Creative Knowledge

« Back to Result | List

มองงานรีทัช (Retouch) ผ่านมุมมองของ Visionary Group มือรีทัชคือนักแก้ไขหรือผู้เนรมิตภาพ

หลายคนอาจจะมองว่างานรีทัช (Retouch) คือการลบริ้วรอย สิว ตีนกา ยืดแขนขาให้ภาพนางแบบ? เข้าใจอย่างง่าย รีทัชก็คือการแก้ไขตกแต่งภาพให้สวยงาม แต่ความหมายของงานนี้มีมากกว่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมาอยู่ในสายโฆษณาที่ต้องใช้ภาพนิ่งมาสื่อสารให้จบเพียงแค่มองดูไม่กี่วินาที

Visionary01.jpg

รู้จักงานของนักรีทัชภาพ (Retoucher)

เราอาจไม่รู้ว่างานรีทัชสามารถขยายไปถึง “งานสร้างภาพ” ครีเอทีฟโฆษณาคิดไอเดียเด็ดออกมา แต่ใช่ว่าทุกคนจะทำได้ทุกอย่าง การจะถ่ายทอดภาพที่อยู่ในหัวของครีเอทีฟหรือลูกค้าออกมา ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างภาพจริงๆ TCDCCONECT ได้เดินผ่านประตูเหล็กสีสนิมบานใหญ่เข้าไปคุยกับชุติวัฒน์ เชิดชู ผู้ก่อตั้งบริษัท Visionary Group โปรดักชั่นเฮาส์โฆษณา ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในงานเนรมิตภาพขั้นเอกอุ กว่า 8 ปีที่ผ่านมา Visionary สามารถกวาดรางวัลด้านโฆษณาไปเกิน 300 รางวัลแล้ว

Visionary02.jpg

“ความเข้าใจรวมๆ รีทัชคือการแก้ไขรูปภาพ ตกแต่งภาพให้สวยงาม แต่สำหรับผมจะไม่ใช่แค่การตกแต่งแก้ไข แต่เป็นการสร้างภาพออกมาจากภาพในหัวของครีเอทีฟ ของลูกค้า ของใครก็ตามที่อยากได้ภาพอะไรสักอย่างขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นภาพโฆษณาหรืออะไรก็ตามแต่ เราจะสร้างภาพนั้นออกมาให้เป็นรูปธรรม ด้วยเทคนิคหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพ CGI (Computer Generated Images) หรือภาพประกอบ (Illustration) ซึ่งรวมหมด ไม่ว่าจะวาดหรือปั้น เรารวมทุกศาสตร์ เพื่อให้ออกมาเป็นภาพนิ่งตามความต้องการของลูกค้า

“รีทัชเป็นส่วนหนึ่งซึ่งสำคัญ เพราะเป็นกระบวนการที่นำภาพมาสร้างต่อในคอมพิวเตอร์ อาจพูดได้ว่าเป็นครึ่งหนึ่งของงานสร้างภาพ แต่จะเป็นสักกี่เปอร์เซนต์ของงาน? ก็ขึ้นอยู่กับโจทย์ งานรีทัช มีทั้งการสร้างขึ้นมาเลย และการนำหลายๆ อย่างมาดัดแปลง เคยมีรุ่นพี่คนหนึ่ง เขาให้นิยามว่า ‘รีทัชภาพก็เหมือนขี้โกง เรามองดูแล้วมันเป็นอะไรได้บ้าง เราจะโกงกับภาพได้แค่ไหน’ บางครั้งต้องสร้างใหม่ บางครั้งไม่ต้อง เราต้องเลือกวิธีการที่เหมาะกับโจทย์มากที่สุด สมมติ รูปคนคนหนึ่ง บางคนคิดว่าถ่ายขึ้นมาง่ายที่สุด บางคนอาจบอกว่าจะใช้ CGI สร้างขึ้นมาเลย ให้ได้คาแรคเตอร์ที่ใช่ บางคนคิดว่าเพนท์ขึ้นมาเลยดีกว่า คือมันมีวิธีการหลากหลายที่จะตอบโจทย์ที่ต่างกัน”

Visionary03.jpg

ขอยกตัวอย่างงานที่ทำให้กับสสส. ซึ่งเป็นภาพคนแข็งแรงผุดออกมาจากร่างเดิมด้วยการออกกำลังกาย โดยมีชิ้นเนื้อและเอ็นกระเด็นออกมา เป็นงานที่สร้างอิมแพคได้มาก งานนี้ Visionary  ทำร่วมกับการถ่ายภาพโดยชำนิ สตูดิโอ การจำลองชิ้นเนื้อ เส้นเอ็น ไขมัน ทางทีมก็ต้องมาคิดว่าอะไรจะเหมือนที่สุด สุดท้ายลงตัวที่เนื้อหมูแทนกล้ามเนื้อ สมองหมูแทนไขมัน และหมากฝรั่งแทนเส้นเอ็น ยังไม่นับรวมองค์ประกอบอื่นๆ อีก เห็นได้ว่ากว่าจะออกมาเป็นภาพที่สมบูรณ์ การรีทัชก็ต้องใช้หลายเทคนิค หลากวัตถุดิบเข้ามาประกอบกัน

Visionary04.jpg

ทักษะ + สื่อสาร = นักอ่านใจลูกค้า

งานรีทัชคืองานตอบโจทย์ลูกค้า ฉะนั้น มือรีทัชไม่เพียงต้องมีทักษะสูง แต่ยังต้องสื่อสารเก่ง ตั้งแต่ต้นทางตอนรับบริฟ ซึ่งต้องตีโจทย์ให้แตก ทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าให้ชัด นำเสนอสิ่งที่จะทำให้ภาพออกมาดีที่สุด

Visionary05.jpg

“ลูกค้าบางท่านอาจสื่อสารไม่ได้ว่าเขาต้องการอะไร และบอกเล่าเป็นภาษาเสียง เช่น เอาแบบตื๊ดๆ วื้ดๆ  หรือบางครั้งไอเดียก็มาเป็นภาพสเก็ตช์คร่าวๆ เราก็ต้องเข้าใจให้ได้ว่าเขาต้องการอะไร เพราะวิชาที่เราเรียนมาคือ Communication Arts เราต้องสื่อให้ได้ด้วยภาษาภาพ ซึ่งเป็นภาษาที่ทั่วโลกเข้าใจ หลังจากบริฟเสร็จ เราก็ต้องทำความเข้าใจให้ตรงกัน เช่น ความร้อน ใช่ร้อนเดียวกันไหม หรือบางคนอยากได้ความรู้สึกสดชื่น แต่ไม่เอาน้ำแข็ง เราจะทำอย่างไร ต้องหาวิธีให้ได้

Visionary06.jpg

“ขั้นสุดท้าย งานที่เราทำก็เหมือน Tailor made ให้กับลูกค้าแต่ละเจ้า ที่นี่เราจึงมีห้องพรีเซนท์ เพื่อเชิญลูกค้ามาดูหน้าจอ คนพรีเซนท์ก็คือคนรีทัช นั่งหน้าจอเลย แก้อะไร ทำเดี๋ยวนั้น ฉะนั้น คนพรีเซนท์ไม่ใช่แค่รีทัชเก่ง แต่ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เก่งด้วย เช่น ลูกค้าบอกว่านางแบบคิ้วหนาไป คุณต้องเข้าใจว่า ‘หนา’ คือใหญ่ไป หรือขนคิ้วเยอะไป ต้องเข้าใจความหมายเดี๋ยวนั้น ไม่งั้นพอทำผิด ลูกค้าจะรู้สึกว่าเราไม่เข้าใจเขาเลย งานจบช้าอีก แต่ถ้าลูกค้ายังไม่ทันพูดเลย แค่เกริ่นว่า ‘ผมคิดว่า…’ แล้วเรารู้ว่าจุดไหนทันที ลูกค้าจะรู้สึกดี เพราะหลายอย่างลูกค้าก็พูดไม่ถูก คนพรีเซนท์ต้องควบคุมบรรยากาศห้องให้ได้ ทำให้ดี ทำให้ไว ทำได้ในตัวคนเดียวเลย”

Visionary07.jpg

ฟรีแลนซ์ VS. การทำงานบริษัท

“ต่างกันมากครับ การเปิดบริษัท ไม่ใช่ว่าเราให้อะไรกับลูกน้องเท่านั้น แต่เรายังได้เรียนรู้จากลูกน้องด้วย และเวลารับงานกับลูกค้า ก็มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น เพราะมีทีมงานคอยซัพพอร์ต แต่ถ้าเป็นฟรีแลนซ์ คุณทำงานคนเดียว ก็ไม่มีการเรียนรู้จากคนอื่น บางคนอาจบอกว่าผมเป็นฟรีแลนซ์ ทำงานคนเดียว ผมก็พัฒนาได้ แต่การทำงานบริษัทจะมีการพัฒนาเรื่องการบริหาร เรื่องสังคม และอีกมากมายที่คุณจะรู้เมื่อคุณทำงานในบริษัท ในการเปิดบริษัทรีทัช หรือโปรดักชั่นเฮาส์อะไรก็ตาม สิ่งที่ง่ายที่สุดคือการรีทัช แต่สิ่งที่ยากที่สุดคือการบริหารบุคคล บริหารลูกค้า บริหารสิ่งต่างๆ ซึ่งคุณจะไม่มีวันได้เรียนรู้เลย ถ้าไม่ได้ทำงานบริษัท ไม่จำเป็นต้องเปิดก็ได้ ทำงานในบริษัทนั่นแหละ ระบบจะทำให้คุณได้เรียนรู้เอง”

Visionary08.jpg

Visionary09.jpg

นักซ่อมแซม หรือพระเจ้าผู้เนรมิต
หลายคนเห็นผลงานรีทัชของ Visionary แล้วคิดว่า คนทำต้องมีทั้งความเก่งและความอึด แต่งานที่ต้องนั่งอยู่หน้าจอนานๆ แบบนี้จะน่าเบื่อไหม

“งานรีทัชเป็นงานที่หนักครับ แต่ก็มีความสนุกในตัวเอง บางคนว่าน่าเบื่อ แต่บางคนคิดว่านี่คือความสุข นี่คือโลกที่เขาสามารถเนรมิตภาพทุกอย่างขึ้นมาได้หมด ขึ้นอยู่กับมุมมองและความชอบ ผมว่างานนี้ไม่น่าเบื่อ เพราะมันมาเร็วไปเร็ว เราต้องเจอโจทย์ใหม่ทุกสัปดาห์ ได้เจออะไรใหม่ๆ ตลอดครับ”

Visionary10.jpg

ราคาของงานรีทัช

เมื่องานรีทัชเป็นงานที่หนักหน่วง ผลตอบแทนกลับมาย่อมดีตามไปด้วย “งานนี้ก็มีราคามาตรฐานอยู่ เริ่มต้นที่หลักหมื่น อย่างภาพพื้นฐานที่สุดคือรีทัชคน ก็เริ่มที่ภาพละ 10,000 ขึ้นไป ขึ้นอยู่กับฝีมือ ขึ้นอยู่กับโปรดักชั่นเฮาส์แต่ละที่ ราคาอาจบวกลบจากนี้ขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัย งานอาจมีราคาไปได้ถึงหลักล้าน ขึ้นอยู่กับเนื้องาน ว่าใช้อะไร อย่างไหน ขนาดไหน แต่ถ้าลูกค้ามีงบจำกัด ก็สามารถคุยกันได้ว่าความเป็นได้ของงานจะอยู่ที่ตรงไหน”

Visionary11.jpg

เตรียมพร้อมเป็น Retoucher

ถ้ามีความสนใจอยากมุ่งเป้ามาเป็นมือรีทัชภาพ ก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อม

“ต้องวาดภาพให้เก่ง เก่งเรื่องการกำหนดแสงเงา รูปทรง ฟิกเกอร์ สัดส่วน เช่น ถ้าให้รีทัชนางแบบ ก็ต้องรู้เรื่องฟิกเกอร์ ไม่งั้นก็ทำไม่ได้ สัดส่วนไม่ถูก ซึ่งทักษะก็มาจากพรสวรรค์ ประสบการณ์ ความพยายาม แต่ยิ่งกว่านั้นคือความตั้งใจและทัศนคติ คุณไม่เก่ง ผมสอนให้คุณเก่งได้ แต่ถ้าคุณไม่ตั้งใจ ผมไม่รู้จะสอนอย่างไร ฉะนั้น ความตั้งใจและทัศนคติของงานสำคัญที่สุดครับ”

“งานรีทัชเป็นงานที่หนัก แต่ก็มีความสนุกในตัวเอง บางคนว่าน่าเบื่อ แต่บางคนคิดว่านี่คือความสุข นี่คือโลกที่เขาสามารถเนรมิตภาพทุกอย่างขึ้นมาได้หมด ขึ้นอยู่กับมุมมองและความชอบ ผมว่างานนี้ไม่น่าเบื่อ เพราะมันมาเร็วไปเร็ว เราต้องเจอโจทย์ใหม่ทุกสัปดาห์ ได้เจออะไรใหม่ๆตลอด”

Visionary12.jpg

Visionary13.jpg

Visionary14.jpg


« Back to Result

  • Published Date: 2016-02-05
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป