Creative Knowledge

« Back to Result | List

The Bradley Timepiece เมื่อศิลปะแห่งการบอกเวลาไม่ต้องใช้ ‘สายตา’ ในการรับรู้

TheBradleyBlack.jpg

คุณว่ามันจะดีกว่ามั้ยถ้าเราสามารถ ‘รู้เวลา’ ได้แม้ในขณะที่อยู่ในโรงหนังมืดๆ (โดยไม่ต้องเปิดสมาร์ทโฟนให้แสงหน้าจอวาบไปรบกวนคนอื่น)

แล้วคุณคิดว่าไงถ้าเราจะ ‘รู้เวลา’ ได้โดยไม่ต้องยกข้อมือขึ้นดูบ่อยๆ (ในขณะที่กำลังประชุมหรือทานข้าวกับลูกค้าในบรรยากาศอึมครึม)

เชื่อว่าคำตอบในใจคุณก็คงไม่ต่างจากคนส่วนใหญ่เท่าไรนัก และมันก็คือที่มาว่าทำไม ‘The Bradley Timepiece’ ถึงได้รับการสนับสนุนบนเว็บ Kickstarter แบบรวดเร็วเกินความคาดหมาย ทั้งๆ ที่มันก็ไม่ได้มีเทคโนโลยีแฟนซีใดๆ มากไปกว่าการเป็นเครื่องบอกเวลาอัน ‘เที่ยงตรง’ และ ‘ไม่ต้องใช้ตาดู’ เท่านั้น   

...นี่กระมังที่เขาว่ากันว่างานดีไซน์ที่(คิดมา)ดี แม้จะไม่มีส่วนประกอบฟรุ้งฟริ้งมากมาย แต่มันก็จะมีคุณค่าได้ด้วยตัวของมันเองอยู่วันยังค่ำ

Universal Design collides with Fashion
The Bradley คืองานดีไซน์นาฬิกาข้อมือระบบสัมผัส (Tactile Watch) ที่ทั้งดูดีมีสไตล์ และบอกเวลาให้เราทราบได้โดยที่ไม่ต้องใช้ตาดูด้วยซ้ำ โดยในช่วงต้นของการพัฒนานั้น The Bradley ถูกออกแบบขึ้นเพื่อให้เป็นนาฬิกาของคนตาบอดโดยเฉพาะ แต่พอทำไปทำมาทั้ง ‘ไอเดีย’ และ ‘รูปลักษณ์’ ของมันกลับไปโดนใจผู้คนในวงกว้าง คือไม่ว่าคนตาดีหรือตาค่อยไม่ดีก็ดันรู้สึกว่ามัน ‘เจ๋ง’ ไปเสียหมด ด้วยเหตุนี้เมื่อโปรเจ็กท์เปิดตัวระดมทุนบนเว็บ Kickstarter ยอดเงินแบ็คอัพจึงทะลุไปถึงเกือบ 6 แสนเหรียญสหรัฐในเวลาเพียงอึดใจเดียว (ทีมผู้ผลิตตั้งเป้าไว้แค่ที่ 40,000 เหรียญเท่านั้น)

TheBradley4.jpg 

ผลงานการออกแบบนาฬิกาข้อมือนี้เป็นการผสานความร่วมมือระหว่างทีมนักออกแบบผลิตภัณฑ์ วิศวกร และผู้ใช้ทดลองที่เป็นคนตาบอดตัวจริง ซึ่งกระบวนการสร้างสรรค์ร่วมกัน (Co-Creation) นี้ก็ทำให้ The Bradley สามารถเปลี่ยนวิถีที่คนเราจะมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งที่เรียกว่า ‘นาฬิกา’ ไปได้ในอีกขั้นหนึ่ง 

David Zacher หนึ่งในทีมนักออกแบบจาก Eone Timepieces เผยว่าที่พวกเขาตัดสินใจเรียก The Bradley ว่า ‘Timepiece’ นั้นก็เป็นเพราะต้องการจะแยกผลงานดีไซน์นี้ออกจากคำว่า ‘Watch’ อันเป็นคำพ้องเสียงของ ‘การมองดูด้วยตา’ นั่นเอง

“เราสร้าง The Bradley ให้เป็นอุปกรณ์บอกเวลาในระบบสัมผัส มันเป็น Tactile Design ซึ่งมีคนตาบอดเป็นหัวใจของการพัฒนาทั้งหมด”

ในแง่ของรูปลักษณ์ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ให้ความสำคัญ (แม้คนตาบอดเองก็แคร์เรื่องนี้ในระดับที่สูงมาก) The Bradley จึงถูกออกแบบให้มีความสวยงาม สุขม และเรียบเท่ในแบบร่วมสมัย ตัวเรือนและหน้าปัดเป็นรูปวงกลมที่ทำขึ้นจากวัสดุไทเทเนียม เน้นความทนทานและดูแลง่าย ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ได้มีเข็มหรือตัวเลขเป็นส่วนประกอบในการบอกเวลาเหมือนทั่วไป  แต่กลับมี ‘ลูกปืนเม็ดกลม’ สองชุดที่หมุนวนอยู่บนหน้าปัด โดยเม็ดลูกปืนวงใน (ที่อยู่บริเวณกลางหน้าปัด) มีหน้าที่บอกเวลาเป็น ‘นาที’ ส่วนลูกปืนวงนอก (ที่อยู่บริเวณขอบตัวเรือน) มีหน้าที่บอกเวลาในหน่วย ‘ชั่วโมง’

TheBradley1.jpg

ระบบลูกปืนทั้งสองชุดนี้ถูกเชื่อมโยงด้วยแม่เหล็กเข้ากับวิศวกรรมนาฬิกาแบบ ‘สวิสควอทซ์’ ที่ซ่อนอยู่ภายในซึ่งนั่นก็หมายความว่าแม้ตัวลูกปืนอาจจะถูกขยับให้เคลื่อนที่ไปบ้าง (ในตอนที่เราสัมผัส) แต่มันก็จะสปริงกลับเข้าที่เข้าทางได้เองเสมอในทันทีที่เราขยับข้อมือ  ส่วนในเรื่องสายนาฬิกานั้น The Bradley ก็จัดมาให้ผู้บริโภคเลือกสรรกันได้หลายแบบ มีทั้งสายสเตนเลสสตีล สายหนัง และสายผ้าหลากสีสัน เรียกว่าเปิดให้ช้อปกันได้ตามความถนัดและรสนิยมส่วนบุคคลที่ไม่เหมือนกัน

อย่างไรก็ดี เราจะเห็นว่าแม้ผลงานนี้จะเป็นการออกแบบที่มี ‘คนตาบอด’ เป็นหัวใจ  แต่สุดท้ายแล้วมันก็เป็นนาฬิกาข้อมือที่ใครๆ หน้าไหนบนโลกก็สามารถจะสวมใส่ได้  ฟังก์ชั่นอันเรียบง่ายและชาญฉลาดของมันไม่ได้เป็นสิ่งที่ลดทอนความเป็น ‘ศิลปะบนข้อมือ’ ของตัวนาฬิกาลงแต่อย่างใด  ในทางตรงกันข้าม ความเรียบง่ายอันเดียวกันนี้เมื่อผสานรวมเข้ากับเรื่องราวเบื้องหลังอันเปี่ยมไปด้วยคุณค่าความพิเศษแล้ว มันกลับทำให้ The Bradley ดูมีเสน่ห์ความน่าสนใจเพิ่มขึ้นอีกเป็นสองสามเท่าตัว 
และเราเชื่อว่าหลายคนก็คงคิดเช่นนั้นเหมือนกัน...

The Bradley เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติกับ Bradley Snyder เจ้าหน้าที่ทหารเรือสหรัฐที่สูญเสียดวงตาจากการระเบิดในอัฟกานิสถานเมื่อปี ค.ศ. 2011 ล่าสุดเขาเป็นตัวแทนนักกีฬาพาราลิมปิกของสหรัฐ และได้รับเหรียญทองจากการแข่งขันว่ายน้ำในพาราลิมปิกเกมส์ เมื่อปี 2012 ณ กรุงลอนดอน


TheBradley3.jpg

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ The Bradley : eone-time.com , kickstarter.com

เครดิตภาพ
eone-time.com
dezeen.com 
dapperguide.com

« Back to Result

  • Published Date: 2015-03-27
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป