Creative Knowledge

« Back to Result | List

เรียนอย่างไรให้ทันโลกยุคดิจิทัล

minerva 1.png

ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็วและความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ทุกขณะ ในโลกแห่งข้อมูลข่าวสารที่ความรู้มหาศาลรอเราอยู่แค่ปลายนิ้ว คุณคิดว่าระบบการศึกษาซึ่งมีรากฐานจากการผลิตคนมารองรับความต้องการแรงงานในยุคอุตสาหกรรมก้าวตามได้ทันหรือไม่

เบน เนลสัน (ฺBen Nelson) เห็นว่า จุดประสงค์หลักของมหาวิทยาลัยไม่ใช่การเตรียมคนให้พร้อมประกอบอาชีพ แต่เป็นการเตรียมคนให้พร้อมสำหรับการดำเนินชีวิต และเขามีงบกว่าสองพันล้านบาทเพื่อพิสูจน์ความเชื่อนี้

เนลสันคือผู้ก่อตั้งและ CEO ของโครงการทดลองด้านการเรียนระดับอุดมศึกษา Minerva Project เขาคิดว่า เมื่อพูดถึงการเรียนรู้ การเรียนทักษะอาชีพถือเป็นเรื่องง่าย ข้อมูลเหล่านั้นมีอยู่แล้วในโลกออนไลน์ ดังนั้น สิ่งที่นักเรียนต้องการจากมหาวิทยาลัยจึงไม่ใช่การสอนวิธีเขียนโปรแกรมที่อีกไม่นานก็ตกรุ่น หรือแม้แต่วิชาอย่างประวัติศาสตร์ เคมี รัฐศาสตร์ แต่เป็นการสอนให้รู้จักคิด และนั่นคือสิ่งที่ Minerva พยายามทำ -- สอนให้คิด แทนที่จะสอนให้รู้

Minerva คือวิทยาลัยหลักสูตร 4 ปี ตั้งอยู่ในสถาบัน Keck Graduate Institute ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย วิทยาลัยนี้เพิ่งเริ่มเปิดรับนักเรียนรุ่นแรกปีนี้ และรับเพียงแค่ 2.8% ของผู้สมัคร ซึ่งหมายความว่าที่นี่เข้ายากกว่ามหาวิทยาลัยดังๆ อย่าง Harvard นักเรียนรุ่นแรกมีทั้งหมด 29 คน ทุกคนพักอยู่ในวิทยาลัยและเรียนทุกวิชาออนไลน์ แต่หลังจากปีแรกจะแยกย้ายกันไปเรียนในประเทศต่างๆ ตามที่เลือกและเปลี่ยนประเทศทุกภาคเรียน โดยมีค่าเล่าเรียนเพียง $10,000 ต่อปี

สิ่งที่ทำให้ Minerva โดดเด่นไม่เหมือนใครคือหลักสูตรซึ่งพัฒนาจากความเชื่อที่ว่า ในโลกที่เราเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายดาย สิ่งที่สำคัญจึงไม่ใช่ความรู้ในหัว แต่เป็นวิธีวิเคราะห์และตีความทุกสิ่งที่เราเรียนรู้มา Minerva จึงไม่สอนวิชาความรู้ทั่วไป แต่เป็นวิชาแปลกใหม่อย่าง “การวิเคราะห์จากประสบการณ์” โดยสอนเด็กปีหนึ่งเพียงสามอย่างเท่านั้น: การคิดวิเคราะห์ การคิดสร้างสรรค์ และการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับ ดร. สตีเฟน คอสลิน (Stephen  Kosslyn) คณบดีและอดีตอาจารย์ Harvard เขาไม่ต้องการสอนเด็กให้มีความรู้เพียงเพื่อประกอบอาชีพใดอาชีพหนึ่ง แต่อยากให้พัฒนาเครื่องมือทางปัญญาที่ช่วยให้สามารถทำงานซึ่งอาจยังไม่เกิดขึ้นในปัจจุบันด้วยซ้ำ ติดตามรายละเอียดของการปฏิวัติการเรียนรู้เพื่อโลกยุคใหม่ได้ในบทความ “การเรียนยุคใหม่… ต้องคิดให้เป็น”

ที่มา:
wired.com
minerva.kgi.edu


« Back to Result

  • Published Date: 2015-01-05
  • Resource: www.tcdc.co.th
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป