Creative Knowledge

« Back to Result | List

แฟชั่นสุดล้ำกับวัสดุนาโนเซลลูโลส : คุยนอกรอบกับ อ.กฤษณ์ เย็นสุดใจ และ สมบัติ รุ่งศิลป์ [The Cooperation 2]

the cooperation 2 ks.jpg 

ks2.jpg 

หลังจากโครงการ The Cooperation ปีที่ 2 ได้จบลงไป คู่สร้างสรรค์คู่แรกอย่าง สมบัติ รุ่งศิลป์ ผู้ผลิตวัสดุไบโอเซลูโลสแบบแห้ง และ ดร.กฤษณ์ เย็นสุดใจ นักออกแบบ ได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่คือกระเป๋าที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับผลิตภัณฑ์จากหนังจระเข้เทียมแบบไร้ตะเข็บทั้งใบ แต่กว่าจะออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตรงใจทั้งผู้ผลิตวัสดุและนักออกแบบ พวกเขาจะต้องผ่านกระบวนการคิด การลงมือทำอะไรบ้าง และโครงการนี้ได้ให้ประโยชน์ต่อพวกเขาอย่างไร ติดตามอ่านบทสัมภาษณ์ได้ด้านล่างนี้

นอกจากผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ที่ได้จากโครงการ The Cooperation 2 แล้ว คุณทั้งสองได้อะไรจากโครงการนี้อีกบ้าง
กฤษณ์: อย่างแรกเลยคือได้เพื่อนใหม่ครับ นอกจากนั้นก็ได้แนวคิดใหม่ๆ จากหลายคนที่คิดไม่เหมือนกัน สำหรับนักออกแบบแล้ว การได้ inspire กันและกันแบบนี้มันมีประโยชน์มากนะ ผมได้ฟังสิ่งที่น้องๆ คนอื่นคิดซึ่งมันแตกต่างไปจากผม มันก็เหมือนเราได้เรียนรู้ไปด้วย ได้รับรู้แนวคิดของคนอื่นต่องานของเรา นี่คือดีที่สุดเลยครับ

สมบัติ: อันแรกก็คือได้รู้จักคนมากขึ้น ได้สร้างเครือข่ายใหม่ๆ อันที่สองคือได้ไอเดีย เพราะจากเดิมที่ผมผลิตอยู่นี่ผมก็คิดแต่ว่ามันต้องบริสุทธิ์ ต้องปลอดเชื้อ ใช้ในทางแพทย์อย่างเดียว ผมไม่เคยคิดเลยว่าวัสดุนี้จะสามารถถูกต่อยอดนำไปใช้กับงานประเภทอื่นๆ ได้อีก เช่น ใช้ทดแทนเครื่องหนัง ฯลฯ  แต่วันนี้โลกทัศน์ผมเปิดกว้างขึ้นอีกมาก ได้เห็นคุณค่าของคำว่า “ดีไซน์” ที่สามารถช่วยพลิกแพลง และสร้างคุณค่าใหม่ให้กับวัสดุของเรา  ตอนนี้ผมเลยเกิดไอเดียที่จะทำสินค้าเพื่อการบริโภคใหม่ๆ ที่ไม่ต้องเน้นเรื่องความบริสุทธ์ สะอาด หรือปลอดภัยแบบเชิงการแพทย์ก็ได้

ได้คิดถึงการทำโปรดักท์ใหม่ๆ ร่วมกันอีกบ้างหรือยัง
สมบัติ: เดี๋ยวจะต้องมาคุยกันต่อกับ อ.กฤษณ์ นี่แหละครับ เพราะในเมื่อมันมีแนวโน้มความเป็นไปได้แล้ว โดยเฉพาะเรื่องการผลิตให้เป็นวัสดุทดแทนหนัง คือผมใช้กระบวนการผลิตที่ซับซ้อนน้อยลงมาก และถ้ามันมีช่องทางที่จะเพิ่มมูลค่าให้วัสดุนี้ได้อีก ผมก็โอเคเลยครับ

เมื่อโจทย์การออกแบบเริ่มต้นจาก “ตัววัสดุ” อยากถามนักออกแบบ (อ.กฤษณ์) ว่าวิธีการทำงานต้องเปลี่ยนไปจากเดิมหรือไม่ อย่างไร
กฤษณ์: คือบังเอิญว่าวิถีการทำงานของผมมันเป็นแบบนี้อยู่แล้ว ผมทำงานโดยเริ่มจากตัววัสดุก่อนเสมอ ตั้งแต่เรียนจบก็ทำแบบนี้มาตลอด เช่นงานที่ผมทำกับ “แม่ฟ้าหลวง” เราก็เริ่มต้นจากผ้า คิดเรื่องผ้าก่อนเลย แม้ตอนแรกยังไม่มีแบบไม่มีอะไรในหัว แต่เราก็คุยกันเรื่องเส้นใยแล้ว คือผมถนัดที่จะทำงานแบบนี้ด้วย ถ้าให้ไปเริ่มจากการสเก็ทช์ไอเดียก่อน …มันอาจจะไม่เวิร์คสำหรับผมก็ได้ 

คือผมถูกสอนมาแบบนี้ด้วยแหละครับ ผมไปเรียนที่อิตาลีซึ่งเขาสอนเราด้วยวิธีนี้  ไม่ได้สอนแบบอังกฤษที่จะเน้นเรื่องจินตนาการเยอะ แล้วค่อยไปหาทางออกกับวัสดุเอาทีหลัง แต่แนวทางของอิตาลีคือเขาจะเน้นเรื่อง material มาก เอาเรื่อง material ให้มันได้ก่อน แล้วเขาเชื่อว่าปลายทางมันต้องออกมาดีแน่นอน ไม่ใช่เฉพาะกับ textile หรือ fashion นะครับ กับวิชาอื่นๆ ก็เช่นกัน สถาปัตยกรรมก็ด้วย คือศาสตร์การออกแบบของอิตาลีจะเริ่มต้นที่ “ตัววัสดุ” ก่อนเสมอ
ดังนั้นถ้าใครเรียนออกแบบจากอังกฤษมาแล้วมาเรียนต่อที่อิตาลี ก็จะเกิดอาการงงๆ ไปไม่ถูกเหมือนกัน 

c000be39d6ecfbdc31ead8ed71791f44.jpg

ในฐานะผู้ประกอบการ คุณมองว่าดีไซน์ควรมีบทบาทกับธุรกิจหรือกับการผลิตตั้งแต่ตอนไหน
สมบัติ: ดีไซน์จริงๆ มันคือการตอบโจทย์ผู้บริโภคนะครับ ถ้าเราดีไซน์ได้ดี ผู้บริโภคเข้าใจมัน แค่เห็นเขาก็ซื้อแล้ว เราไม่ต้องมานั่งอธิบายอะไรกันมากมาย มันเป็นสัญลักษณ์บางอย่างที่มันใช่น่ะ  เพราะฉะนั้นอย่างที่อ.กฤษณ์ บอกว่าจะพยายามทำอะไรที่ผู้บริโภคคุ้นเคยอยู่แล้ว คนเห็นแล้วเข้าใจได้ทันทีเนี่ย ผมว่ามันเป็นจุดที่สำคัญมากเลยนะ เป็นสิ่งที่ดี ชนะใจคนได้ตั้งแต่วินาทีแรก 

คือในแง่ของธุรกิจเนี่ย ถึงแม้เราจะมีวัสดุตั้งต้นที่ดีมาก แต่ถ้าเราดีไซน์ผลิตภัณฑ์ออกมาไม่ตรงใจ ไม่สามารถตอบโจทย์ประสบการณ์ที่ผู้บริโภคเขาจะยอมรับ มันก็จะกลายเป็นการบ้านที่หนักมาก เพราะเราจะต้องมาหาทางพูด หาทางอธิบาย หาทางจูงใจกันอีกไม่รู้เท่าไหร่ ดังนั้นผมคิดว่าดีไซเนอร์ควรต้องเข้ามามีบทบาทตั้งแต่ช่วงต้น ตั้งแต่ช่วงการสร้างแนวคิดผลิตภัณฑ์เลย

ถ้าคุณทั้งคู่มีเวลาทำงานมากกว่านี้อีกสองสามเท่า อะไรคือ “โปรดักท์ในฝัน” ของคุณ
กฤษณ์: อาจจะไปถึงพวกงานเฟอร์นิเจอร์ได้เลยนะครับ เพราะตอนนี้ตัววัสดุเซลลูโลสที่เราพัฒนากันมามันเริ่มมีความแข็งแรงและคงทนมากแล้ว คือแข็งแรงที่สุดตั้งแต่ลองทำกันมาเลย มันเข้าใกล้กับวัสดุหนังจริงๆ มากแล้ว  เพราะฉะนั้นผมคิดว่าคุณสมบัติแบบนี้มันก็เอื้อให้ผมคิดต่อไปถึงพวกโซฟาหนัง หรืองานเฟอร์นิเจอร์ที่ชิ้นใหญ่ๆ ได้  อนาคตก็มองเรื่อง “สเกล” นี่ล่ะครับ อยากลองทำโซฟาที่ใช้วัสดุเป็นออร์กานิกแท้ 100%

สมบัติ: ตอนนี้ผมเหมือนเพิ่งจะคิดนอกกรอบได้นะ (หัวเราะ) อันที่จริงก็เคยมีลูกค้าที่อเมริกาติดต่อมาว่า อยากให้ผมช่วยทำพื้นรองรองเท้านักวิ่ง (ด้านใน) ที่มันน้ำหนักเบา แล้วก็ทนทานกว่าพื้นโฟม คือเซลลูโลสเนี่ยมันมีความเบาของมันโดยธรรมชาติ และก็มีความเหนียวพอๆ กับอลูมิเนียมเลยนะครับ (ถ้าเทียบที่น้ำหนักเท่ากัน) แต่ตอนนั้นผมไม่ได้สนใจเขาเลย อยากทำแต่วัสดุทางการแพทย์ (หัวเราะ) มาถึงวันนี้ก็เริ่มรู้สึกว่า เออ...เราน่าจะลองดูนะ ต้องขอบคุณ อ.กฤษณ์ ที่ช่วยพาผมหลุดกรอบออกมาได้ด้วย

บทความตามติดโครงการ The Cooperation ปี 2 
อ่าน ตามติดโครงการ The cooperation ปี 2 ตอนที่ 1/8
อ่าน ตามติดโครงการ The cooperation ปี 2 ตอนที่ 2/8 
อ่าน ตามติดโครงการ The cooperation ปี 2 ตอนที่ 3/8 
อ่าน ตามติดโครงการ The cooperation ปี 2 ตอนที่ 4/8 
อ่าน ตามติดโครงการ The cooperation ปี 2 ตอนที่ 5/8 
อ่าน ตามติดโครงการ The cooperation ปี 2 ตอนที่ 6/8 
อ่าน ตามติดโครงการ The cooperation ปี 2 ตอนที่ 7/8 
อ่าน ตามติดโครงการ The Cooperation ปี 2 ตอนที่ 8/8


« Back to Result

  • Published Date: 2015-03-26
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป