Creative Knowledge

« Back to Result | List

“Smart and Fun Office” เพิ่มประสิทธิผลและความสุขในการทำงาน

เรื่อง : ชัชรพล เพ็ญโฉม

google_office.jpg

เวลามากกว่า 1 ใน 3 ของแต่ละวันในชีวิตประจำวันของเหล่ามนุษย์เงินเดือนนั้น หมดไปกับการนั่งทำงาน (จนรากงอก) อยู่หน้าคอมพิวเตอร์ในสำนักงาน และสิ่งที่ตามมาเป็นเงาตามตัว ก็คงจะหนีไม่พ้นความเครียด สมองทึบตัน ความเพลียและอ่อนล้า จนคุณภาพของผลงานที่ผลิตออกมาได้ในแต่ละคราวนั้น ทำท่าว่า จะไม่คุ้มค่ากับเวลาและแรงงานที่เสียไป

เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว สำนักงานหลายแห่งได้มีการตีความคำว่า "สำนักงานหรือออฟฟิศ" กันใหม่ โดยได้ปรับเปลี่ยนทัศนคติ รูปโฉม และสิ่งแวดล้อมต่างๆ ภายในสำนักงาน ที่นอกจากจะทำให้พนักงานรู้สึกสนุกกับการทำงานได้มากขึ้น ยังเอื้อให้บรรดามดงานทั้งหลายได้ใช้พลังความสามารถที่มีอยู่แบบเต็มศักยภาพ ที่สำคัญเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศที่แสนจืดชืดของการทำงานในออฟฟิศแบบเดิมๆ ให้เป็นบรรยากาศที่มีพลังขับเคลื่อนของความคิดสร้างสรรค์แบบล้นเหลือ แต่ที่น่าสนใจที่สุดก็คือ อัตราการโยกย้ายงานของพนักงานในออฟฟิศแบบใหม่ดังกล่าวนี้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าออฟฟิศแบบดั้งเดิมมาก (เมื่อเทียบระหว่างบริษัทต่อบริษัทในอุตสาหกรรมเดียว)

ออฟฟิศยุคใหม่หรือที่เรียกกันว่า ‘Smart Office' หรือ ‘Fun Office' นั้น มักจะเป็นออฟฟิศของครีเอทีฟเฮ้าส์ของเอเจนซี่โฆษณาหรืออุตสาหกรรมที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์และบริษัทไอทีเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งออฟฟิศของบริษัทที่กำลังเป็น talk of the town กันไปทั่วโลกในขณะนี้ ก็ได้แก่ บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการเสิร์ชเอ็นจิ้นอย่าง Google โดยล่าสุดสำนักงานใหญ่ของ Google ในเมืองซูริค ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ได้เผยโฉมความเป็น Fun Office รูปแบบใหม่ที่ผ่านกระบวนการคิด การวิจัย และการออกแบบอย่างใส่ใจ เพื่อสร้างความสุขในการทำงานให้กับพนักงานโดยเฉพาะ ทั้งยังรวมเอาสิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์ที่ช่วยในการผ่อนคลายในที่ทำงานไว้สารพัด ไม่ว่าจะเป็นรางลื่น (slider) หรือราวโรยตัวแบบพนักงานดับเพลิน ซึ่งจัดไว้ให้สำหรับพนักงานที่ไม่อยากลงบันไดหรือลิฟท์เมื่อต้องติดต่องานระหว่างชั้น นอกจากนั้น ก็มีห้องประชุมที่ออกแบบเหมือนที่พักตากอากาศแบบ Swiss Chalet และ Igloo ของเอสกิโม โต๊ะทำงานของพนักงานที่มีจอไวด์สกรีนใหญ่ๆ อย่างน้อย 2 จอ ไวท์บอร์ดขนาดใหญ่และยาวซึ่งมีอยู่ในทุกๆ ที่ในสำนักงาน เพราะ google เชื่อว่าไอเดียดีๆ ไม่ได้เกิดขึ้นขณะที่คนนั่งอยู่กับที่

google_office2.jpg

นอกจากนี้ในเวลาที่ต้องมีการติดต่อสื่อสาร Google ยังได้จัดตู้ส่วนตัวไว้ให้พนักงานคุยโทรศัพท์ได้ แบบไม่รบกวนคนอื่น และหากต้องการคลายเครียดระหว่างเวลางาน พนักงานก็สามารถใช้โต๊ะพูล เล่นวีดีโอเกมส์ รับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่จัดสรรไว้ให้ฟรีตลอดเวลา หรือถ้าปวดเมื่อยล่ะก็ออฟฟิศนี้เขามีบริการนวดเตรียมไว้ให้ด้วย ความสนุกดังกล่าว ยังรวมไปถึงบรรยากาศห้องสมุด
ที่ตกแต่งอย่างประณีตแบบ English country house พร้อมหนังสือจำนวนมากในยามที่ต้องการค้นคว้าด้วย

ด้วยความใส่ใจในรายละเอียดขนาดนี้จึงทำให้ Google เดินเข้าใกล้ภาพลักษณ์ความเป็นบริษัทที่ ‘does no evil\' และ ‘put users first\' ได้อย่างรวดเร็ว ตามที่ Google วางแผนและเพียรพยายามทำมาโดยตลอด

ส่วนที่เมืองไทยเรา แม้ว่าจะไม่มี Fun Office อย่างของ Google แต่ KTC Smart Office ของบริษัทบัตรเครดิต กรุงไทยหรือ KTC ที่อวดโฉมความเป็นผู้นำทางด้าน Creative Organization กันมาตั้งแต่ปี 2549 นั้นก็นับว่าไม่น้อยหน้าใคร ด้วยการปฏิวัติกฏเกณฑ์และรูปแบบสถาบันการเงินไทยด้วยออฟฟิศแนวคิดใหม่ที่พนักงานไม่ต้องมีโต๊ะประจำ แต่ใช้ระบบแบบ Mobility Office คือพนักงานสามารถนั่งทำงานตรงไหนก็ได้ตามต้องการ โดยมีคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊กเป็นอุปกรณ์ในการทำงาน ภายในออฟฟิศจะมีมุมต่างๆ ที่เหมาะสมกับบรรยากาศที่พนักงานต้องการ ไม่ว่าจะเป็นมุมกาแฟไว้แชร์ข้อมูลหลากหลาย มุมโซฟาเอกเขนกไว้ระดมไอเดียแปลกใหม่ มุมสงบสำหรับงานที่ต้องการสมาธิเป็นพิเศษ รวมถึงพื้นที่ประชุมที่ตอบสนองการใช้งานหลากรูปแบบ โดยเริ่มตั้งแต่ห้องประชุมตู้ปลาสำหรับการประชุมที่ไม่ต้องการเปิดเผยข้อมูล หรือห้องประชุมโซฟาแบบเปิด (open space) เป็นต้น ซึ่งทุกพื้นที่จะมีจุดเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คหรือจอพลาสมา เอื้อต่อการทำงานได้อย่างดีเยี่ยม

ข้อมูลและภาพ:
http://news.bbc.co.uk/2/hi/technology/7290322.stm
http://www.popgive.com/2008/03/google-office-in-zurich.html
http://www.google.ch/support/jobs/bin/static.py?page=why-zrh.html
http://www.fwdder.com/topic/8579
http://www.gotomanager.com/news/details.aspx?id=48757


« Back to Result

  • Published Date: 2008-11-24
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป