Creative Knowledge

« Back to Result | List

การเรียนยุคใหม่… ต้องคิดให้เป็น

minerva2.png

Minerva Project
คือโครงการทดลองที่มุ่งปฏิวัติการเรียนรู้ในระดับอุดมศึกษาและเปิดรับนักเรียนจากทั่วโลก หลักสูตรของวิทยาลัยนี้พัฒนาจากแนวคิดที่ว่า ในยุคที่ข้อมูลมหาศาลอยู่แค่ปลายนิ้ว สิ่งสำคัญไม่ใช่ความรู้ในหัว แต่เป็นความสามารถวิเคราะห์และตีความทุกสิ่งที่เราเรียนรู้มา

แต่การสอนวิธีคิดนั้นเป็นเรื่องคลุมเครือและกำหนดรูปแบบได้ยาก เบน เนลสัน (Ben Nelson) ผู้ก่อตั้งและ CEO จึงร่วมกับ ดร. สตีเฟน คอสลิน (Stephen  Kosslyn) คณบดีและอดีตอาจารย์ Harvard รวบรวม “นิสัยทางการคิดและแนวคิดพื้นฐาน” 129 ประการที่อยากให้นิสิตได้เรียนในปีแรก โดยตัวอย่างหนึ่งที่จับต้องได้คือ วิธีการคิดแบบหมอ

เวลาจ่ายยาใหม่ให้คนไข้ สิ่งแรกที่หมอจะถามคือคนไข้กินยาตัวไหนอยู่บ้าง เพราะหมอต้องคอยระวังเรื่องการกินยาตีกัน แต่ถ้าเราถามคนทั่วไปว่าสนับสนุนกฎหมายเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือไม่ คนก็มักจะตอบตามความคิดเห็นของตนโดยไม่หยุดคิดถึงกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

การคิดวิเคราะห์แบบคุณหมอนึ้จึงเป็นหนึ่งใน “นิสัยการคิด” ที่ Minerva อยากปลูกฝังให้กับนิสิต เพื่อให้เอาไปใช้ได้ทุกครั้งที่ต้องพิจารณาตัดสินใจ แต่การสอนให้เด็กรู้จักคิดอย่างรอบด้านแบบนี้ไม่ได้สอนโดยใช้หลักสูตรแพทย์ แต่เป็นการสอนแนวคิด “ปฏิสัมพันธ์”

นอกจากนี้ Minerva ก็สอนความรู้พื้นฐานด้วยเช่นกัน นิสิตปีหนึ่งจะเรียนสถิติและการวิเคราะห์ประวัติศาสตร์ แต่จะอยู่ในบริบทของวิชาที่กว้างกว่านั้น ดร. คอสลิน กล่าวว่า “ปรกติโรงเรียนจะสอนวิชาภาษาอังกฤษและเคมี และหวังว่านักเรียนจะเรียนรู้การคิดวิเคราะห์และการสื่อสารด้วยตัวเอง แต่ Minerva พลิกวิธีการสอนแบบนั้น”

ในปีที่สอง นิสิตจะเลือกวิชาเอกและเรียนแบบเฉพาะทางมากขึ้น แต่ทุกวิชาเป็นสหวิทยาการ เช่น ศิลปะสำหรับความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและสังคม หรือ ทรัพยากรธรรมชาติและเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม ในสองปีสุดท้าย นิสิตจะได้รับมอบหมายให้ “สร้างสรรค์สิ่งใหม่” ในสาขาที่ตนเลือก แต่สิ่งใหม่ที่ว่านี้ไม่ใช่แค่การนำเสนอวิทยานิพนธ์ สำหรับเด็กที่เรียนด้านรัฐศาสตร์ นั่นอาจหมายถึงการร่างกฎหมายและพยายามผลักดันให้ผ่านความเห็นชอบของสภา ดังความเห็นของคณบดี ดร.คอสลิน ที่พูดไว้ว่า “เราตั้งใจให้ Minerva เป็นสะพานเชี่อมจากมหาวิทยาลัยไปสู่โลกจริง”

อ่านบทความ "เรียนอย่างไรให้ทันโลกยุคดิจิทัล"

ที่มา:
wired.com
minerva.kgi.edu

« Back to Result

  • Published Date: 2015-01-05
  • Resource: www.tcdc.co.th
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป