Creative Knowledge

« Back to Result | List

8 ไอเดีย “แจมสนุกปลุกพลังสร้างสรรค์” กับกิจกรรม Bangkok Public Service Jam 2014

เรื่อง : วิสาข์ สอตระกูล

_MG_1112-2.jpg

บ่ายวันสุดท้ายของกิจกรรม 48 ชั่วโมง...เขย่าวงการบริการสาธารณะ Bangkok Public Service Jam 2014 เป็นช่วงที่ “แจมเมอร์ชาวไทย”ได้นำเสนอผลงานต้นแบบ (Prototype) เพื่อให้เพื่อนนักแจมอีกกว่า 40 ชีวิตได้ร่วมติชมและตั้งคำถามสร้างแรงบันดาลใจระหว่างกัน

จากการทำงานตลอด 3 วันที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความโหวกเหวกเฮฮา แจมเมอร์ทั้ง 8 กลุ่ม อันได้แก่ 1) BKK Bike Carpet  2) Captain Chao Phraya  3) Fast & Comfortable Hospital  4) Footpath for Everyone  5) Get ride, Never get lost  6) Smart Journey  7) Smart Pass Smart Connection และ 8) Trustation ได้เสนอบริการสาธารณะในฝัน” ของพวกเขาดังต่อไปนี้

กลุ่มที่ 1 - BKK Bike Carpet

เสนอไอเดียการกั้นโซนหยุดรถพิเศษให้เฉพาะ “รถจักรยาน” ในบริเวณหน้าสุดของสี่แยกไฟแดง (ห้ามรถยนต์แล่นเลยเข้าไปจอดในโซนนี้ด้วย) พร้อมกันนั้นได้จัดให้มีระบบไฟจราจรแบบ 2 ระดับ คือไฟเขียวแรกให้เป็นของรถจักรยานซึ่งควรรีบออกตัวไปก่อน หลังจากนั้นจึงค่อยเปิดไฟเขียวให้รถยนต์ออกตัวตามไป เพื่อว่าในเวลาที่การจราจรคับคั่งจะได้ลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุระหว่างรถยนต์และรถจักรยานลงได้

กลุ่มที่ 2 - Captain Chao Phraya 

1.JPG

หลายคนอาจไม่ทราบว่าทุกวันนี้มี “เรือเฟอร์รี่” หลายประเภทมากที่เข้าจอด ณ ท่าสาทร (แม่น้ำเจ้าพระยา) มีทั้งเรือโรงแรม เรือด่วนเจ้าพระยา เรือเอเชียทีค เรือข้ามฟาก นำไปสู่ความสับสนวุ่นวายของระบบบริการเฟอร์รี่สาธารณะในบริเวณนี้ ประชาชนที่สัญจรไปมามักจะมีคำถามเช่น ซื้อตั๋วยังไง? ต้องไปเรือลำไหน? ราคาเท่าไหร่? ขึ้นเรือโป๊ะไหน? เมื่อไหร่เรือจะมา? นั่งรอตรงไหนได้

ทีม Captain Chao Phraya จึงเสนอว่าควรทำการออกแบบระบบ Navigation ณ บริเวณท่าเรือใหม่ทั้งหมด  โดยนำศาสตร์ด้านอินโฟกราฟิกเข้ามาช่วย เช่น ทำลูกศรบอกทิศทางบริเวณพื้นทางเดิน, ทำป้าย LED แสดงเส้นทางวิ่งและเวลาเทียบท่าของเรือแต่ละประเภท, มีสัญญาณไฟกระพริบเพื่อเรียกเตือนผู้โดยสารสำหรับเรือที่กำลังจะเทียบท่า, จัดกลุ่มเรือแต่ละประเภทด้วยการใช้ “โค้ดสี” ที่แตกต่างกัน โดยทำให้เห็นชัดเจนเป็นระบบ ทั้งที่ตัวเรือ บนป้าย Information board บนตั๋ว ฯลฯ รวมทั้งจัดทำ “ตั๋วเดือน” สำหรับผู้ที่ใช้บริการเป็นประจำ (ลดความวุ่นวายในการซื้อตั๋วช่วง rush hour) และเพิ่มจุดให้บริการข้อมูล ณ บริเวณท่าเรือด้วย 

กลุ่มที่ 3 - Fast & Comfortable Hospital 

เสนอไอเดียการบริหารจัดการ “คิวรับบริการ” ตามโรงพยาบาลรัฐด้วยเทคโนโลยีสายรัดข้อมือแบบใหม่ (RFID Warning Watch System) ี่สามารถแจ้งเตือนเมื่อคิวรับบริการของคนไข้ใกล้จะมาถึง ทำให้คนไข้เดินไปไหนมาไหนภายในโรงพยาบาลก็ได้ ไม่ต้องนั่งรออยู่จุดเดียวด้วยความกังวลเบื่อหน่าย นอกจากนั้นยังเป็นเทคโนโลยีที่สามารถเก็บข้อมูลการรับบริการของคนไข้เอาไว้ตั้งแต่ก่อนการพบแพทย์ หลังการพบแพทย์ เพื่อจะเชื่อมโยงข้อมูลนี้ไปยังจุดรับบริการอื่นๆ เช่น ที่แคชเชียร์ จุดรับยา หรือสำหรับการนัดหมายครั้งต่อไป  

กลุ่มที่ 4 – Footpath for Everyoneเสนอแนวคิดการบริหารจัดการพื้นที่ทางเท้าบริเวณถนนสุขุมวิท เพื่อลดความสะเปะสะปะของการใช้งานทางเท้า ทั้งจากคนเดิน จักรยาน การตั้งวัตถุถาวรและไม่ถาวรต่างๆ  โดยกลุ่ม Footpath for Everyone เสนอว่าจะแบ่งโซนการใช้งานทางเท้าออกเป็น 3 ส่วน (ตามแนวยาว) คือ 1) โซน Frontage ที่ติดกับอาคารร้านค้า สำหรับให้เจ้าของร้านได้ใช้งานส่วนตัวประมาณครึ่งเมตร  2) โซน Pedestrian สำหรับให้คนเดินอีกประมาณ 2 เมตร (เพียงพอให้ wheelchair สามารถเลี้ยวกลับได้)  3) โซน Street Furniture ไว้สำหรับป้ายรถเมล์  ที่จอดจักรยาน ต้นไม้ เสาไฟฟ้า เก้าอี้นั่งพัก ร้านแผงลอย ฯลฯ นอกจากนั้นยังเสนอให้ยกทางม้าลายช่วงข้ามซอยให้สูงขึ้นเท่ากับทางเท้าด้วย เพื่อว่าผู้ใช้ wheelchair จะได้สัญจรผ่านได้สะดวก

กลุ่มที่ 5 – Get ride, Never get lost

เสนอให้ปรับปรุงระบบการให้ข้อมูลบริเวณป้ายรถเมล์ โดยติดตั้ง “จอแสดงผลข้อมูลดิจิตอล” แทนที่ป้ายโฆษณาทั่วไป ซึ่งจอแสดงข้อมูลนี้จะมีศักยภาพการให้ข้อมูลที่หลากหลาย และเป็นประโยชน์แก่ผู้ใช้บริการรถขนส่งมวลชน เช่น บอกแผนที่เส้นทางการเดินรถ สายรถเมล์ที่ผ่านพร้อมตารางเวลารถที่อัพเดทแบบเรียลไทม์  นอกจากนั้น ยังเสนอให้ปรับปรุง service feature ในรถเมล์ทุกคัน เช่น มีการติดตั้งระบบ hydraulic ramp เพื่อให้ผู้ใช้ wheelchair สามารถขึ้นลงรถได้สะดวก, จัดให้มีโซนที่นั่ง (แบบพับเก็บได้) สำหรับจอด wheelchair, มีระบบการให้ข้อมูลภายในตัวรถ เช่น มีลำโพงและแผนที่ดิจิตอล เพื่อแจ้งข้อมูลแก่ผู้โดยสารในขณะนั้นว่ารถกำลังอยู่ที่สถานีใด เป็นต้น

กลุ่มที่ 6 – Smart Journey

นำเสนอเทคโนโลยีการซื้อตั๋วและการให้ข้อมูลแบบอินเทอร์แอคทีฟที่มีชื่อว่า “I-BOX” (Information Box) เพื่อยกระดับความสะดวกสบายให้กับผู้สัญจรในระบบขนส่งมวลชนที่ไม่คุ้นเคยกับเส้นทางมากนัก  ทีม Smart Journey ตั้งใจจะนำกล่อง I-BOX นี้ไปติดตั้งไว้ตามสถานี BTS และ MRT ซึ่งในทันทีที่ผู้ใช้บริการเกิดความสับสน หรือไม่แน่ใจว่าต้อง “เดินทางต่อ” ด้วยวิธีใด (เช่น เมื่อออกจาก BTS แล้วจะเดินเท้าไปได้หรือไม่ หรือถ้าต้องเรียก taxi จะทำอย่างไร ฯลฯ) เพียงคุณยกหูโทรศัพท์ที่ตู้ I-BOX คำถามเหล่านี้ก็จะได้รับการตอบให้ทั้งหมด (ผ่านทางหน้าจอและการสนทนากับเจ้าหน้าที่ที่ศูนย์บริการข้อมูล) นอกจากนั้นตู้ I-BOX ยังสามารถจำหน่ายตั๋ว, ช่วยจอง taxi ในเครือข่าย, พิมพ์แผนที่การเดินทางพร้อมออพชั่นในการเชื่อมต่อกับยานพาหนะประเภทอื่นให้คุณได้ด้วย

กลุ่มที่ 7 – Smart Pass Smart Connection

กลุ่มนี้เสนอแนวคิดควบรวมและแยกการใช้งานตั๋ว BTS / MRT / Airport Link ออกเป็นสองระบบ อันได้แก่ ตั๋วขาจร และ ตั๋วขาประจำ โดยจะทำทางเข้าสู่สถานีให้แยกกันเด็ดขาดสำหรับผู้ถือตั๋ว 2 ประเภทนี้ สำหรับผู้ใช้ตั๋วขาจร เพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการสัญจร ก็จะให้หยิบ “ตั๋วผ่าน”​ เข้าไปก่อนตรงทางเข้า จากนั้นค่อยเข้าไปจ่ายเงินซื้อตั๋วจริงด้านในชานชาลา (จ่ายที่สถานีไหนก็ได้) ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดความแออัดยัดเยียดและคิวที่ยาวเหยียดตามสถานีใหญ่ๆ ได้ 

ส่วนผู้ที่ถือตั๋วขาประจำ (Top-up Ticket) ก็จะมีทางเข้าพิเศษของตัวเองแบบที่ไม่มีระบบประตูกั้น แต่จะมีระบบตรวจสแกนตั๋วที่ไฮเทคมากขึ้น (ไม่ต้องหยิบตั๋วออกจากกระเป๋าก็สแกนได้) ทำให้เป็น Fast lane เต็มรูปแบบไปเลย

กลุ่มที่ 8 – TruSTatioN

กลุ่มนี้เสนอระบบการจัดแสดงข้อมูลรถเมล์ตามป้ายรถเมล์แบบเรียลไทม์ และจัดทำข้อมูลจำนวนสถานีให้ชัดเจนบนตั๋วรถเมล์ด้วย  โดย ณ บริเวณป้ายรถเมล์นั้น จะจัดให้มีระบบจอแสดงผลดิจิตอลที่มีข้อมูลขึ้นชัดเจนว่ารถสายไหนจะผ่านป้ายนี้บ้าง และจะมาถึงในอีกกี่นาทีข้างหน้า

รวมทั้งมี kiosk ที่เชื่อมต่อกับ call center ติดตั้งไว้ เพื่อให้ผู้สัญจรสามารถตรวจสอบเส้นทาง ดูแผนที่ หรือสอบถามเส้นทางกับเจ้าหน้าที่ call center เพื่อความมั่นใจได้ 

- กิจกรรม Bangkok Public Service Jam 2014 เป็นส่วนหนึ่งของงาน Global Gov Jam ที่จัดขึ้นพร้อมกันทั่วโลก ถือเป็นอีเวนท์ท์รวบรวมผู้คนจากหลากหลายสาขาอาชีพ ให้มารวมตัวกันเพื่อสร้างสรรค์ไอเดียสำหรับการออกแบบบริการสาธารณะ (Public Service) กิจกรรมนี้เพิ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อวันที่ 3-5 มิถุนายน 2557 และมี Jammer มาร่วมแจมกันกว่า 40ชีวิต

 -งานแจมลักษณะนี้มีกฏสำคัญ คือ ทุกคนต้อง สนุก” (Have Fun!) และเน้น ทำมากกว่าพูด” (Doing Not Talking!)

ติดตามความเคลื่อนไหวด้าน Service Design อื่นๆ ทั้งจากเมืองไทยและต่างประเทศ : www.facebook.com/ServiceDesignThailand

บทความที่เกี่ยวข้อง :
อ่าน "รายงานความมันส์ Bangkok Public Service Jam 2014"

« Back to Result

  • Published Date: 2014-07-01
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป