Articles

« Back to Result | List

จับเข่าคุยกับ “ดอน แท ลี” ดีไซน์มาสเตอร์เกาหลี ผู้พลิกโฉม “สายการบินแห่งชาติอังกฤษ” ให้กลับมาเฉิดฉายบนท้องฟ้าอีกครั้ง

เรื่อง : วิสาข์ สอตระกูล

dtl-1.jpg

เพราะเชื่อว่า “ดีไซน์คือภาษาสากล” ดอน แท ลี นักออกแบบจากแดนกิมจิผู้นี้จึงไม่เคยย่อท้อแต่กำแพงภาษา หรืออุปสรรคด้านวัฒนธรรมใดๆ เขาค่อยๆ สร้างชื่อและผลงานในโลกธุรกิจตะวันตก จนปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นประธานร่วมของบริษัท Tangerine (ที่ปรึกษาด้านการออกแบบชื่อดังในกรุงลอนดอน) ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

TCDCCONNECT ขอสัมภาษณ์เขาสั้นๆ หลังลงจากเวทีสัมมนา CU2013: Meet the Unmet ณ กรุงเทพมหานคร

คุณรู้สึกยังไงบ้างกับการมาร่วมงาน CU2013 ครั้งนี้
ข้อแรกคือผมชอบสถานที่มากนะครับ มันดูขลังดี มีคนบอกผมว่า “สกาล่า” นี่เป็นโรงหนังเก่าแก่ของกรุงเทพใช่มั้ย ผมว่าสถาปัตยกรรมมันเจ๋งมากเลยนะ หลังคาสูงมาก ทำให้ดูโบราณแต่ก็ทันสมัยในเวลาเดียวกัน นอกจากนั้นผมก็ชอบกลุ่มผู้ฟังมาก รู้สึกขอบคุณที่แม้ผมจะพูดภาษาเกาหลีแต่ทุกคนก็พยายามฟังอย่างตั้งใจ จริงๆ ผมน่าจะพยายามพูดภาษาอังกฤษให้เค้าหน่อย แต่คิดช้าไปละ 

มีเรื่องหนึ่งที่ผมเป็นห่วงนิดหน่อย คือผมไม่แน่ใจว่าเรื่องที่ผมนำเสนอบนเวทีมันตอบโจทย์ผู้ฟังส่วนใหญ่รึเปล่า ผมรู้สึกว่าผู้ฟังที่มาเหมือนเขาจะมาจากภาคงานบริการ หรือภาคธุรกิจท่องเที่ยว แต่แบคกราวน์ของผมมันจะไปทางอุตสาหกรรมหนักๆ ไง ก็แอบห่วงตรงนี้ 

คืออันที่จริงทุกๆ อุตสาหกรรมมันก็เชื่อมถึงกันในเชิงยุทธศาสตร์แหละครับ ทั้งหมดมันจะรวมกันเป็นภาพใหญ่ของประเทศ อย่างเช่นว่า ครั้งหนึ่ง SONY ก็แทบจะเป็นสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่น แบรนด์ๆ เดียวนี่แหละที่ทำให้ญี่ปุ่นถูกมองเป็นผู้นำด้านอิเลคทรอนิกส์ของโลก แต่ตอนนี้ญี่ปุ่นก็โดนเกาหลีใต้แย่งตำแหน่งไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งไม่แน่ว่าในอนาคตจีนก็อาจจะมาท้าชิงเกาหลีอีก มันก็วนไปเรื่อยๆ แบบนี้ ซึ่งผมมองว่าวงจรนี้มันเกิดขึ้นกับทุกอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะในอุตสาหกรรมเกษตร หรืออุตสาหกรรมบริการ 

ฉะนั้นประเทศไทยก็ต้องเตรียมรับมือให้ดีนะครับ เพราะเราอยู่ในโลกที่มีเศรษฐกิจอันเดียวแล้ว 

ช่วยเล่าถึงปูมหลังในชีวิต อะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้คุณทำสิ่งที่ทำอยู่ทุกวันนี้ 
โอเค ผมเกิดที่เกาหลีใต้ครับ เกิดในเขตชนบทเลย จนกระทั่งเจ็ดขวบครอบครัวผมถึงได้ย้ายเข้ามาในเมือง พ่อของผมทำอาชีพครู เขาเป็นครูประถมที่วาดรูปเก่งมาก ผมเองก็โตมาด้วยความฝันอยากเป็นจิตรกร อยากเป็นศิลปิน คืออยากทำได้แบบพ่อนั่นแหละ แต่ครอบครัวผมหัวโบราณไงครับ ไม่มีใครยอมให้ผมยึดงานวาดภาพเป็นอาชีพแน่ พวกเขาคิดว่าชีวิตแบบนั้นมันโหดร้ายเกินไป สุดท้ายผมก็เลยมาเลือกเรียนวิชาออกแบบแทน ซึ่งพอผมเรียนจบโทจาก Royal College of Art (ประเทศอังกฤษ) ผมก็ได้งานที่บริษัท Tangerine เลย จนมาถึงตอนนี้ก็ 15 ปีแล้วมั้ง

ทำไมคุณเลือกไปเรียนวิชาออกแบบที่ประเทศอังกฤษ
สมัยนั้นเพื่อนผมส่วนมากเค้าจะไปอเมริกากัน แต่ผมไม่อยากเหมือนคนอื่นไง อยากได้ประสบการณ์ที่แตกต่าง คือผมคิดว่าถ้าผมไปประเทศอื่น ตัวผมก็จะมีจุดแข็งบางอย่างที่คนอื่นไม่มี อะไรทำนองนั้น

ขอสามคำที่อธิบายถึงแก่นการทำงานของคุณได้ดีที่สุด
คำแรกคือ “Balance” (ความพอดี) ครับ ในทุกการทำงานเราต้องตามหาความพอดีเสมอ เช่น อะไรคือจุดที่พอดีระหว่างงานวิศวกรรมกับการออกแบบ เพราะจุดที่พอดีนั้นจะทำให้ผลิตภัณฑ์หนึ่งๆ ประสบความสำเร็จในตลาดได้ 

คำที่สองคือ “Profit sharing” (การแบ่งผลประโยชน์) สมมติเรามีโปรเจ็กท์หนึ่งที่กำลังจะเข้าตลาด ให้เราลองพิจารณาดูว่าในงานนั้นใครมีส่วนได้ส่วนเสียอย่างไรบ้าง ในบางกรณีนักออกแบบเหมือนจะได้เงินเยอะมาก แต่ในบางกรณีผู้ผลิตก็เอากำไรไปหมด หรือบางทีกลายเป็นทุกคนเสียเปรียบลูกค้า ลูกค้าแฮปปี้แต่คนอื่นเสียหายหมด อะไรแบบนี้ ผมกำลังจะบอกว่าถ้าน้ำหนักของผลประโยชน์ไปตกอยู่ข้างใดข้างหนึ่งมากเกินไปแล้ว โปรเจ็กท์นั้นหรือผลิตภัณฑ์นั้นก็จะมีชีวิตอยู่ในตลาดได้ไม่นาน มันจะตายเร็วแน่นอนครับ เรื่องนี้สำคัญ 

ส่วนคำสุดท้ายคือ “Challenging” (ความท้าทาย) ทุกครั้งที่ผมทำงานผมจะตามหาผลลัพธ์ใหม่ๆ เสมอ เช่น จะท้าทายตัวเอง ท้าทายทีมออกแบบ ท้าทายแม้แต่บริษัท ให้ลองก้าวเข้าไปในเส้นทางใหม่ๆ เพื่อว่าเราจะได้ค้นพบไอเดียและความเป็นไปได้ใหม่ที่ยังไม่มีใครเคยพบ นี่ละคือผม

dtl-2.jpg

เรื่อง “เซอร์ไพรส์” ในชีวิตนักออกแบบของคุณ
คงจะเป็นเวลาที่ผมมีไอเดียการออกแบบที่ดีเลิศ…แต่ผู้บริโภคเค้ากลับไม่เอาด้วยเลย นั่นล่ะผมว่า “เซอร์ไพรส์” มากเลยครับ (หัวเราะ) 

ถ้าในแง่กระบวนการทำงานล่ะ 
ถ้าในแง่นั้น ผมว่าการที่ผมเป็นคนเอเชียที่มาทำงานให้กับบริษัทยุโรปเนี่ย…มันไม่ง่ายนะ บ่อยครั้งที่ไอเดียของผมมัน “ชน” กับของคนอื่น คือเราเห็นไม่ค่อยตรงกันหรอกครับ เพราะแบคกราวน์ทางวัฒนธรรมของเรามันต่างกันไง จะเรียกว่า “ไอเดียทะเลาะกัน” ก็ได้ แต่แง่ดีของมันก็คือหลายๆ ครั้งความต่างนี้มันทำให้เราสร้างไอเดียแบบสุดเซอร์ไพรส์ขึ้นมาได้ สำหรับผมแล้วการชนกันของความเป็นตะวันออกและตะวันตกเนี่ยสามารถสร้างสีสันในตลาดได้เยอะ

แนวคิดอะไรที่จะทำให้คุณแฮปปี้ที่สุด…หากมันเกิดขึ้นจริง
ผมฝันอยากให้มีเทคโนโลยีที่จะ “ทรานสพอร์ต” ตัวผมเองไปอยู่ที่ไหนในโลกก็ได้แบบทันที เหมือนกับในหนังสตาร์เทรคน่ะครับ คือดอนแทลีเดินเข้าเครื่องสแกน แล้วก็ไปโผล่ที่ลอนดอนได้เลย อะไรแบบนั้น (หัวเราะ) มันคงจะ “ว้าว” มากถ้าเป็นไปได้

หนึ่งประโยคที่คุณอยากบอกกับคนไทยในวันนี้
การมีวิสัยทัศน์เดียวกัน (Single vision) คือหัวใจของการพัฒนาในทุกระดับนะครับ ทุกคนในองค์กรหรือทุกคนในประเทศถ้าหากมีเป้าหมายเดียวกันแล้วก็จะสามารถประสานความร่วมมือ สร้างพลังสามัคคี และทำให้การทำงานหนักของทุกฝ่าย “มีความหมาย” ขึ้นมาได้ 
ไม่งั้นแม้เราจะทำงานหนักแค่ไหน แต่ถ้าเราทำไปคนละทิศละทาง มันก็จะไม่เห็นผลลัพธ์อะไรที่ยิ่งใหญ่เลย เหนื่อยเปล่าครับ 




« Back to Result

  • Published Date: 2013-10-16
  • Resource: www.tcdcconnect.com