Creative Knowledge

« Back to Result | List

ซาโตชิ โฮริ (Satoshi Horii) : งานดีไซน์ คือการแก้ปัญหา แต่คุณค่าของงานศิลปะคือความสามารถในการตั้งคำถามกับสังคม

เรื่อง: พัชรินทร์ พัฒนาบุญไพบูลย์ 

IMG_8718.jpg

สำหรับศิลปินรายสุดท้ายบนเวที GRAPHIC PASSPORT IN BANGKOK งานสัมมนาครั้งสำคัญเพื่อค้นหาความสัมพันธ์ระหว่างแอนะล็อกและดิจิทัลในการสร้างสรรค์ผลงานด้านการออกแบบและสื่อสารระดับนานาชาติครั้งแรกในประเทศไทยก็คือ ซาโตชิ โฮริ (Satoshi Horii) อีกหนึ่งศิลปินคนพิเศษที่มีวิธีการสร้างสรรค์และนำเสนอผลงานที่แตกต่างล้ำสมัย ทว่าก็เต็มไปด้วยแนวคิดที่สะท้อนถึงอารมณ์และความรู้สึกของมนุษย์

ซาโตริ โฮริ เริ่มต้นแนะนำตัวเองเกี่ยวกับหน้าที่ในบริษัทที่เขาทำงานอยู่ด้วยในปัจจุบัน ซึ่งนับว่าเป็นส่วนสำคัญที่มีอิทธิพลในการหล่อหลอมสไตล์และความเป็นตัวตนของเขาอย่างสูง โดยเขากล่าวว่า ตนเองนั้นมีอาชีพเป็นโปรแกรมเมอร์และนักออกแบบให้กับบริษัท ริทโซมาติกส์ จำกัด (Rhizomatik Co., Ltd) บริษัทซึ่งเขามีส่วนในการก่อตั้งร่วมกับหุ้นส่วนอื่นๆ อีก 3 คน ซาโตริยังอธิบายด้วยว่า คำว่า Rhizomatik นั้นเป็นคำที่มีรากศัพท์มาจากคำว่า “Rhizomu” ซึ่งหมายถึง การที่ส่วนประกอบหรือสิ่งของต่างๆ มีความสัมพันธ์ต่อกันและขยายตัวไปโดยไม่มีจุดศูนย์กลางที่แน่นอนหรือหนึ่งเดียว แต่จะมีรูปแบบความสัมพันธ์และการขยายตัวที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ทั้งนี้ ก็เพื่อสะท้อนทิศทางและวิสัยทัศน์ของบริษัทที่ต้องการสร้างสรรค์ผลงานที่หลากหลาย ไม่ตายตัว แต่ทุกผลงานล้วนมีความต่อเชื่อมกัน ทั้งในลักษณะของผู้สร้างสรรค์ที่เน้นการทำงานเป็นทีม และการพัฒนาแนวคิดจากผลงานเดิมสู่ผลงานชิ้นใหม่ๆ

นอกจากนี้ ซาโตริยังกล่าวถึงหลักในการทำงานส่วนตัว ซึ่งเป็นการสร้างสรรค์ผลงานจากการเขียนโปรแกรมขึ้นเองภายในทีมทำงาน เพื่อให้เกิดภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือและซอฟท์แวร์ในท้องตลาดทั่วไป ด้วยวิธีนี้ ริทโซมาติกส์จึงมีจำนวนพนักงานที่เป็นโปรแกรมเมอร์มากที่สุดกว่าร้อยละ 50 นอกจากนั้นจึงค่อยประกอบด้วยนักออกแบบ นักแอนิเมชั่น นักนวัตกรรม และอื่นๆ ที่แต่ละคนต่างก็สามารถทำงานได้หลากหลายหน้าที่ ผสมผสานจนกลายเป็นทีมทำงานสร้างสรรค์ที่แข็งแกร่งและเรียกได้ว่าเป็นบริษัทที่รวบรวมนักสร้างสรรค์ผู้เป็นเจ้าแห่งเทคนิคและนวัตกรรมล้ำสมัยจากฝีมือการโปรแกรมมิ่งที่อยู่บนพื้นฐานของการคิดต่างและการออกแบบอย่างสลับซับซ้อน เพื่อสร้างผลงานที่สื่อสารออกมาด้วยวิธีการที่ง่ายและสร้างปฏิสัมพันธ์จากผู้ใช้งานได้ดี ที่สำคัญคือต้องมีส่วนประกอบที่ลงตัวระหว่างการสื่อสร้างสรรค์เชิงศิลป์และวัตถุประสงค์ในงานเชิงพาณิชย์

โดยตัวอย่างผลงานจากฝีมือการสร้างสรรค์ของซาโตริ ซึ่งนำมาเสนอบนเวทีการสื่อสารแบบแอนาล็อกปะทะดิจิทัลในครั้งนี้ก็ได้แก่ งานโฆษณา Sony Tablet ที่ชื่อว่า “Two will” ซึ่งเขารับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ ผลงานที่น่าทึ่งนี้เกิดจากแนวคิดการเชื่อมต่อกันของสิ่งของในลักษณะของโดมิโน่ ซึ่งจะส่งอิทธิพลต่อกันเป็นเส้นทางตามที่ได้รับการออกแบบไว้อย่างดี โดยมีการนำผลิตภัณฑ์ที่ต้องการสื่อสารมาผสมผสานลงในกระบวนการสร้างสรรค์อย่างลงตัวและน่าติดตาม ซึ่งผลงานชุดนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากงานส่วนตัวของเขาที่ชื่อ “The way sensing go workshop” ที่เป็นการนำเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือของใช้รอบตัวมาใช้เป็นสื่อ เช่น พัดลม คีย์บอร์ด คอมพิวเตอร์ ตุ๊กตา รถยนต์บังคับ ก่อนจะนำผลงานดังกล่าวนี้ไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ศิลปะกระทั่งได้รับความนิยมและกลายมาเป็นแนวคิดพื้นฐานสำหรับผลงานสร้างชื่อของเขาร่วมกับโซนี่ในที่สุด 



ผลงานของซาโตริยังสามารถดึงดูดความสนใจและเรียกร้องการเข้ามามีส่วนร่วมหรือมีปฏิสัมพันธ์จากผู้ที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น การติดตั้งงานออกแบบเชิงดิจิทัลที่ชื่อ “Urban Core” ที่ห้างสรรพสินค้า Shibuya Hikarie ซึ่งมีลักษณะเป็นป้ายข้อมูลดิจิทัล (Digital Signage) ผ่านหน้าจออัจฉริยะซึ่งแสดงข้อมูลต่างๆ เช่น เวลา การพยากรณ์อากาศ ทิวทัศน์รอบโลก ฤดูกาล หรือข้อมูลต้อนรับและประชาสัมพันธ์ในอาคารนั้นๆ รวมถึงงานโฆษณา ผ่านรูปแบบการสื่อสารที่แปลกใหม่ในจอภาพแบบพิเศษที่ดึงดูดสายตาและความสนใจจากคนที่ผ่านไปมาได้เป็นอย่างดี รวมถึงผลงานการร่วมสร้างสรรค์กับผู้รับสาร เช่น แคมเปญ “Full Control Tokyo” โดย บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายโทรศัพท์มือถือแบรนด์ AU ที่ซาโตริเลือกพัฒนา แอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน เพื่อใช้การสื่อสารไร้สายมาเป็นส่วนสำคัญในการสร้างประสบการณ์ร่วม โดยผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดแอพฯ และใช้นิ้วลากบนจอมือถือหรือเขย่าเครื่อง เพื่อควบคุมน้ำพุหรือแสงไฟที่ประดับอยู่ในกลุ่มอาคารรอบๆ โตเกียว ทาวเวอร์ ให้เคลื่อนไหว สลับสี และขึ้นลงตามการควบคุมผ่านหน้าจอโทรศัพท์ของตนเอง เช่นเดียวกับ ผลงานที่ชื่อ “Fun Race Machine” ซึ่งเขาผลิตขึ้นสำหรับสินค้าเครื่องดื่มเกลือแร่เกเตอเรด (Gatorade) โดยติดตั้งหลอดแอลอีดีรอบๆ เครื่องวิ่งออกกำลังกาย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของสีหรือข้อความบนหลอดแอลอีดีจะขึ้นอยู่กับความเร็วและการเคลื่อนไหวของคนที่กำลังวิ่งอยู่เสมือนการเล่นเกม โดยสามารถนำสื่อนี้ไปจัดวางนอกสถานที่เพื่อจัดกิจกรรมและสร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้บริโภคได้อย่างใกล้ชิด
 
ก่อนจาก ซาโตริได้ตอบคำถามไว้ให้กับผู้ฟังอย่างน่าสนใจ จากคำถามของผู้เข้าร่วมงานสัมมนาที่ถามเขาว่า งานดีไซน์นั้นแตกต่างจากงานศิลปะอย่างไร ซึ่งคำตอบของเขาก็คือ “งานดีไซน์ คือการแก้ปัญหา แต่คุณค่าของงานศิลปะคือการที่มันสามารถตั้งคำถามให้กับสังคมได้มากแค่ไหน” คำตอบที่ชัดเจนของเขาได้ตอบข้อสงสัยให้กับทั้งผู้คนที่อยู่ในวงการออกแบบ ที่ทำงานเพื่อมุ่งแก้ปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนส่วนใหญ่ ในขณะที่ก็ไม่ลืมให้คุณค่ากับผู้ที่กำลังสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่จำต้องมีคุณค่ามากพอที่จะส่งคลื่นทางความคิดให้กับสังคมได้ฉุกคิดและตั้งคำถามเพื่อสิ่งที่ดีขึ้นในอนาคต

ขณะที่ผลงานด้านการทดลองที่แปลกใหม่ของซาโตริก็เช่น การผลิตเอ็มวีเพลง Straight and Allow ของโปรดิวเซอร์ชาวอเมริกันด้วยการใช้ไฟฟ้าช็อตลงไปบนอวัยวะต่างๆ เช่น นิ้วมือ แขน หัวเข่า เพื่อสังเกตการตอบรับโดยธรรมชาติของร่างกาย ก่อนนำไปประกอบให้เข้ากับภาพกราฟิกและจังหวะดนตรีของเพลงอย่างกลมกลืน หรือการใช้เทคนิค 3D Scanning ในการแสดงสดและเว็บไซต์ของวง Perfume เกิร์ลแบนด์ของญี่ปุ่น โดยให้ผู้ที่เข้าร่วมคอนเสิร์ตซึ่งจัดขึ้น ณ โตเกียวโดมทุกคนสแกนภาพตนเองออกมารวมกว่า 6,500 คน เพื่อใช้เป็นหนึ่งในองค์ประกอบของการแสดงสดและเว็บไซต์หลักของวงดนตรี

และน่าจะเป็นการดีที่สุด หากศาสตร์ที่มีความสำคัญต่อมนุษย์ทั้งการออกแบบและศิลปะจะสามารถผสมผสานกันได้อย่างลงตัว จนก่อเกิดเป็นผลงานที่ไม่เพียงสร้างผลลัพธ์ที่กระทบใจคนแต่ยังส่งผลดีต่อสังคมส่วนรวมได้ เช่นเดียวกับที่ ซาโตริ โฮริ และทีมงานของริทโซมาติกส์ตั้งใจทำและสะท้อนออกมาเป็นผลงานคุณภาพทั้งหมดของพวกเขา

IMG_3549_2_rect.jpg 

รู้จัก ซาโตชิ โฮริ / ริทโซมาติกส์

ซาโตชิ โฮริ เกิดในปี 2521 เป็นโปรแกรมเมอร์และนักออกแบบของบริษัทริทโซมาติกส์ จำกัด โดยจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโตเกียว โซเคย์ และได้ประกาศนีบัตรด้านกระบวนการดิจิทัลจากสถาบันสื่อศิลปะและวิทยาศาสตร์นานาชาติ (ไอเอเอ็มเอเอส ซึ่งทำให้เขาสามารถสร้างสรรค์โปรแกรมด้วยการใช้เทคนิคการสร้างสรรค์ภาพคอมพิวเตอร์ได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือและซอฟท์แวร์ในท้องตลาดทั่วไป

ติดตามผลงานเพิ่มเติมได้ที่
http://rhizomatiks.com
http://satcy.net


« Back to Result

  • Published Date: 2014-05-27
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป