็ดที่สมบูรณ์เข้าไปทีละเมล็ด ที่สำคัญที่สุดคือต้องไม่ทำให้ดูตั้งใจเกินไปด้วย 

FoodStylist16.jpg

และนอกจากปัญหาต่างๆ ที่หน้างานแล้ว  หน้าที่ของฟู้ดสไตลิสต์คือต้องไปหาจานชามและพร็อพอีกเยอะมาก มีองค์ประกอบแวดล้อมอีกหลายอย่างที่ต้องออกแบบเผื่อด้วย เช่น ผ้าปูโต๊ะก็ต้องมีไว้ทุกแนว ช้อนส้อมมีด และอื่นๆ อีกสารพัด  หลายคนถึงกับต้องทำโกดังหรือห้องเก็บของไว้เพื่องานนี้โดยเฉพาะ
 
คนทำฟู้ดสไตลิ่งต้องชอบเดิน ชอบหาของ บางงานใช้เวลาถ่ายแค่ไม่กี่ชั่วโมง แต่เดินหาของกันห้าวัน ยิ่งพวกผักสดหรือผลไม้สวยๆ ยิ่งหายาก ส่วนใหญ่ต้องเสี่ยงดวงกันวันก่อนถ่าย หาไม่เจอก็ต้องวิ่งหาไปจนเจอ
ต่อจันทน์กล่าวสรุป  

เชื่อว่าใครที่อ่านมาถึงบรรทัดนี้ คงจะเห็นภาพและความสำคัญของอาชีพฟู้ดสไตลิสต์กันมากขึ้นอีกหลายเท่า

อาหารมีหลายมิติ ยิ่งนำศิลปะมาเกี่ยวข้องยิ่งมีเรื่องต้องจัดการเยอะมาก อาหารเป็นศิลปะที่ใช้ครบทุกประสาทสัมผัส มองภาพแล้วต้องได้ยินเสียง รู้สึกถึงอุณหภูมิ ฟู้ดสไตลิสต์มีหน้าที่ต้องดึงสิ่งเหล่านี้ออกมาให้สมบูรณ์แบบที่สุด - ต่อจันทน์ แคทริน บุณยสิงห์

 

« Back to Result

  • Published Date: 2016-07-21
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป