Creative Knowledge

« Back to Result | List

“ทำงานอย่างมีสติ” ทวงคืนสมาธิจากเทคโนโลยีและโลกออนไลน์

Pic01.jpg

เชื่อว่าในโลกของการทำงานทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ต้องพึ่งพา ‘คอมพิวเตอร์’ และ ‘อินเทอร์เน็ต’ เป็นเครื่องมือสำคัญชนิดหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันการทำงานบนคอมพิวเตอร์  (โดยเฉพาะเมื่อมีอินเทอร์เน็ตเข้ามาเกี่ยวข้อง) ก็ทำให้สมาธิของคนทำงานหลุดกระเจิงกันไปบ่อยๆ   งานวิจัยของ University of California, Irvine (สหรัฐอเมริกา) พบว่า “เมื่อคนเราถูกรบกวนให้เสียสมาธิจากการทำงานแต่ละครั้ง เราจะต้องใช้เวลากว่า 23 นาทีในการกลับมาโฟกัส”  

แน่นอนว่าการใช้ชีวิตอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์มากจนเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรือการพักผ่อน ย่อมจะทำให้ผู้ใช้เทคโนโลยีเกิดอาการเสพติดอุปกรณ์เหล่านี้ไปโดยไม่รู้ตัว ซึ่งนอกจากจะเสียสุขภาพ เสียความสัมพันธ์กับคนรอบข้างแล้ว ยังมีผลกระทบต่อการทำงานด้วย เนื่องจากเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นสิ่งเร้าที่ส่งผลต่อสมาธิของผู้ใช้ ทำให้สมาธิสั้น ไม่สามารถโฟกัสกับงานที่อยู่ตรงหน้าเป็นเวลานานๆ ติดต่อกันได้ 

และถ้าอาการ ‘ว่อกแว่กจนทำงานล่าช้า’ กำลังเป็นปัญหาที่คุณเผชิญอยู่ วันนี้เรามีทางเลือกที่จะช่วยให้คุณสามารถทวงคืนสมาธิและยึดอธิปไตยในการใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาดกลับมาอีกครั้ง

1. หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง  แก้อาการเสียสมาธิเพราะเทคโนโลยีด้วย ‘เทคโนโลยี’ ให้รู้แล้วรู้รอด 

Pic02.jpg

Pic03.jpg

- Focus เป็นแอพลิเคชั่นที่จะช่วยตัดสิ่งกีดขวางสมาธิระหว่างการทำงานออกไป สามารถใช้ได้กับระบบปฏิบัติการ Macintosh จุดเด่นคือช่วยบล็อกเว็บไซต์อย่าง Facebook หรือโปรแกรมแช็ทอย่าง Skype ให้หยุดทำงานชั่วคราวตามเวลาที่คุณกำหนดได้  และสำหรับผู้ใช้บราวเซอร์อย่าง Chrome คุณก็สามารถดาวโหลดแอพลิเคชั่นที่คล้ายๆ กันอย่าง StayFocusd มาใช้แทนได้

Pic04.jpg

- ถ้าความ ‘เงียบเกินไป’ ทำให้คุณเสียสมาธิ  Noizio น่าจะเป็นแอพลิเคชั่นที่เหมาะกับคุณที่สุด เพราะแอพนี้ให้บริการ ambient sound หรือเสียงแบ็คกราวน์ที่ช่วยขจัดความวิเวกวังเวง (จนบางคนนั่งไม่ติดต้องลุกไปหาอะไรทำสักอย่าง)  Noizio มีทั้งเสียงจากธรรมชาติ และเสียงจากเมืองใหญ่ ให้คุณเลือกใช้กลบความสงัด นอกจากนั้นยังเปิดให้คุณเลือกมิกซ์คลิปเสียงเองได้ด้วยอีกต่างหาก

2. หักดิบ
 ถ้าเทคโนโลยีทำให้สมาธิคุณแตกกระเจิงเอามากๆ  มันก็น่าจะถึงเวลาที่คุณต้องถอยออกมาบ้างแล้วล่ะ

Pic05.jpg

- เก็บโทรศัพท์ของคุณให้ไกลตาที่สุด เมื่อไม่เห็นโทรศัพท์ในที่ที่หยิบฉวยได้ง่ายแล้ว คุณก็จะนั่งทำงานได้นานขึ้นไปเองโดยอัตโนมัติ  หรือถ้ามีแอพหรือเกมส์ที่คุณติดงอมแงม ก็ให้ลองแข็งใจลบแอพเหล่านั้นทิ้งไป 1 วัน แล้วคุณจะพบว่าคุณมีเวลาเหลือเฟือให้ทำอะไรอีกตั้งเยอะ

Pic06.jpg

- ลองเขียนและอ่านหนังสือบนหน้ากระดาษให้บ่อยขึ้น  มีผลวิจัยจำนวนมากที่ยืนยันว่าการจดบันทึกด้วยมือช่วยให้เรามีความทรงจำที่แม่นยำขึ้น นอกจากนั้น การทดลองให้คนสองกลุ่มอ่านนิยาย ‘เรื่องเดียวกัน’ บนหน้ากระดาษ และบน e-Book ยังพบว่าผู้ที่อ่านหนังสือบนหน้ากระดาษจริงสามารถเรียบเรียงเรื่องราวและจำรายละเอียดในหนังสือได้ดีกว่าผู้ที่อ่าน e-Book อีกด้วย

เกร็ดคิดปิดท้าย
สมัยก่อนการแยกแยะ ‘เรื่องงาน’ กับ ‘เรื่องส่วนตัว’ ออกจากกันอาจทำได้ไม่ยากเย็นนัก แต่ในโลกทุกวันนี้คำว่างานดูเหมือนจะแปะติดไปกับเราทุกที่ อุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์ชิ้นเดียวทำให้ชีวิตของเราผสมปนเปกันไปหมด ผู้ใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาดจึงควรปรับตัวตามการรุกล้ำนี้ เพื่อรักษาสมดุลที่ดีในชีวิตประจำวันด้วย 


เครดิตภาพ
Heyfocus.com 
Noizio
Creative Commons on flickr

« Back to Result

  • Published Date: 2015-10-19
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป