Creative Knowledge

« Back to Result | List

Change.org : เมื่อพลังประชาชนเปลี่ยนสังคมให้น่าอยู่ได้

เรื่อง : สุวิทย์ วงศ์รุจิราวาณิชย์

c20d027bc16f0ac6df503dd2f08d84f4.jpg

ทุกวันนี้ โลกออนไลน์นอกจากจะเป็นแหล่งข้อมูลในการค้นคว้าหาความรู้แล้ว ยังเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมต่อผู้คนตัวเล็กๆ ให้เติบใหญ่กลายเป็นสังคมทางความคิดที่แข็งแกร่ง พลังของการเชื่อมต่อเช่นนี้เองที่จุดประกายให้เว็บไซต์อย่าง Change.org เกิดขึ้นในโลก เพื่อที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงบางอย่างให้เกิดขึ้นในสังคม

Change.org ถือเป็นแพลทฟอร์มการรณรงค์ที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก และแตกต่างจากการเคลื่อนไหวเรียกร้องในรูปแบบเดิมๆ (เช่น การจัดตั้งองค์กรขับเคลื่อนสังคม, การจัดตั้งกลุ่มต่อต้านแนวคิด ฯลฯ) โดยการรณรงค์ผ่าน Change.org นั้น สามารถเริ่มต้นได้จาก “เสียงประชาชนเพียงคนเดียว” ที่ต้องการส่งผ่านแนวคิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคม และหากหนึ่งเสียงหรือหนึ่งแนวคิดนั้นมีคุณค่าจริง แพลทฟอร์มโลกออนไลน์ก็จะสามารถชักชวนผู้คนอีกเป็นหมื่นเป็นแสนให้หันมาสนับสนุนแนวคิดนั้นๆ ได้ภายในระยะเวลาอันสั้น ที่สำคัญทุกการเรียกร้องและทุกความคิดเห็นจะถูกส่งต่อไปยังภาครัฐ องค์กร หรือบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เขาเหล่านั้นได้เงี่ยหูฟังเสียงสะท้อน จากประชาชนมากขึ้น

change1.JPG

หลังจากเปิดตัวมาแค่หนึ่งปี ปัจจุบัน Change.org ในประเทศไทยมียอดผู้ใช้กว่า 240,000 คนแล้ว และมีผู้สร้างหัวข้อรณรงค์กันมากถึง 140 เรื่องต่อสัปดาห์ โดยที่ผ่านๆ มา หลายแคมเปญก็ถือว่าประสบความสำเร็จมาก เช่น

1) การรณรงค์ให้โรงแรมต่างๆ ถอดหูฉลามออกจากเมนู เพราะการบริโภคหูฉลามนั้นเป็นการทารุณสัตว์และเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งหลังจากเริ่มรณรงค์ก็มีโรงแรมห้าดาวกว่า 23 แห่งที่ตอบรับเข้าร่วมแคมเปญนี้

2) การรณรงค์ให้กรุงเทพมหานครเปลี่ยนฝาท่อเพื่อให้การขับขี่จักรยานมีความปลอดภัยมากขึ้น โดยหลังจากเริ่มแคมเปญได้ไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ ทางกรุงเทพมหานครก็ตกลงเปลี่ยนฝาท่อบนถนน 50 สายให้เป็นตะแกรงแนวขวาง

3) การรณรงค์ให้รถ บขส. ยุติการฉายภาพยนตร์ที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้ทาง บขส. จัดทำนโยบายการฉายภาพยนตร์ขึ้นใหม่ทั้งหมด

4) การรณรงค์ไม่ให้ยุบโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งถือเป็นชัยชนะล่าสุดที่ทำให้กระทรวงศึกษาธิการยอมชะลอโครงการยุบโรงเรียนขนาดเล็กกว่า 500 โรง และทำการจัดตั้งคณะกรรมการร่วม (ระหว่างภาครัฐกับประชาชน) เพื่อหารือพัฒนาคุณภาพโรงเรียนให้ดีขึ้น

จะเห็นว่าพลังแนวคิดที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมนั้นสามารถเริ่มต้นง่ายๆ ได้จากคนเพียงคนเดียว สิ่งนี้อาจเคยเป็นเรื่องยากมากในอดีต แต่ปัจจุบันมันกลับเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เราทุกคนสามารถทำได้ เพียงนำเสนอแนวคิดดีๆ ของคุณผ่านเว็บไซต์ Change.org แล้วแพลทฟอร์มออนไลน์แห่งก็จะเป็นทั้ง ตัวเชื่อมและ ตัวช่วยให้แนวคิดของคุณมีพลังมากขึ้นเอง (ถ้ามันดีจริงนะ)

การรณรงค์ที่เป็นประโยชน์กับสังคมมีความเป็นไปได้เสมอถ้าเราทุกคนพร้อมจะต่อสู้เพื่อสิ่งที่ถูกต้องร่วมกัน” – Change.org

 อ้างอิง : www.change.org


 

 




ชมผลงานของ change.org

149852668822b189af6071262f9c8ab6.jpg


« Back to Result

  • Published Date: 2013-12-02
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป