Creative Knowledge

« Back to Result | List

วิทยาลัยชุมชนแพร่ ปัดฝุ่นงานเฟอร์นิเจอร์ไม้สักสู่ตลาดสร้างสรรค์

Phrea01.jpg

เมื่อ TCDC ได้ชักชวนสมาชิกให้เข้ามาร่วมแบ่งปันความรู้กันใน TCDC Social Club ตอน โมเดิร์นไม้ 1 ในสมาชิกที่พลาดไม่ได้เลยย่อมต้องเป็นผู้ที่ผ่านประสบการณ์โชกโชนในการผลักดันไม้ ทรัพยากรธรรมชาติอันเก่าแก่ที่ถึงเวลาต้องเปลี่ยนผ่านหาที่ยืนหยัดในสังคมยุคใหม่ วิทยาลัยชุมชนแพร่ และแบรนด์ KM ไม้สัก คือสมาชิกคนนั้น ที่มีเรื่องราวพร้อมแหล่งงานฝีมือมาเล่าสู่กันฟัง

ไม้สักคือพืชเศรษฐกิจส่งออกสำคัญซึ่งเติบโตได้ดีในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น จังหวัดแพร่ น่าน ลำปาง  และแม่ฮ่องสอน เพราะมีสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศเหมาะสม ไม้สักที่ขึ้นในพื้นที่นี้จะมีสีเหลืองทอง จึงขึ้นชื่อว่าเป็นไม้สักทอง โดยเฉพาะจังหวัดแพร่ ที่นี่มีสวนป่าสักอายุกว่า 140 ปี ประวัติศาสตร์และความชำนาญด้านงานไม้สักถูกบ่มเพาะมาใน DNA ของคนแพร่ ควบคู่กับข้อครหาเรื่องการตัดไม้ทำลายป่า และทำให้ประเทศแห้งแล้ง ปัจจุบันทางจังหวัดได้ลดปริมาณการส่งออกไม้ซุง แล้วปลูกสวนป่าสักทดแทน หันมาเน้นการใช้วัสดุร่วม และการสร้างสรรค์ให้เกิดการใช้งานไม้สักเพื่อประโยชน์สูงสุด จึงได้เกิดกลุ่มความร่วมมือระหว่างชุมชน รัฐ การศึกษา และเอกชนขึ้นมา วิทยาลัยชุมชนแพร่ก็คือหนึ่งในหน่วยงานสำคัญที่เข้ามาช่วยสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ไม้สักให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานรุ่นใหม่

คุณพงศกร  กันทะวงศ์ ตัวแทนจากวิทยาลัยชุมชนแพร่ ทำงานเป็นสื่อกลางเชื่อมภูมิปัญญาประจำจังหวัดกับองค์ความรู้และมุมมองใหม่จากภายนอก โดยพื้นฐานนั้นวิทยาลัยชุมชนเป็นหน่วยงานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีวิทยาลัยชุมชนประจำจังหวัดต่างๆ ทำหน้าที่พัฒนาภูมิปัญญาในแต่ละจังหวัด เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และส่งเสริมอาชีพ โดยมีโจทย์แตกต่างกันขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละจังหวัด สำหรับจังหวัดแพร่ โจทย์สำคัญก็อยู่ที่ไม้สัก

Phrea02.jpg

ในแง่ของการอนุรักษ์พื้นที่ป่าไปพร้อมกับการรักษาอาชีพค้าไม้ ทางจังหวัดแพร่ก็แก้ปัญหาด้วยการจัดตั้งองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ซึ่งปลูกป่าไม้สักบนพื้นที่ขนาดใหญ่ โดยจะตัดขายเมื่อต้นสักอายุครบ 25 ปี เท่านั้น และมีการปลูกทดแทนหมุนเวียนตลอด ส่วนในงานพัฒนาเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งเป็นการใช้ไม้สักปลายน้ำนั้น วิทยาลัยชุมชนแพร่ได้ทำงานร่วมกับวิสาหกิจชุมชนผู้ค้าเฟอร์นิเจอร์หัวดง ต.ดอนมูล จ.แพร่ ซึ่งเกิดจากกลุ่มผู้มีอาชีพค้าไม้สักราว 50 แห่งมารวมตัวกัน เพื่อพัฒนาศักยภาพของเฟอร์นิเจอร์ไม้สัก โดยในปี 2555 จังหวัดแพร่ก็ได้ประกาศวิสัยทัศน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจให้เป็นจังหวัดแห่งเฟอร์นิเจอร์ไม้ 

วิทยาลัยชุมชนแพร่ทำงานต่างจากระบบราชการทั่วไป โดยอาศัยชุมชนขับเคลื่อนเป็นหลัก และใช้แนวคิดสร้างสรรค์เป็นตัวนำ โดยมีโจทย์ใหญ่ว่าจะทำอย่างไรจึงจะสามารถเปลี่ยนวิถีการทำงานแบบเดิมมาตอบรับโลกสมัยใหม่ได้ อย่างที่หลายคนคงนึกภาพออกว่าเฟอร์นิเจอร์ไม้รุ่นเก่านั้นเป็นอย่างไร เฟอร์นิเจอร์ซึ่งใหญ่เทอะทะหนาหนัก ย้อมไม้เป็นสีแดง และเคลือบแลกเกอร์เงาวับไม่อยู่ในความสนใจของคนรุ่นใหม่ และไม่สามารถแข่งขันกับตลาดเฟอร์นิเจอร์ไม้อื่นได้ ทั้งๆ ที่ฝีมือสกุลช่างชาวแพร่ยังคงมีความรู้และฝีมืออยู่เต็มเปี่ยม

Phrea03.jpg

โรงงานเฟอร์นิเจอร์ไม้ใต้ถุนบ้าน
คุณพงศธรบอกว่าโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้ของจังหวัดแพร่นั้นมีอยู่ราว 2,000 กว่าแห่ง โดยกลึงไม้ประกอบไม้กันใต้ถุนบ้าน มีช่างไม้ทำงาน 5 คนบ้าง 20 คนบ้าง หรือ 100 คนแล้วแต่บ้าน ส่วนใหญ่เป็นการถ่ายทอดฝีมือกันภายในครอบครัว ภายในหมู่บ้าน โรงงานใหญ่ก็มี แต่เป็นสัดส่วนที่น้อยกว่ามาก ชาวบ้านกว่า 70% ยังคงทำเฟอร์นิเจอร์แบบเก่า ด้วยเครื่องมือแบบเดิมๆ เหมือนเมื่อหลายสิบปีก่อน ในจำนวนกว่า 2,000 แห่งนั้นก็มีกลุ่มช่างที่พร้อมทำงานร่วมกับนักออกแบบ สามารถทำตามแบบได้ แต่มีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ผลิตแบบแมสไม่ได้ หรือยังทำระบบ knock down ไม่ได้ และค่อนข้างคุมคุณภาพให้คงที่ได้ยาก มองแง่ลบก็เห็นเป็นตำหนิ แต่มองแง่บวกก็ถือว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งได้ 

แพร่สไตล์ และการปรับตัวสู่ตลาดใหม่

ทางวิทยาลัยชุมชนแพร่ได้จัดตั้งโครงการไม้สัก KM ไม้สัก ขึ้น ซึ่งมีเวิร์คชอปกับชุมชนบ่อยครั้ง พยายามตีความใหม่จากงานรูปแบบเดิม เช่น ขาโต๊ะสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นโต๊ะเก่าแก่ที่ค้นพบในวัด ดึงเส้นสายคดโค้งของขาโต๊ะมาอยู่ในดีไซน์ที่ร่วมสมัยขึ้น หรือนำวัฒนธรรมหลายรูปแบบของแพร่มาตีความให้กลายเป็น แพร่สไตล์ ด้วยความเชื่อว่าจิตวิญญาณในงานไม้ที่มีมากว่า 140 ปีต้องยังคงเสน่ห์งดงามอยู่ แม้จะขึ้นลงตามวงจรของความนิยม แต่หลายสิ่งก็ยังคงทนต่อกาลเวลา งานส่วนหนึ่งจึงเป็นการพัฒนาเฟอร์นิเจอร์แบบ แพร่สไตล์ ให้ร่วมสมัยมากขึ้น เพื่อเผยความเป็นแพร่สู่การรับรู้ภายนอก และเป็นการรักษาฐานลูกค้าที่ยังชื่นชมสไตล์คลาสสิคอยู่

Phrea04.jpgPhrea05.jpg

ในขณะเดียวกัน ก็พยายามหาสไตล์ใหม่ให้กับไม้สักโดยปรับตัวเข้ากับความต้องการของลูกค้ารุ่นใหม่ด้วยวิธีต่างๆ เช่น งานที่คุณพงศธรเข้าร่วมเวิร์กชอปกับ TCDC พัฒนาผลิตภัณฑ์ไม้สักคอลเลกชั่น TEAK.TECH ซึ่งเป็นการตีความแก่นแท้ของไม้สัก มารวมกับเทคโนโลยีที่อยู่ในชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ โดยใช้เศษไม้สักชิ้นเล็กๆ มาเรียงต่อกันเป็นแผ่นใหญ่ เป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่เศษไม้ แต่ยังได้ความแข็งแรงและสัมผัสของไม้สักอย่างเต็มเปี่ยม งานชิ้นนี้มาในรูปของโต๊ะชาร์จแบตสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์อัจฉริยะอื่นๆ ได้ ทั้งรูปทรงโมเดิร์นและการใช้เศษไม้สัก ก็ทำให้ชาวบ้านในชุมชนเข้าใจมากขึ้นว่างานไม้สักก็สามารถเกิดขึ้นจากสิ่งเหล่านี้ได้เช่นกัน

แหล่งไม้สัก งานฝีมือ และวัฒนธรรมที่พร้อมนำไปต่อยอด
ถึงตอนนี้ วิทยาลัยชุมชนได้เตรียมความพร้อมให้กับช่างฝีมือชาวแพร่ และโรงงานเฟอร์นิเจอร์ไม้สักในชุมชน ให้มีความเข้าใจเรื่องการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ รู้จักการปรับตัวสู่การออกแบบยุคใหม่มากขึ้น เริ่มมีการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ดีขึ้น และยินดีต้อนรับนักออกแบบ และผู้ประกอบการที่สนใจต่อยอดไม้สักมาเป็นผลิตภัณฑ์ของตัวเอง หรือจะร่วมมือพัฒนาไปกับชุมชนก็ได้

แน่นอนว่าโครงการพัฒนานี้วิทยาลัยชุมชนไม่ได้ทำงานอยู่โดยลำพัง แต่ยังมีพันธมิตรต่างๆ เข้าร่วมสนับสนุนด้วย เช่น สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ทำให้มีกระบวนการวิทยาศาตร์และเทคโนโลยีเข้ามารองรับการทำงาน ที่วิทยาลัยชุมชนนักออกแบบจึงสามารถขึ้นต้นแบบแม้เพียง 1 ชิ้นก็ทำได้ และชุมชนช่างฝีมือชาวแพร่ก็ไม่ได้มีแต่ช่างไม้ใต้ถุนบ้านเท่านั้น มีงานผลิตระดับสูง ที่วิทยาลัยชุมชนได้จัดอบรมขึ้น เพื่อพัฒนาฝีมือและกระบวนการผลิตให้ตอบโจทย์ไปไกลกว่าระดับประเทศอีกด้วย

Phrea06.jpg

ที่สำคัญ นอกจากจังหวัดแพร่จะเป็นแหล่งไม้สักแล้ว ยังมีวัฒนธรรม และวัตถุดิบอื่นๆ เช่น ผ้าไหมยกดอก ผ้าม่อฮ่อม ผ้าทอตีนจก เป็นต้น ให้หยิบจับนำมาสร้างสรรค์ได้อีกมากมาย คุณพงศธรจึงขอเชิญชวนให้นักออกแบบได้เข้ามาปัดฝุ่นสิ่งเก่าแก่ที่แพร่มีอยู่ ซึ่งวิทยาลัยชุมชนแพร่ยินดีสนับสนุนข้อมูลต่างๆ เชื่อมโยงช่างฝีมือ และแหล่งวัสดุที่ต้องการได้ การเข้ามาแลกเปลี่ยนมุมมองและทักษะระหว่างกัน ย่อมทำให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ที่ดีต่อทั้งธุรกิจและชุมชน สิ่งเหล่านี้แหละคือกลไกลที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ เริ่มที่หน่วยเล็กๆ แค่ใต้ถุนบ้าน ไม่แน่ ในอนาคตงานยิ่งใหญ่ระดับโลกก็อาจเกิดขึ้นที่นี่ก็ได้

อ่านเพิ่มเติม
บทความ โมเดิร์นไม้ไม่ใช่แค่ทันสมัย แต่มองไม้มุมใหม่กับประสบการณ์หลากหลายใน TCDC Social Club ตอน Modern Wood


« Back to Result

  • Published Date: 2016-06-23
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป