Creative Knowledge

« Back to Result | List

Bangkok Public Service Jam 2015 “คิดเล่นๆ…ให้เป็นงาน”

IMG_2177.JPG


"ถ้าการทำงานสนุกได้...แล้วที่ผ่านมาเราทำอะไรกันอยู่?"
ผมได้แต่นึกสงสัยหลังจากบังเอิญมีโอกาสได้เข้าร่วมเวิร์คชอป 
Bangkok Public Service Jam กับทาง TCDC ที่ในตอนแรกผมนึกภาพไม่ออกเลยว่า "มันจะเป็นอย่างไร" "เราจะทำอะไรกันถึงสามวัน" เพราะจากที่ดูคลิปคำอธิบายเกี่ยวกับ Service Design ในเว็บของ TCDC แล้ว ผมก็คิดว่าในงานคงไม่มีอะไรใหม่ น่าจะเอาคอนเซ็ปต์จากในคลิปนั้นมาสอนเท่านั้นล่ะ... และพอเข้ามาในงานจริงๆ ผมกลับยิ่งสับสนเข้าไปใหญ่ เวิร์กช็อปเริ่มต้นด้วยการจำลองระบบการทำงานในสไตล์ที่เด็กมากๆ  ชวนให้นึกไปถึงค่ายมหา\'ลัยที่มีกิจกรรมเล่นเกมตามฐานต่างๆ  ในขณะที่งานนี้ผู้เข้าร่วมไม่ใช่เด็กมัธยม แต่มีทั้งเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ฝ่ายการตลาด เอเจนซีโฆษณา อาจารย์มหาวิทยาลัย ฯลฯ มีนักศึกษาอยู่บ้างแค่พอนับนิ้วได้ ผมรู้สึกว่าหลายคนคงหวังจะ 'ได้อะไรมากกว่านี้' จากงานแจม ผู้ร่วมงานบางคนถึงกับถอนตัวออกไปในวันถัดมา

 
... ซึ่งผมบอกได้คำเดียวครับว่า "น่าเสียดาย"

IMG_2173_resize.JPG

Capture.JPG
Secret Theme 2015

จากโจทย์หัวข้อเดียวกันที่งานแจมทั่วทั้งโลกได้รับ สมาชิกแต่ละกลุ่มในประเทศไทยต่างก็ตีความกันไปแบบนานาจิตตัง และเลือกออกแบบงานบริการเพื่อจะแก้ประเด็นปัญหาที่ตัวเองสนใจ ไม่ว่าจะเรื่องความปลอดภัยของผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียว บริการ one-stop service ของภาครัฐ ปัญหาสุขภาพจิต อุบัติเหตุในห้องน้ำ ฯลฯ ซึ่งสำหรับกลุ่มผมที่เลือกทำเรื่องปัญหาสุขภาพจิต การสัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมายของเรา (ซึ่งเน้นไปที่คนวัยทำงาน) พบว่า ความเครียด ความวิตกกังวล รวมถึงปัญหาสุขภาพอื่นๆ ของมนุษย์ทำงานเกิดมาจาก 'การเดินทางบนท้องถนน' ที่น่าเบื่อหน่ายและผลาญเวลาในชีวิตไปมากเกินจำเป็น

ต้องบอกก่อนว่างานแจมนี้ที่ผมเข้าร่วมในครั้งนี้คืองาน GovJam เป็นการออกแบบบริการของภาครัฐ ดังนั้นกลุ่มผมจึงพยายามมองหาทางแก้เรื่องรถติด คิดกันในเชิงโครงสร้างบ้าง แบบเฉพาะหน้าบ้าง แก้ที่อารมณ์คนเราเองบ้าง ฯลฯ แต่ทุกคนก็โยนความคิดของตัวเองเข้ามากองรวมกันไว้ ตามที่วิทยากรแนะนำว่า \'ยังไม่ต้องสนใจความเป็นจริง\' เพราะขั้นตอนการคัดกรองนั้นจะเกิดขึ้นต่อไปในภายหลัง  ในช่วงแรกนี้กลุ่มผมได้แนวความคิดแปลกประหลาดมากมาย เช่น ทำสปาบนรถ มีระบบสั่งซื้อสินค้ากลางสี่แยกไฟแดง สวนสาธารณะมีไวไฟบริการฟรี (ให้คนรอถนนโล่งก่อนค่อยกลับบ้าน) แจกอาหารเช้า-กาแฟให้คนไปทำงาน สร้างระบบวิทยุปรับเพลงได้ตามอารมณ์ มีแม้กระทั่งให้พริตตี้มานั่งบนรถด้วยสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ชายวัยทำงาน

 
HY7A6965.jpg

ครับโปรเจ็กต์กลุ่มผมเริ่มต้นด้วยไอเดีย พริตตี้บนรถ’  หลังจากจัดกลุ่มแนวทางแก้ปัญหา (ว่าอะไรไปอยู่กลุ่มเดียวกับอะไรได้บ้าง) เราก็มาพูดกันเล่นๆ ว่า งั้นเอาพริตตี้ไปขับรถให้ดีไหมแล้วก็หัวเราะกันลั่น แต่เมื่อเหล่าวิทยากรในงานพูดเสมอว่า "ให้จริงจังกับเรื่องเล่นๆพวกผมก็เลยจริงจังกับไอเดียนี้กันมาก แล้วคอนเซ็ปต์งานบริการของเราก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นจากตรงนั้น

เปล่าครับ เราไม่ได้จะให้พริตตี้มาขับรถให้จริงๆ เพราะหลังจากที่ทำ idea folio ตามที่วิทยากรแนะนำ เพื่อพิจารณาถึงความเป็นไปได้ ประสิทธิภาพของแต่ละวิธีการ ฯลฯ กลุ่มเราตัดสินใจนำแนวคิดเรื่อง 'หาคนขับรถให้' มาต่อยอด ซึ่งในตอนแรกเรามองกันว่าการที่มีคนขับรถให้จะทำให้เรามีเวลาพักหลับขณะเดินทาง แต่ไปๆ มาๆ ไอเดียก็ก้าวกระโดดไปไกลกว่านั้น เมื่อเราคิดไปในอีกทางหนึ่งว่า "ถ้าหากมีคนหลายคนตั้งใจเดินทางไปในทิศเดียวกัน ก็ให้ไปรถคันเดียวกันเลยสิเรานำไอเดียนี้มาผสมกับการมีคนขับรถให้ ซึ่งทำให้เราเริ่มมองเห็นปัญหา เห็นข้อจำกัด และเห็นความเป็นไปได้หลายๆ อย่าง  เช่น คิดว่าน่าจะจัดการยาก อาจจะไม่ปลอดภัย หรือดูคล้ายกับแท๊กซี่ Uber ไปมั้ย ฯลฯ  จากตรงนั้นเราถึงเริ่มหันมามองการจัดการเรื่อง \'ความน่าเชื่อถือ\' จะทำอย่างไรให้คนไม่รู้จักกันเดินทางไปด้วยกันได้อย่างสบายใจ และอื่นๆ

IMG_1017.JPG
idea folio


HY7A7051.jpg

สังเกตมั้ยครับว่าถึงตอนนี้เราได้เปลี่ยนจากความสนใจที่ ตัวรถมาสนใจเรื่องการสร้าง 'ระบบ' แล้ว


Prototype บริการของกลุ่มเรา

เราคิดระบบการจัดการอันหนึ่งขึ้นมาในลักษณะเป็น 'app มือถือ' ทุกคนสามารถลงทะเบียนและเชื่อมต่อกับสมาชิกอื่นๆ ในระบบได้ และจากการเก็บข้อมูลก่อนหน้าที่เราพบว่า มีบางคนชอบการขับรถ เพียงแต่ไม่ชอบรถติด และบางคนก็ต้องการนำสิ่งของติดรถไปด้วย ฯลฯ ดั้งนั้นระบบนี้จึงเปิดให้ลงทะเบียนได้สองแบบ คือ 'เป็นคนขับ' หรือ 'เป็นคนนั่ง' โดยจะต้องระบุตำแหน่งจุดเริ่มต้นและจุดหมายปลายทาง เพื่อให้ระบบใช้ค้นหาคู่เดินทางที่เหมาะสมกัน และด้วยความที่เราคิดกันว่ามันก็คล้ายๆ กับ Uber เราจึงเพิ่มบริการรถแท๊กซี่แบบนั้นเข้าไว้ในระบบด้วย รวมถึงเพิ่มบริการรถสาธารณะของรัฐ (คล้ายรถเมล์) เพื่อรับผู้โดยสารตกหล่น ฯลฯ

ผมสังเกตว่าจากจุดเริ่มต้นขำๆ ของเราเรื่องการหาพริตตี้มาขับรถให้ สุดท้ายพวกเรากลับได้ระบบบริการสาธารณะแนวคิดใหม่ ที่จะช่วยลดปริมาณรถยนต์บนท้องถนน มีทั้งระบบอาศัยรถร่วมกัน มีแท๊กซี่สำหรับผู้ต้องการความเป็นส่วนตัว และมีรถสาธารณะของรัฐมาเสริมเป็นทัพหลังอีก ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นทางออกที่จะช่วยลดปัญหาการจราจรในระยะยาวได้ โดยกลุ่มผมได้คิดพิจารณาแล้วถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เรื่องความปลอดภัย ค่าใช้จ่าย มาตรการรองรับ ฯลฯ เราตั้งชื่อระบบบริการนี้ว่า Ride Share Thailand ครับ

HY7A6944.jpg

 HY7A7058.jpg
สร้าง Prototype

HY7A7250.jpg

ทุกกลุ่มต้องพรีเซนต์ผลงานในเวลา 3 นาที หลังจากจะนั้นพูดได้แค่ "ขอบคุณ" เท่านั้น

ในช่วงของการพรีเซนต์แนวคิดบริการให้เพื่อนกลุ่มอื่นฟัง ทีมวิทยากรได้บอกให้เราโต้ตอบทุกคำติชมด้วยคำเพียงคำเดียวคือ ขอบคุณครับ/ค่ะดังนั้นในเวลาเพียงแค่สามนาที (ของการเล่าไอเดีย) ทุกกลุ่มจึงไม่สามารถอธิบายรายละเอียดได้ครบทั้งหมด และก็ไม่มีใครสามารถโต้แย้งหรือแก้ตัวใดๆ ได้ทั้งสิ้นซึ่งคิดไปแล้วผมว่าการสร้างสถานการณ์แบบนี้มันก็มีเหตุผลบางอย่าง เพราะในโลกของความเป็นจริง เมื่อบริการใดๆ ถูกนำเสนอออกสู่สาธารณะแล้ว เราก็คงไม่สามารถไปอธิบาย หรือแก้ไขข้อข้องใจให้กับผู้ใช้บริการแบบเรียงตัว ดังนั้นนี่จึงเป็นการสอนให้พวกเราได้ขบคิดให้รอบคอบตั้งแต่แรก เพื่อจะนำเสนอไอเดียออกไปให้ 'ง่ายที่สุด'

ผมสรุปง่ายๆ ว่าการทำงานใน GovJam ครั้งนี้มันเริ่มจากความสนุกสนานเหมือนไม่ค่อยจริงจัง แต่ทุกๆ ก้าวที่ผ่านไปความคิดที่เป็นรูปธรรมจะค่อยๆ ก่อร่างขึ้นมาเอง อีกกลุ่มหนึ่งที่ทำเรื่องปัญหาสุขภาพจิตเหมือนกลุ่มผม เขาก็ตีความทางแก้ได้ต่างออกไป จนพัฒนาเป็นแนวคิดบริการ 'ประกันภัยสุขภาพจิต' ที่เป็นรูปธรรมเหมือนกัน คิดดูสิครับว่าจากความฟุ้ง ความบ้าในครึ่งวันแรก พวกเราสามารถต่อยอดรูปแบบบริการใหม่ๆ ให้กับรัฐได้ในเวลาแค่ 2 วันครึ่งแน่นอนว่ามันอาจยังขาดความสมจริงอยู่บ้าง เพราะทั้งหมดเป็นเพียงแค่การสร้างต้นแบบ (prototype) ของงานบริการเท่านั้น แต่ที่ผมอยากจะพูดก็คือผมเห็นแล้วถึงความสำคัญของการ จริงจังกับเรื่องเล่นเพราะไอเดียแปลกๆ อย่างการหาพริตตี้มาขับรถให้ มันได้นำผมมาสู่การพัฒนาต้นแบบงานบริการที่จับต้องได้ในเวลาแค่ไม่ถึง 3 วัน  และที่สำคัญที่สุด ผมรู้สึก 'สนุกมาก' ที่ได้คิด ได้เล่น แต่เกิดสิ่งที่เป็นประสิทธิผล แม้จะไม่ได้สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่นั่นก็คือสัจธรรมของานบริการสาธารณะ ผมเห็นแล้วว่าระบบบริการคือสิ่งที่เราต้องเรียนรู้ พัฒนา และกลับมาปรับปรุงให้ดีขึ้นในทุกๆ วันนั่นเอง

ลองถามตัวเองกันครับว่า "ถ้าการทำงานมันสนุกได้...แล้วที่ผ่านมาเรามัวทำอะไรกันอยู่?"

HY7A6853.jpg

HY7A6967.jpg

HY7A7122.jpg

HY7A7348.jpg


เกี่ยวกับ 
GovJam

Bangkok Public Service Jam คือ 48 ชั่วโมงของการร่วมลงขันความคิด เปิดรับไอเดียจากทุกคน ทุกอาชีพ เพื่อนำความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และพลังที่แตกต่างมาทำงานร่วมกัน โดยมุ่งหวังผลลัพธ์เป็นบริการสาธารณะรูปแบบใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ ไม่มีใครรับประกันว่าไอเดียบริการสุดล้ำจากการ แจม’ นี้จะได้เกิดขึ้นจริงหรือไม่ แต่สิ่งที่รับประกันได้คือทุกคนจะสนุกกับกระบวนการการทำงาน ได้เห็นศักยภาพของการทำงานร่วมกัน และได้รู้จักความหมายของคำว่า Service Design จากการลงมือทำจริง 


« Back to Result

  • Published Date: 2015-06-29
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป